“คุณหมอวีซ่า”

รูปภาพของฉัน
โดย Pip Panasbodi (MARN 9896337) ผู้เชี่ยวชาญด้านวีซ่าประจำ CP International Education & Migration Centre www.cpinter.com.au

วันอาทิตย์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

เรียน cook แล้วอยากได้พีอาร์... มาทางนี้เลยค่ะ




            สวัสดีนักอ่านทุกท่านที่ติดตามคอลัมน์ของคุณหมอวีซ่าด้วยดีมาโดยตลอดนะคะ  เผลอแป๊บเดียวก็จะสิ้นปีแล้ว คุณหมอวีซ่าเองก็จะกลับมาฉลองคริสมาสต์และปีใหม่ที่ซิดนีย์ ถึงซิดนีย์ 1 ธันวาฯนี้ค่ะ เพราะฉะนั้นพี่ๆน้องๆ คนไหนที่มีปัญหาแล้วต้องการเข้ามาปรึกษาปัญหาต่างๆกับคุณหมอวีซ่า ก็สามารถโทรเข้ามานัดได้เลยค่ะที่ 02-9267-8522  

เที่ยวนี้คุณหมอวีซ่าได้ไปอยู่เมืองไทยนานหลายเดือนไปทำงานร่วมกับน้องๆทีมงานที่กรุงเทพฯและเชียงใหม่ (หนีหนาวด้วยนะคะ) ลูกค้าหลายคนที่ออสเตรเลียถามหาจนนึกว่าย้ายกลับไปอยู่เมืองไทยแล้ว คุณหมอวีซ่าขอยืนยันว่าบ้านยังอยู่ซิดนีย์และยังยืนหยัดมั่นคงกับทีมงาน CP Inter ทั้ง 4 offices ไม่มีการเปลี่ยนแปลง เพียงแต่จะมีการให้โอกาสพนักงานที่มีความสามารถและอุทิศตนให้กับทางบริษัทขึ้นมาเป็นหุ้นส่วน มีบทบาททางการบริหารมากขึ้น คุณหมอวีซ่าเองก็อายุเยอะขึ้นทุกวัน จึงอยากให้โอกาสถ่ายทอดวิชาให้กับชนรุ่นหลังให้เขามีโอกาสโตและก้าวหน้า ชีวิตคนเราไม่มีอะไรยั่งยืนนะคะ บางคนทำงานหนักจนไม่ดูแลสุขภาพ มาทราบเอาอีกทีก็สายเกินไปเสียแล้วก็มากมาย ดังนั้น ในช่วงปีหลังๆคุณหมอวีซ่าจึงมีการเดินทางไปช่วยน้องๆตาม office ที่ต้องการความช่วยเหลือ ตั้งแต่ต้นปี 2010 เป็นต้นมา ใครๆก็รู้ว่าวีซ่าออสเตรเลียเริ่มทำยากขึ้น เอเจนท์ต่างๆก็มีการเปิดตลาดไปทาง USA, UK, Canada และอื่นๆ ที่ CP Bangkok and CP Chiang Mai  ก็ไม่ละเว้น เราต้องเปิดตลาดใหม่กระทั่ง Singapore  กับ Japan ตอนนี้ทั้งสองสาขาของ CP Inter ก็เริ่มส่งเด็กไปเรียนได้แล้วนะคะ หากใครสนใจ ก็เข้าไปติอต่อพี่ๆได้เลยค่ะ

