“คุณหมอวีซ่า”

รูปภาพของฉัน
โดย Pip Panasbodi (MARN 9896337) ผู้เชี่ยวชาญด้านวีซ่าประจำ CP International Education & Migration Centre www.cpinter.com.au

วันจันทร์ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2554

บินกลับไทย เยี่ยมบ้าน ต้องระวัง!! อาจกลับเข้า ออสฯไม่ได้ โดนกักที่สนามบินโดยไม่รู้ตัว

คุณหมอวีซ่า - 15 April 2011
บินกลับไทยเยี่ยมบ้าน ต้องระวัง!!
อาจกลับเข้าออสฯไม่ได้ โดนกักที่สนามบินโดยไม่รู้ตัว

ข่าวสดร้อนล่าสุดที่สร้างความตื่นตระหนกตกใจให้กับวงการนักเรียนไทยในออสเตรเลีย โดยเฉพาะในกลุ่มที่เรียนระดับ Diploma หรือ Certificates ในสถาบันระดับถูกๆที่ไม่เน้นการเรียนแต่เปิดโอกาสให้นักเรียนไปทำงาน (จนบางท่านก็ทำมากเสียจนเบียดเบียนการเรียนของตน) ก็คือการถูกตัดวีซ่าโดยไม่รู้ตัว เรื่องของเรื่องก็ขอยกตัวอย่างกรณีน้องๆที่กำลังตกเป็นข่าวลือกันให้ทั่วในกลุ่มชุมชนไทยก็มีอยู่ 2 กรณีเด่นๆ ในเร็วๆนี้ คือ

(1.) คนแรก เรียนหนังสือไม่เคยขาดแต่เกิดไปย้ายโรงเรียนโดยโรงเรียนเก่าไม่ยอมปล่อยตัว น้องเขาได้ COE ใบใหม่มาก็ไม่ได้คิดมาก เข้าใจว่าทุกอย่างคงจะโอเค เพราะมี COE เรียนต่อเนื่อง และมีเอเย่นดูแล เผอิญเดินทางกลับไทยไปเยี่ยมคุณพ่อ-แม่ ตอนปิดเทอม ปรากฎว่าถูกเจ้าหน้าที่อิมฯเรียกสัมภาษณ์ ขาออกจากสนามบินแล้วบอกว่าวีซ่านักเรียนของน้องได้ถูกตัดไปแล้วโดยอัตโนมัติเนื่องจากโรงเรียนเก่าได้แจ้งอิมฯว่า attendance ไม่ถึงประกอบกับสอบวิชาภาคบังคับไม่ผ่านเลยตัดวีซ่าไปเกิน 28 วันแล้ว โดยน้องเขาไม่รู้ตัวมาก่อนเลย แถมเจ้าหน้าที่ยังกล่าวเตือนอีกว่า ห้ามกลับเข้าออสเตรเลียอีกเป็นเวลา 3 ปีข้างหน้า เพราะถือว่าอยู่ในช่วงโดนลงทัณฑ์
(2.) คนที่สองเป็นกรณีที่จัดว่าค่อนข้างรุนแรงเพราะน้องเขาได้กลับไป holiday เมืองไทยมาเรียบร้อยโดยก่อนกลับไม่มีแววส่อว่าจะมีปัญหาแต่อย่างใด แต่ขากลับเข้าออสเตรเลียนี่สิ เจ้ากรรมจริงๆ พอเข้าสนามบินที่ออสเตรเลียผไม่รอดด่านอิมมิเกรชั่น โดนเจ้าหน้าที่กักตัวสัมภาษณ์ไปร่วม6-7 ชั่วโมง โดยตั้งข้อกล่าวหาว่าโดนโรงเรียนแจ้งถอน COE เพราะ attendance ต่ำ ประกอบกับสอบตกวิชา เลยต้องตัดวีซ่านักเรียนห้ามออกนอกสนามบินเนื่องจากจะต้องโดนส่งกลับทันที แต่กรณีน้องคนนี้เนื่องจากไม่มี flight กลับในวันเดียวกัน ทางอิมฯเลยรวบตัวน้องเขาไปอยู่สถานกักกัน Villawood 1 วัน วันรุ่งขึ้นก็ส่งกลับทันที แถมขู่ว่าห้ามกลับเข้ามาอีก 3 ปีข้างหน้า

