“คุณหมอวีซ่า”

รูปภาพของฉัน
โดย Pip Panasbodi (MARN 9896337) ผู้เชี่ยวชาญด้านวีซ่าประจำ CP International Education & Migration Centre www.cpinter.com.au

วันอาทิตย์ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2553

แนวการยื่นวีซ่า - ผลการกระทบ จากการเปลี่ยนนโยบายของรัฐบาลออสเตรเลียแนวการยื่นวีซ่า - ผลการกระทบ จากการเปลี่ยนนโยบายของรัฐบาลออสเตรเลีย

Thai Press article for Issue 31 January 2010

คุณหมอวีซ่าฉบับนี้มีสถิติที่น่าสนใจมาเสนอให้ท่านผู้อ่านดูกัน
ซึ่งเป็นสถิติการยื่นวีซ่าประเภทต่างๆในช่วงเดือน ตุลาคม-ธันวาคม 2009 ที่ผ่านมาสดๆ ร้อนๆ นี่เอง โดยจะหยิบยกเฉพาะวีซ่าที่คนไทยเรา apply กันบ่อยๆมาเสนอได้แก่

ประเภท วีซ่า
จำนวนวีซ่า
ที่ยื่นช่วง Oct - Dec 2009
sc 820-801 (คู่ครอง)
6,668
sc 143 (พ่อ แม่ แบบจ่ายทุนสมทบ)
142
sc 802 (ลูกติดตาม)
132

sc 457 (นายจ้างสปอนเซอร์ แบบวีซ่าชั่วคราว)

16,076
sc 121 (นายจ้างสปอนเซอร์ แบบวีซ่าถาวร)
1,129
sc 175 (วีซ่าทักษะ ยื่นแบบ offshore)
8,661
sc 176 (วีซ่าทักษะ ยื่นแบบ offshore โดยมีสปอนเซอร์)
3,941
sc 485 (Graduate Skills)
10,787
sc 885 (วีซ่าทักษะ ยื่นแบบ onshore)
6,749
sc 806 (วีซ่าทักษะ ยื่นแบบ onshore โดยมีสปอนเซอร์)
3,797
sc 890 (เจ้าของธุรกิจ)
75
sc 570 (วีซ่านักเรียน - ภาษาอังกฤษ)
4,501
sc 572 (วีซ่านักเรียน - อาชีวะ)
14,159
sc 573 (วีซ่านักเรียน - ปริญญา)
21,808
sc 676 (วีซ่าท่องเที่ยว)
16,229
sc 050 (บริดจิ้งวีซ่า)
10,214

ที่ยก ตัวอย่างข้างต้นเป็นเพียงตัวอย่างวีซ่าที่ขอกันบ่อยในระหว่างหมู่คนไทย จะเห็นได้ว่า รัฐบาลออสเตรเลียได้เปลี่ยนนโยบายตามสภาวะเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป ยุคนี้เรียกว่าเป็นยุคที่วีซ่านักเรียนและวีซ่าทักษะผ่าน กันยากขึ้นมาก เนื่องจากรัฐบาลได้เปลี่ยนกฎและมีนโยบายคัดกรองเฉพาะนักศึกษาที่มีคุณภาพและ มีเจตนาแท้จริงที่จะเข้ามาศึกษาต่อในประเทศออสเตรเลียโดยเฉพาะ

อนึ่ง นักศึกษาที่เรียนจบ 2 ปีในออสเตรเลียในสายวิชาชีพและอาชีพที่เป็นที่ขาดแคลนของประเทศ ยังอาจได้สิทธิ์ขอตั้งหลักแหล่งทำงานและอาศัยอยู่ต่อเนื่องอย่างถาวรใน ประเทศออสเตรเลียได้ แต่จะเน้นไปในแนวอาชีพที่ต้อง อาศัยปริญญา เช่น นักวิศวกร แพทย์หลายแขนง พยาบาล IT และนักบัญชี เป็นต้น

ส่วนสาขาที่อาศัย certificate หรือ diploma ได้แก่ สายอาชีวะ (trade occupations) ทั้งปวง เรียกว่า กฎได้เปลี่ยนไปในแนวที่ยุ่งยากขึ้นเยอะเลยตาม article ที่คุณหมอวีซ่าได้นำเสนอไปใน Thai Press ฉบับที่แล้ว ประกอบกับรัฐบาลได้ตัดจำนวนวีซ่านักเรียนลงเยอะ โดยเห็นได้จากการที่ผู้ขอวีซ่านักเรียนจากต่างประเทศ (รวมทั้งประเทศไทย) จะโดนสัมภาษณ์กันอย่างละเอียดเกือบทุกราย อีกทั้งเอกสารที่ใช้ประกอบการยื่นก็ต้องเนี๊ยบกันจริงๆ วีซ่าจึงจะผ่านได้ ดังนั้น หมดเสียแล้วสำหรับยุคที่นักเรียนสามารถ อาศัยวีซ่านักเรียนลงคอร์ส diploma ในราคาถูกๆ เรียนน้อยๆวันกัน แล้วหวังแต่จะมาทำงานหาเงินกันในออสเตรเลีย