            ฉบับนี้ขอเขียนเอาใจน้องๆที่กำลังจะเรียนจบ และเป็นนักเรียนที่เดินทางมาออสเตรเลียก่อนวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2010 ซึ่งถือเป็นนักเรียนที่อยู่ในช่วง transitional period   น้องๆเหล่านี้สามารถสมัคร skilled graduate visa (sc485) โดยเลือกอาชีพที่ต้องการจะสมัครในลิสต์นี้  Skilled Occupation Lists (SOL)  (http://www.immi.gov.au/skilled/general-skilled-migration/transitional/_pdf/sol-twoabc.pdf)  ไม่ว่าจะเพื่อหาประสบการณ์การทำงาน 18 เดือน สมัคร SkillSelect  หรือต่อเวลาในการหานายจ้างสปอนเซอร์ (สำหรับคนที่อาชีพไม่ได้อยู่ในลิสต์พีอาร์)   นับจากที่อิมมิเกรชั่นเปลี่ยนกฎ ก็ส่งผลกระทบต่อน้องๆที่เรียนในสายอาชีพมากมาย โดยเฉพาะคนที่เรียนในสาขา cookery ที่อาชีพของคนนั้นโดนถอดออกไปจากลิสต์พีอาร์  บางคนก็ถอดใจกลับบ้านไปซะก่อน บางคนก็เปลี่ยนไปเรียนในระดับปริญญาเพื่อโอกาสในการได้พีอาร์  คุณหมอวีซ่าอยากจะบอกน้องๆทุกคนตรงนี้ว่าโอกาสในการได้วีซ่าทำงาน ตลอดจนพีอาร์จากสายอาชีพ cook นั้นยังมีอยู่ค่ะ แต่กว่าจะไปถึงขั้นนั้นได้  น้องๆที่เรียนมาในสาขา cookery หรือ patisserie จำเป็นต้องผ่านการประเมินคุณวุฒิกับหน่วยงานประเมินคุณวุฒิก่อนค่ะ ซึ่งหน่วยงานที่ดูแลในเรื่องนี้ก็คือ Trades Recognition Australia (TRA) ซึ่งเป็นผู้ดูแลการประเมินคุณวุฒิในสายอาชีพ ไม่ว่าจะเป็น cook, chef, electrician และอื่นๆ  ซึ่งอาชีพเหล่านี้ต่างก็มีเกณฑ์การประเมินคุณวุฒิขั้นต้นที่ใกล้เคียงกัน  การประเมินคุณวุฒิผ่าน TRA ถือว่าไม่ง่ายนะคะ และด้วยกฎเกณฑ์ที่เปลี่ยนไป หลายคนคิดว่าไม่มีโอกาสทำได้แล้ว จึงตัดสินใจไม่ดำเนินต่อก็มี แต่คุณหมอวีซ่าบอกได้เลยว่าหากเรารู้กฎเกณฑ์ที่แน่นอนของการยื่น  TRA  โอกาสในการที่เราจะได้รับ full skill assessment ก็คงไม่ยากเกินความสามารถของทุกคนค่ะ

            กฎเกณฑ์การประเมินคุณวุฒิของ TRA ในขั้นต้นมีอยู่ว่า  น้องๆจะต้องจบการศึกษาขั้นต่ำในระดับดิโพลมา และจบการศึกษา Certificate III ในสาขา cookery นอกจากนี้จะต้องมีประสบการณ์การฝึกงาน 360 ชั่วโมง และจะต้องสอบ IELTS ให้ได้ 6 ทุกแบนด์อีกด้วย  ถึงจะมีสิทธิสมัคร Provisional Skill Assessment เพื่อนำไปใช้ยื่น sc485 ค่ะ  และเมื่อถือ sc485 เรียบร้อยก็สามารถทำงานเต็มเวลาในสาขา cookery  ซึ่งทาง TRA เรียกว่า Job Ready Programme ซึ่งเป็น full skill assessment สำหรับผู้ที่ต้องการจะสมัครพีอาร์ หรือเพื่อหานายจ้างสปอนเซอร์ จริงอยู่ว่าปัจจุบันนี้อาชีพ cook และ chef ไม่ได้อยู่ในลิสต์พีอาร์ แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าโอกาสในการได้พีอาร์สำหรับผู้ที่เรียนมาในสาย cookery จะเป็นศูนย์ไปโดยสิ้นเชิงนะคะ เพราะ criteria ที่สำคัญของการจะได้มาซึ่ง full skill assessment ก็คือผู้สมัครจะต้องมีประสบการณ์การทำงานเต็มเวลาในสาย cookery เป็นเวลา 1 ปี  และเมื่อได้ประสบการณ์ครบ 1 ปีแล้ว ก็สามารที่จะได้รับ full skill assessment และสามารถนำใบ assessment นี้ไปใช้สมัครงานได้เลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นนายจ้างสปอนเซอร์ หรือ state sponsorship ก็ตาม  