คุณหมอวีซ่าฟังเรื่องของน้องคนนี้แล้วสงสารน้องๆเขาเป็นอย่างยิ่ง ลองนึกสภาพตัวเราเอง หากกำลังเดินทางกลับเข้ามาหลัง holiday อยู่ดีๆ ก็โดนกักตัว กรรโชกโฮกฮากตะลุมบอนด้วยคำถามมากมาย แล้วในที่สุดก็บอกว่าโรงเรียนยืนยันว่าเรา attendance ไม่ถึง หรือสอบวิชาไม่ผ่านตามเกณฑ์ จึงไม่ปล่อยตัวออกนอกสนามบิน แล้วส่งกลับไทยทันที เป็นใคร ใครก็ตกใจอยู่หรอกถ้าเจอสภาพแบบนี้ ช่างไม่ fair เลยนะคะ

ความจริงแล้วเรื่องที่เกิดขึ้นกลางสนามบินอย่างนี้ไม่ใช่เป็นเรื่องใหม่เลย เรื่องแบบนี้ เกิดขึ้นอยู่บ่อยๆตลอดสิบกว่าปีที่คุณหมอวีซ่าทำงานสายวีซ่านี้มา ตามที่เคยเขียนเล่าว่า การที่นักเรียนโดนแจ้ง attendance ต่ำ และ/หรือ สอบไม่ผ่านวิชาตามเกณฑ์ก็คือเข้าข่ายผิดเงื่อนไข 8202 ของวีซ่านักเรียนนั่นเอง ทันทีที่ทางสถาบันการศึกษาออกจดหมายที่เรียกว่า Non Compliance Notification หรือ NCN letter แจ้งเข้าอิมฯ หากนักเรียนไม่รู้เรื่องและไม่เคยเข้าไปรายงานตัวที่อิมฯภายใน 28 วัน วีซ่าของนักเรียนก็จะโดนยกเลิกโดยอัตโนมัติภายใต้มาตรา 137J โดยปริยาย แต่ที่น่าเศร้าก็คือกฎหมายที่สลับซับซ้อนอย่างนี้ ทางโรงเรียนก็ไม่เคยอธิบายให้นักเรียนฟังถึงความรุนแรงของผลที่ตามมาเลยโดยเฉพาะผลที่เกี่ยวโยงกับการโดนลงทัณฑ์หรือโดน ban 3ปี กลับเข้าออสเตรเลียไม่ได้ นักเรียนหลายต่อหลายคนกว่าจะมารู้อีกที ก็ตอนกำลังเดินทางออกนอกสนามบินโดยเจตนาก็แค่กลับไปเยี่ยมบ้านและค่อยกลับมาเรียนต่อ แต่ก็ปรากฎว่าไปยาวเลย การโดนยกเลิกวีซ่าโดยไม่รู้ตัวในลักษณะแบบนี้ย่อมทำให้นักเรียนตกใจและตั้งตัวกันไม่ติด โดยไม่มีการเตรียมตัวหรือจัดการกับอะไรไว้เลย อย่างเช่น บ้านช่องที่เช่าไว้ ข้าวของ บัญชีเงินฝากที่เปิดไว้ในออสเตรเลีย งานที่ทำก็ยังไม่ทันได้บอกลานายจ้างเป็นต้น ภาระที่ฝากไว้ข้างหลัง บางครั้งก็เยอะจนตนเองก็สับสนไปหมดว่าจะต้องทำอย่างไรดี??