อีกทั้งรัฐบาลออสเตรเลียก็ยังตามไปปิดโรงเรียนในระดับล่างทั่วไปที่เก็บค่า เล่าเรียนในราคาถูกๆ และสอนน้อยๆ วัน สถาบันเหล่านี้ก็คงจะอยู่รอดต่อไปอีกได้ไม่นานกันแล้วตามคำคาดการณ์ของนัก วิเคราะห์ในวงการศึกษาหลายความเห็น ปี 2010 นี้คิดว่าเป้าหมายของรัฐบาลเห็นได้อย่างชัดเจนว่า ต้องยกระดับการศึกษาของประเทศให้ได้คุณภาพระดับสากล แท้จริงแล้ว หลักสูตรจากมหาวิทยาลัยและสถาบันดีๆหลายต่อหลายแห่งในออสเตรเลีย ก็ได้มาตรฐานระดับสากลอยู่แล้ว เพียงแต่สถาบันเอกชนเล็กๆที่เจ้าของโรงเรียนหวังรวยเร็วๆและไปทำอะไรแปลกๆ ผิดระเบียบบ้านระเบียบเมืองเขา ซึ่งเป็นปอร์เซ็นส่วนน้อยที่ทำให้วงการการศึกษาต้องรับเคราะห์ไปตามๆกันใน ปัจจุบันนี้

จุด ชนวนของการเปลี่ยนนโยบายของรัฐบาลอย่างกระทันหันไม่ว่าจะเป็นเรื่องอนุมัติ วีซ่านักเรียน หรือเปลี่ยนกฎการประเมินคุณวุฒิสายอาชีพตามที่คุณหมอวีซ่าได้อ่านการ วิเคราะห์ของ critics หลายๆฉบับมา ก็ลงความเห็นว่าน่าจะเริ่มต้นมาจากการเดินขบวนครั้งใหญ่ของนักเรียนอินเดีย ที่นครเมลเบิร์นเมื่อปีที่แล้ว ที่เป็นข่าวใหญ่ไปก้องโลก ตั้งแต่เรื่องที่ไม่พอใจที่ไปหลอกให้เขามาเรียนจนจบแล้วไม่ได้ PR ไปตามๆกัน ดังนั้น คิดว่ารัฐบาลเองก็ต้องปรับเปลี่ยนกฎไปตามยุคสมัย คุณหมอวีซ่ามีความเห็นว่า น้องๆอยากเรียน และอยากประกอบอาชีพสายใด ก็เรียนก็ทำไปเถอะ หากพยายามไป link คอร์สเรียนเข้ากับการทำ PR มาเป็นหลัก หากรัฐบาลเกิดประกาศเปลี่ยนกฎโดยไม่มีการแถลงล่วงหน้า และส่งผลให้เราทำ PR ไม่ได้ จะได้ไม่เสียใจภายหลัง

ส่วนวีซ่าที่ผ่านกันง่ายๆ ในช่วงนี้ ก็คงไม่มีตัวใดดีเท่าวีซ่าทำงาน sc 457 หรือ 121 ที่มีนายจ้างออสเตรเลียเป็นสปอนเซอร์ให้ ส่วนวีซ่าทักษะทั้งปวง ก็จะเห็นได้ว่ามีการเน้นประสบการณ์งานมาเป็นหลักเพื่อคัดคนให้พร้อมที่จะ เข้าสู่ workforce เพื่อยกระดับเศรษฐกิจของชาติ

ช่วงนี้วีซ่าอีกตัวที่ยื่นกันค่อนข้างมากก็ได้แก่ “วีซ่า คู่ครอง” สำหรับผู้มีความรักในหัวใจทั้งหลาย และมีแฟนชาวออสเตรเลียที่ถือ PR หรือ Citizen ที่นี่เป็นสปอนเซอร์ให้ ผู้ที่คิดว่าตนเองเข้าข่ายก็รีบยื่นเอาซะในช่วงนี้นะคะ เพราะช่วงนี้สังเกตอิมมิเกรชั่นค่อนข้างผ่อนผันวีซ่าตัวนี้ หลายกรณีก็ไม่มีการสัมภาษณ์ด้วยซ้ำไป ขอให้ความสัมพันธ์ของเราเป็นจริงและเตรียมเอกสารเข้าไปให้ดีๆ กระทั่งคนที่อยู่ผิดกฎหมายมานานปี ก็มีสิทธิ์ยื่นได้ตามประกาศของอิมฯที่แถลงไปเมื่อวันที่ 14 กันยายน 2009 ที่ผ่านมา ด้วยเหตุที่มีการสอบถามเกี่ยวกับวีซ่าคู่ครองเข้ามาบ่อยมากในระยะหลังนี้ ทาง CP จึงได้ตัดสินใจจัดงาน Partner Visas Seminar ฟรี ขึ้นที่ ซิดนีย์ ในวันวาเลนไทน์ ที่ 14 February 2010 นี้ ตั้งแต่เวลา 12.00 -15.45 น. บรรยายโดยคุณหมอวีซ่าร่วมกับคุณคริส พนัสบดี ที่มีประสบการณ์ด้านวีซ่ามานานมากเสียจนไม่อยากระบุจำนวนปีแล้ว ก็ขอเชิญมาฟังมาถามไถ่ข้อเท็จจริงกันให้รู้เรื่องกันในวันงาน ข่าวที่น่ายินดีก็คือ ทาง CP ยังได้รับเกียรติอย่างสูงยิ่งจากสถานกงสุลไทยประจำนครซิดนีย์ ในการส่งเจ้าหน้าที่มารับจดทะเบียนสมรสตามกฎหมายไทยในวันงานให้ฟรี รวมทั้งบรรยายกฎเกี่ยวกับการสมรสตามกฎหมายไทยให้พวกเราได้เข้าใจกัน งานดีๆแบบนี้ อย่าพลาดนะคะ โทรจองได้นั่งที่หมายเลข 02-9267-8522 โดยที่นั่งมีจำนวนจำกัดมากๆ ค่ะ


ไว้พบกันใน วันงานนะคะ

เรื่องวีซ่า ต้องยกให้ CP - SURE!!

ด้วยความปรารถนาดี……

“ก้าวไปทุกย่างก้าวอย่างมั่นคง กับทีมงานคุณภาพของ CP”