เห็นมั้ยคะจะว่าไปแล้วเกณฑ์ในการประเมินแบบ full skill assessment ของ TRA นั้นก็ไม่ได้ยากจนเกินไป  ขอเพียงแค่เรามีวุฒิการศึกษา ชั่วโมงประสบการณ์การทำงาน และผลสอบทางภาษาอังกฤษตรงตามที่ TRA กำหนด  ก็สามารถประสบความสำเร็จในการประเมิน TRA ได้เหมือนน้องอิง ซึ่งถือเป็นลูกค้าเก่าแก่ของทางซีพี อินเตอร์ฯ น้องอิงเรียนจบมาทางด้าน cookery และสามารถสอบ IELTS ได้ตามที่ TRA กำหนด (น้องเป็นคนที่มีความพยายามและตั้งใจมากค่ะ) หลังจากที่ได้รับ provisional skill assessment และถือวีซ่า sc 485 เป็นที่เรียบร้อย น้องอิงก็ได้โอกาสในการทำงานตรงกับสายที่เรียนมา น้องอิงโชคดีมากที่ได้งานที่ Western Australia และปัจจุบันนี้ก็ได้รับการสปอนเซอร์จากทางรัฐ Western Australia ภายใต้อาชีพ cook ผ่านการยื่น EOI เข้าไปในระบบ SkillSelect เป็นที่เรียบร้อย  สำหรับใครที่อยากทราบรายละเอียดเพิ่มเติม  สามารถเข้าไปอ่านได้ที่ http://www.innovation.gov.au/Skills/Pages/default.aspx  หรือจะโทรเข้ามาสอบถามกับจัสติน (Justine) ได้ที่ 02-9267-8522 ได้เลยค่ะ  

เพราะฉะนั้นนี่คงเป็นโอกาสสุดท้ายสำหรับน้องๆ นักศึกษาที่กำลังลงเรียนในสายอาชีพ และต้องการจะสมัคร sc485  เหลือเวลาไม่มากแล้วนะคะ  ใครที่อยากจะสมัคร sc485 และอยากมีโอกาสดีๆเหมือนน้องอิงข้างต้น  อย่าลืมรีบเข้ามาติดต่อซีพี อินเตอร์ ได้ทุกสาขา  นับจากวันที่ 1 มกราคม 2013 เป็นต้นไป นักเรียนที่อยู่ภายใต้ transitional period ก็จะหมดโอกาสตรงนี้ไป  ซึ่งตอนนี้ซีพี อินเตอร์ฯ เองก็มีโปรโมชั่นลุ้นรับ iPad สำหรับน้องๆที่เข้ามาใช้บริการของ ซีพี อินเตอร์ฯ  และร่วมลุ้นรับรางวัล Christmas lucky draw  อีกด้วยค่ะ 

คุณหมอวีซ่าขอปิดท้ายฉบับนี้ด้วยรายงานข่าวจากวุฒิสมาชิก Kate Lundy ที่ออกมาประกาศถึงค่าสมัครวีซ่าที่จะขึ้นนับแต่วันที่ 1 มกราคม 2013  เราไปดูกันว่าจะมีค่าสมัครวีซ่าอะไรขึ้นบ้างค่ะ