Public Interest Criteria
(PIC) 4013

เมื่อพูดถึงกรณีถูก ban 3 ปี คุณหมอวีซ่าก็อดที่จะเกริ่นถึงเงื่อนไขทางกฎหมายอิมมิเกรชั่นที่สำคัญข้อหนึ่งที่เรียกย่อๆว่า PIC 4013 ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้โดยตรงมิได้ กล่าวคือสำหรับผู้ที่โดนสั่งยกเลิกวีซ่าในออสเตรเลียโดยไม่ได้มีการยื่นอุทธรณ์ต่อเนื่องไว้ภายในประเทศออสเตรเลีย ครั้นออกนอกประเทศปุ๊บ ก็จะโดนลงทัณฑ์ 3 ปี กลับเข้ามาใหม่ไม่ได้ทันทีภายใต้วีซ่าชั่วคราวใดๆ ยกเว้นเสียแต่ในกรณีที่พิสูจน์ได้ว่า หากทางสถานทูตฯไม่ออกวีซ่าให้เราเข้าออสฯภายใน 3 ปีที่โดนลงทัณฑ์นี้ จะส่งผลกระทบผลประโยชน์ของประเทศออสเตรเลียหรือชาวออสเตรเลียโดยตรง ตามที่เงื่อนไขทางกฎหมายระบุไว้คร่าวๆดังข้างล่างนี้:

4013

(1) If the applicant is affected by a risk factor mentioned in subclause (1A), (2), (2A), (3), (4), or (5):

(a) the application is made more than 3 years after the cancellation of the visa or temporary entry permit, or the determination of the Minister, as the case may be, referred to in the subclause that relates to the applicant; or

(b) the Minister is satisfied that, in the particular case:


(i) compelling circumstances that affect the interests of Australia; or

(ii) compassionate or compelling circumstances that affect the interests of an Australian citizen, an Australian permanent resident or an eligible New Zealand citizen;

Justify the granting of the visa within 3 years after the cancellation or determination.


จุดที่ยากก็คือ น้องๆจะพิสูจน์ได้อย่างไร จะใช้เหตุผลอะไรไปอ้างอิง ถึงจะเข้าข่ายว่าเรามีเหตุผลจำเป็นหรือมีเหตุผลที่น่าเห็นใจ (หรือโดนปรักปรำอะไรมา อย่างไร เป็นต้น) รัฐบาลออสเตรเลียจึงจะเห็นด้วยกับเรา และอนุญาตให้เรากลับเข้ามาได้ภายใน 3 ปี ที่เราโดนลงทัณฑ์นั้นได้ ตามประสบการณ์ของคุณหมอวีซ่า การพยายามอ้างเหตุผลตามที่กฎหมายกำหนดมานี้ เป็นสิ่งที่ทำได้ยากมาก ถึงแม้ในหลายๆปีที่ผ่านมา คุณหมอวีซ่าเคยช่วยน้องๆให้กลับมากันได้มากมายในระหว่าง 3 ปี ที่โดน ban แล้วก็จริง แต่กล้าบอกได้เลยว่าทำได้ค่อนข้างยาก และยิ่งช่วงนี้รัฐบาลออสเตรเลียเข้มงวดเรื่องวีซ่านักเรียนขึ้นอย่างมากเป็นทวีคูณ จึงทำให้อ้างเหตุผลตรงนี้ยากขึ้นไปอีกกว่าเก่า

คุณหมอวีซ่าอยากให้น้องๆที่มีโครงการจะเดินทางกลับไทยไปเยี่ยมบ้านที่เข้าข่ายกรณีไม่ค่อย sure ว่าตนจะโดนโรงเรียนยกเลิกวีซ่าแล้วหรือยัง ให้เข้ามาพบคุณหมอวีซ่าซักนิดก็ดี คุณหมอวีซ่ามีวีธีเช๊คข้อมูลที่ถูกต้องมาจากอิมมิเกรชั่นโดยตรง โดยรับประกันว่าน้องๆปลอดภัย เพราะการติดต่อทุกอย่างจะใช้ชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทร อีเมล์ของคุณหมอวีซ่าทั้งหมด (ไม่ใช้ของน้องๆ) แล้วสามารถได้ข้อมูลที่ถูกต้องมาบอกให้น้องๆรู้จักเตรียมตัวและปฏิบัติตัวถูกว่าสถานภาพของตนเป็นอย่างไรกันแน่ และหากออกนอกประเทศไปแล้วจะมีโอกาสกลับเข้ามาใหม่ได้หรือไม่ ควรทำอย่างไร เป็นต้น

หลังๆนี้ เนื่องจากรัฐบาลเข้มงวดเรื่องวีซ่านักเรียนมากขึ้นทุกวัน ทาง CP International นอกจากจะให้ options เรียนต่อประเทศอื่น เช่น UK, USA, Canada, New Zealand, Singapore, Malaysia หรือกระทั่ง China ให้น้องๆเก็บไว้เป็นทางเลือกใหม่ได้แล้ว ภายในประเทศออสเตรเลียเอง พี่ๆที่ CP ก็มีวิธี apply หลักสูตรให้น้องๆ อยู่ในข่าย Assessment Level 1 เพื่อให้วีซ่าออกง่ายขึ้นและไม่ต้องโชว์ bank statement ซึ่งวีธีนี้ทาง CP International ก็ได้ช่วยน้องๆมานานโขอยู่แล้ว ไม่ใช่เป็นสิ่งใหม่เลย แถมยังช่วยให้น้องๆได้เรียนหลักสูตร Diploma ตามที่ต้องการต่อเนื่องได้อีกด้วย เพียงแต่ต้องอาศัยการวางแผนที่รอบคอบและถูกต้อง การใช้หัวคิดและความรู้ที่ดีๆประกอบกับประสบการณ์ร่วม 14 ปี แห่งการบริการทางด้านวีซ่าและตลาดนักเรียน เพื่อช่วยให้นักเรียนและลูกค้าทุกคนสมหวังและได้วีซ่าด้วยวีธีที่ถูกต้องตามกฏหมายนั้น ได้กลายเป็น Trademark ของ CP International ไปแล้วก็ว่าได้ ผลงานเป็นที่รับรองอย่างแน่นแฟ้นทั้งในหมู่คนไทยและชาวต่างชาติ คุณหมอวีซ่าเองก็อยู่ในวงการนี้มานานต่อนานปี ช่วยแก้ปัญหา ต่อวีซ่าให้ลูกค้ามาจนนับไม่ถ้วนอย่างเสมอต้นเสมอปลายมาโดยตลอด ถ่ายทอด เสี้ยมสอนความรู้ให้ชนรุ่นหลังก็ผ่านมาตั้งไม่รู้กี่รุ่นต่อกี่รุ่นแล้ว แต่ขอรับรองว่า คุณภาพยังยืดแน่นแฟ้นอย่างมั่นคง ไม่มีการเปลี่ยนแปลง บริษัท CP International จึงได้โตขึ้นอย่างมั่นคงไปทีละก้าว ลูกค้าก็จะได้การรับประกันทางคุณภาพจากบริษัทที่ใหญ่กว่า มีชื่อเสียงและสภานภาพที่แน้นแฟ้นมั่นคงกว่า ไม่ต้องกลัวว่าใช้บริการของบางที่ที่วันนี้เปิด พรุ่งนี้อาจจะปิดโดยไม่รู้ตัว หรือหาตัวเอเย่นไม่เจอแล้ว อะไรทำนองนั้น เพราะการทำวีซ่าหลายตัวต้องใช้เวลานานพอควรกว่าจะรู้ผล จึงไม่สามารถเสี่ยงกันได้ค่ะ

ช่วงนี้เนื่องจาก CP International มีการย้าย offices จึงขอประกาศอีกครั้ง และขอต้อนรับน้องๆ ผู้ปกครองที่อยู่กรุงเทพฯ และเชียงใหม่ แวะไปเยี่ยมเยือนสำนักงานใหม่ของ CP International ดังรายละเอียดข้างล่างนี้นะคะ

บินกลับไทย เยี่ยมบ้าน ต้องระวัง!! อาจกลับเข้า ออสฯไม่ได้ โดนกักที่สนามบินโดยไม่รู้ตัว

คุณหมอวีซ่า - 15 April 2011
บินกลับไทยเยี่ยมบ้าน ต้องระวัง!!
อาจกลับเข้าออสฯไม่ได้ โดนกักที่สนามบินโดยไม่รู้ตัว

ข่าวสดร้อนล่าสุดที่สร้างความตื่นตระหนกตกใจให้กับวงการนักเรียนไทยในออสเตรเลีย โดยเฉพาะในกลุ่มที่เรียนระดับ Diploma หรือ Certificates ในสถาบันระดับถูกๆที่ไม่เน้นการเรียนแต่เปิดโอกาสให้นักเรียนไปทำงาน (จนบางท่านก็ทำมากเสียจนเบียดเบียนการเรียนของตน) ก็คือการถูกตัดวีซ่าโดยไม่รู้ตัว เรื่องของเรื่องก็ขอยกตัวอย่างกรณีน้องๆที่กำลังตกเป็นข่าวลือกันให้ทั่วในกลุ่มชุมชนไทยก็มีอยู่ 2 กรณีเด่นๆ ในเร็วๆนี้ คือ

(1.) คนแรก เรียนหนังสือไม่เคยขาดแต่เกิดไปย้ายโรงเรียนโดยโรงเรียนเก่าไม่ยอมปล่อยตัว น้องเขาได้ COE ใบใหม่มาก็ไม่ได้คิดมาก เข้าใจว่าทุกอย่างคงจะโอเค เพราะมี COE เรียนต่อเนื่อง และมีเอเย่นดูแล เผอิญเดินทางกลับไทยไปเยี่ยมคุณพ่อ-แม่ ตอนปิดเทอม ปรากฎว่าถูกเจ้าหน้าที่อิมฯเรียกสัมภาษณ์ ขาออกจากสนามบินแล้วบอกว่าวีซ่านักเรียนของน้องได้ถูกตัดไปแล้วโดยอัตโนมัติเนื่องจากโรงเรียนเก่าได้แจ้งอิมฯว่า attendance ไม่ถึงประกอบกับสอบวิชาภาคบังคับไม่ผ่านเลยตัดวีซ่าไปเกิน 28 วันแล้ว โดยน้องเขาไม่รู้ตัวมาก่อนเลย แถมเจ้าหน้าที่ยังกล่าวเตือนอีกว่า ห้ามกลับเข้าออสเตรเลียอีกเป็นเวลา 3 ปีข้างหน้า เพราะถือว่าอยู่ในช่วงโดนลงทัณฑ์
(2.) คนที่สองเป็นกรณีที่จัดว่าค่อนข้างรุนแรงเพราะน้องเขาได้กลับไป holiday เมืองไทยมาเรียบร้อยโดยก่อนกลับไม่มีแววส่อว่าจะมีปัญหาแต่อย่างใด แต่ขากลับเข้าออสเตรเลียนี่สิ เจ้ากรรมจริงๆ พอเข้าสนามบินที่ออสเตรเลียผไม่รอดด่านอิมมิเกรชั่น โดนเจ้าหน้าที่กักตัวสัมภาษณ์ไปร่วม6-7 ชั่วโมง โดยตั้งข้อกล่าวหาว่าโดนโรงเรียนแจ้งถอน COE เพราะ attendance ต่ำ ประกอบกับสอบตกวิชา เลยต้องตัดวีซ่านักเรียนห้ามออกนอกสนามบินเนื่องจากจะต้องโดนส่งกลับทันที แต่กรณีน้องคนนี้เนื่องจากไม่มี flight กลับในวันเดียวกัน ทางอิมฯเลยรวบตัวน้องเขาไปอยู่สถานกักกัน Villawood 1 วัน วันรุ่งขึ้นก็ส่งกลับทันที แถมขู่ว่าห้ามกลับเข้ามาอีก 3 ปีข้างหน้า

คุณหมอวีซ่าฟังเรื่องของน้องคนนี้แล้วสงสารน้องๆเขาเป็นอย่างยิ่ง ลองนึกสภาพตัวเราเอง หากกำลังเดินทางกลับเข้ามาหลัง holiday อยู่ดีๆ ก็โดนกักตัว กรรโชกโฮกฮากตะลุมบอนด้วยคำถามมากมาย แล้วในที่สุดก็บอกว่าโรงเรียนยืนยันว่าเรา attendance ไม่ถึง หรือสอบวิชาไม่ผ่านตามเกณฑ์ จึงไม่ปล่อยตัวออกนอกสนามบิน แล้วส่งกลับไทยทันที เป็นใคร ใครก็ตกใจอยู่หรอกถ้าเจอสภาพแบบนี้ ช่างไม่ fair เลยนะคะ

ความจริงแล้วเรื่องที่เกิดขึ้นกลางสนามบินอย่างนี้ไม่ใช่เป็นเรื่องใหม่เลย เรื่องแบบนี้ เกิดขึ้นอยู่บ่อยๆตลอดสิบกว่าปีที่คุณหมอวีซ่าทำงานสายวีซ่านี้มา ตามที่เคยเขียนเล่าว่า การที่นักเรียนโดนแจ้ง attendance ต่ำ และ/หรือ สอบไม่ผ่านวิชาตามเกณฑ์ก็คือเข้าข่ายผิดเงื่อนไข 8202 ของวีซ่านักเรียนนั่นเอง ทันทีที่ทางสถาบันการศึกษาออกจดหมายที่เรียกว่า Non Compliance Notification หรือ NCN letter แจ้งเข้าอิมฯ หากนักเรียนไม่รู้เรื่องและไม่เคยเข้าไปรายงานตัวที่อิมฯภายใน 28 วัน วีซ่าของนักเรียนก็จะโดนยกเลิกโดยอัตโนมัติภายใต้มาตรา 137J โดยปริยาย แต่ที่น่าเศร้าก็คือกฎหมายที่สลับซับซ้อนอย่างนี้ ทางโรงเรียนก็ไม่เคยอธิบายให้นักเรียนฟังถึงความรุนแรงของผลที่ตามมาเลยโดยเฉพาะผลที่เกี่ยวโยงกับการโดนลงทัณฑ์หรือโดน ban 3ปี กลับเข้าออสเตรเลียไม่ได้ นักเรียนหลายต่อหลายคนกว่าจะมารู้อีกที ก็ตอนกำลังเดินทางออกนอกสนามบินโดยเจตนาก็แค่กลับไปเยี่ยมบ้านและค่อยกลับมาเรียนต่อ แต่ก็ปรากฎว่าไปยาวเลย การโดนยกเลิกวีซ่าโดยไม่รู้ตัวในลักษณะแบบนี้ย่อมทำให้นักเรียนตกใจและตั้งตัวกันไม่ติด โดยไม่มีการเตรียมตัวหรือจัดการกับอะไรไว้เลย อย่างเช่น บ้านช่องที่เช่าไว้ ข้าวของ บัญชีเงินฝากที่เปิดไว้ในออสเตรเลีย งานที่ทำก็ยังไม่ทันได้บอกลานายจ้างเป็นต้น ภาระที่ฝากไว้ข้างหลัง บางครั้งก็เยอะจนตนเองก็สับสนไปหมดว่าจะต้องทำอย่างไรดี??

Public Interest Criteria
(PIC) 4013

เมื่อพูดถึงกรณีถูก ban 3 ปี คุณหมอวีซ่าก็อดที่จะเกริ่นถึงเงื่อนไขทางกฎหมายอิมมิเกรชั่นที่สำคัญข้อหนึ่งที่เรียกย่อๆว่า PIC 4013 ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้โดยตรงมิได้ กล่าวคือสำหรับผู้ที่โดนสั่งยกเลิกวีซ่าในออสเตรเลียโดยไม่ได้มีการยื่นอุทธรณ์ต่อเนื่องไว้ภายในประเทศออสเตรเลีย ครั้นออกนอกประเทศปุ๊บ ก็จะโดนลงทัณฑ์ 3 ปี กลับเข้ามาใหม่ไม่ได้ทันทีภายใต้วีซ่าชั่วคราวใดๆ ยกเว้นเสียแต่ในกรณีที่พิสูจน์ได้ว่า หากทางสถานทูตฯไม่ออกวีซ่าให้เราเข้าออสฯภายใน 3 ปีที่โดนลงทัณฑ์นี้ จะส่งผลกระทบผลประโยชน์ของประเทศออสเตรเลียหรือชาวออสเตรเลียโดยตรง ตามที่เงื่อนไขทางกฎหมายระบุไว้คร่าวๆดังข้างล่างนี้:

4013

(1) If the applicant is affected by a risk factor mentioned in subclause (1A), (2), (2A), (3), (4), or (5):

(a) the application is made more than 3 years after the cancellation of the visa or temporary entry permit, or the determination of the Minister, as the case may be, referred to in the subclause that relates to the applicant; or

(b) the Minister is satisfied that, in the particular case:


(i) compelling circumstances that affect the interests of Australia; or

(ii) compassionate or compelling circumstances that affect the interests of an Australian citizen, an Australian permanent resident or an eligible New Zealand citizen;

Justify the granting of the visa within 3 years after the cancellation or determination.


จุดที่ยากก็คือ น้องๆจะพิสูจน์ได้อย่างไร จะใช้เหตุผลอะไรไปอ้างอิง ถึงจะเข้าข่ายว่าเรามีเหตุผลจำเป็นหรือมีเหตุผลที่น่าเห็นใจ (หรือโดนปรักปรำอะไรมา อย่างไร เป็นต้น) รัฐบาลออสเตรเลียจึงจะเห็นด้วยกับเรา และอนุญาตให้เรากลับเข้ามาได้ภายใน 3 ปี ที่เราโดนลงทัณฑ์นั้นได้ ตามประสบการณ์ของคุณหมอวีซ่า การพยายามอ้างเหตุผลตามที่กฎหมายกำหนดมานี้ เป็นสิ่งที่ทำได้ยากมาก ถึงแม้ในหลายๆปีที่ผ่านมา คุณหมอวีซ่าเคยช่วยน้องๆให้กลับมากันได้มากมายในระหว่าง 3 ปี ที่โดน ban แล้วก็จริง แต่กล้าบอกได้เลยว่าทำได้ค่อนข้างยาก และยิ่งช่วงนี้รัฐบาลออสเตรเลียเข้มงวดเรื่องวีซ่านักเรียนขึ้นอย่างมากเป็นทวีคูณ จึงทำให้อ้างเหตุผลตรงนี้ยากขึ้นไปอีกกว่าเก่า

คุณหมอวีซ่าอยากให้น้องๆที่มีโครงการจะเดินทางกลับไทยไปเยี่ยมบ้านที่เข้าข่ายกรณีไม่ค่อย sure ว่าตนจะโดนโรงเรียนยกเลิกวีซ่าแล้วหรือยัง ให้เข้ามาพบคุณหมอวีซ่าซักนิดก็ดี คุณหมอวีซ่ามีวีธีเช๊คข้อมูลที่ถูกต้องมาจากอิมมิเกรชั่นโดยตรง โดยรับประกันว่าน้องๆปลอดภัย เพราะการติดต่อทุกอย่างจะใช้ชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทร อีเมล์ของคุณหมอวีซ่าทั้งหมด (ไม่ใช้ของน้องๆ) แล้วสามารถได้ข้อมูลที่ถูกต้องมาบอกให้น้องๆรู้จักเตรียมตัวและปฏิบัติตัวถูกว่าสถานภาพของตนเป็นอย่างไรกันแน่ และหากออกนอกประเทศไปแล้วจะมีโอกาสกลับเข้ามาใหม่ได้หรือไม่ ควรทำอย่างไร เป็นต้น

หลังๆนี้ เนื่องจากรัฐบาลเข้มงวดเรื่องวีซ่านักเรียนมากขึ้นทุกวัน ทาง CP International นอกจากจะให้ options เรียนต่อประเทศอื่น เช่น UK, USA, Canada, New Zealand, Singapore, Malaysia หรือกระทั่ง China ให้น้องๆเก็บไว้เป็นทางเลือกใหม่ได้แล้ว ภายในประเทศออสเตรเลียเอง พี่ๆที่ CP ก็มีวิธี apply หลักสูตรให้น้องๆ อยู่ในข่าย Assessment Level 1 เพื่อให้วีซ่าออกง่ายขึ้นและไม่ต้องโชว์ bank statement ซึ่งวีธีนี้ทาง CP International ก็ได้ช่วยน้องๆมานานโขอยู่แล้ว ไม่ใช่เป็นสิ่งใหม่เลย แถมยังช่วยให้น้องๆได้เรียนหลักสูตร Diploma ตามที่ต้องการต่อเนื่องได้อีกด้วย เพียงแต่ต้องอาศัยการวางแผนที่รอบคอบและถูกต้อง การใช้หัวคิดและความรู้ที่ดีๆประกอบกับประสบการณ์ร่วม 14 ปี แห่งการบริการทางด้านวีซ่าและตลาดนักเรียน เพื่อช่วยให้นักเรียนและลูกค้าทุกคนสมหวังและได้วีซ่าด้วยวีธีที่ถูกต้องตามกฏหมายนั้น ได้กลายเป็น Trademark ของ CP International ไปแล้วก็ว่าได้ ผลงานเป็นที่รับรองอย่างแน่นแฟ้นทั้งในหมู่คนไทยและชาวต่างชาติ คุณหมอวีซ่าเองก็อยู่ในวงการนี้มานานต่อนานปี ช่วยแก้ปัญหา ต่อวีซ่าให้ลูกค้ามาจนนับไม่ถ้วนอย่างเสมอต้นเสมอปลายมาโดยตลอด ถ่ายทอด เสี้ยมสอนความรู้ให้ชนรุ่นหลังก็ผ่านมาตั้งไม่รู้กี่รุ่นต่อกี่รุ่นแล้ว แต่ขอรับรองว่า คุณภาพยังยืดแน่นแฟ้นอย่างมั่นคง ไม่มีการเปลี่ยนแปลง บริษัท CP International จึงได้โตขึ้นอย่างมั่นคงไปทีละก้าว ลูกค้าก็จะได้การรับประกันทางคุณภาพจากบริษัทที่ใหญ่กว่า มีชื่อเสียงและสภานภาพที่แน้นแฟ้นมั่นคงกว่า ไม่ต้องกลัวว่าใช้บริการของบางที่ที่วันนี้เปิด พรุ่งนี้อาจจะปิดโดยไม่รู้ตัว หรือหาตัวเอเย่นไม่เจอแล้ว อะไรทำนองนั้น เพราะการทำวีซ่าหลายตัวต้องใช้เวลานานพอควรกว่าจะรู้ผล จึงไม่สามารถเสี่ยงกันได้ค่ะ

ช่วงนี้เนื่องจาก CP International มีการย้าย offices จึงขอประกาศอีกครั้ง และขอต้อนรับน้องๆ ผู้ปกครองที่อยู่กรุงเทพฯ และเชียงใหม่ แวะไปเยี่ยมเยือนสำนักงานใหม่ของ CP International ดังรายละเอียดข้างล่างนี้นะคะ

CP กรุงเทพ และ เชียงใหม่ ย้ายสำนักงานแล้วค่ะ

CP เชียงใหม่ย้ายสำนักงานแล้วค่ะ CP International เชียงใหม่ : 107/20 ซอย.7 หมู่14 ถ.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 50200 โทร : +66 53 328 234 Email : education.chm@cpinter.co.th

CP กรุงเทพ และ เชียงใหม่ ย้ายสำนักงานแล้วค่ะ


CP International กรุงเทพ ย้ายสำนักงานใหม่ตามที่อยู่ด้านล่างค่ะ

CP กรุงเทพ :408/35 ชั้น9 อาคารพหลโยธินเพลส พญาไท กทม. 10400

โทร: +662 2781236