Monday, 22 October 2012
Senator Kate Lundy - Acting Minister for Immigration and Citizenship
Changes to Australia's visa pricing system make for a fairer 'user-pays' approach of charging for visas, the Acting Minister for Immigration and Citizenship, Senator Kate Lundy, said today.
Announced as part of the government's release of the Mid-Year Economic and Fiscal Outlook, the improved pricing model will increase visa charges in areas of significant demand.
Senator Lundy said the government had already made some changes to visa pricing in the last year as part of the move to the fairer user-pays system.
'The government has made a targeted increase in the cost of visas where there are high levels of demand, and therefore areas that are less likely to be significantly impacted by the added costs,' Senator Lundy said.
'The fact is that there are plenty of people around the world who want to work in Australia because of our substantial economic strengths during these times of global economic uncertainty - it is only appropriate for visa costs to reflect that demand.'
Changes to visa pricing announced today take effect from 1 January 2013. They include:
  • Partner visas allowing for people already in Australia to enter or remain on the basis of their married or de facto relationship, to increase from $3060 to around $4000
  • Partner visas for people outside Australia who want to join their partner in Australia will increase $2060 to around $2700
  • Skilled Graduate visas to increase from $315 to $1260 for the highly-valued post-study work rights for people in Australia on a student visa
  • The 457 temporary skilled worker visas to increase from $350 to around $455
  • Working Holiday maker visas will increase from $280 to around $360.
'Most of these increases are for visas that provide valuable opportunities for people to work in Australia, whether it's through the 457 program, working holiday visas or the sought after work rights for skilled graduates. We don't, therefore, expect demand to be adversely affected by these changes,' Senator Lundy said.

ท่านผู้อ่านทั้งหลายจะเห็นว่าค่าสมัครวีซ่านั้นมีการปรับขึ้นค่อนข้างมากอย่างน่าตกใจนะคะ โดยเฉพาะในเครือข่ายวีซ่าคู่ครอง และ   graduate visa (sc485) ซึ่งมีการปรับขึ้นเป็นเท่าตัวกันเลยทีเดียว  ทั้งนี้เพราะวีซ่าเหล่านี้ถือเป็นวีซ่าทำเงินของอิมมิเกรชั่นนั่นเองค่ะ  ฉะนั้นใครที่อยากรีบยื่นวีซ่าก็ควรจะรีบก่อนสิ้นปีนะคะ ก่อนที่ค่าสมัครจะเพิ่มขึ้นค่ะ   ใกล้ปีใหม่ คิดดี ทำดีนะคะ ชีวิตจะได้รุ่งเรืองก้าวหน้าต่อยอดไปถึงลูกถึงหลาน มีทั้งสุขภาพใจและกายที่ดี เป็นสิ่งประเสริฐสุดยิ่งกว่าเงินทองจะซื้อได้ค่ะ ขอให้มีความสุขกันมากๆทุกคนเลยนะคะ
 

วันอาทิตย์ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2555

วีซ่าทำงานแบบมีนายจ้างสปอนเซอร์ - ไม่ยากอย่างที่คิด



            สวัสดีจากกรุงเทพฯค่ะ  ในฉบับที่แล้วคุณหมอวีซ่าได้กล่าวทิ้งท้ายถึงวีซ่าแห่งยุค ก็คือวีซ่านายจ้างสปอนเซอร์ หรือที่เหล่าคนไทยเรียกกันว่า “วีซ่าทำงาน” บ้างก็เรียก “working visa” แต่ชื่ออย่างเป็นทางการเรียกว่า Temporary Business (Long Stay) - Standard Business Sponsorship (Subclass 457) ไม่ว่าจะเรียกวีซ่าประเภทนี้ว่าอะไร  ก็คงไม่มีใครปฏิเสธได้ว่าวีซ่าตัวนี้เป็นวีซ่าทองแห่งยุคจริงๆค่ะ  ใครที่พลาดหวังในการสมัครพีอาร์ ก็หันเหมาสมัครวีซ่านายจ้างสปอนเซอร์แทน และถ้าหากเป็นที่พอใจของนายจ้าง นายจ้างเองก็สามารถสปอนเซอร์ให้เราได้พีอาร์ในท้ายที่สุด  ด้วยสาเหตุนี้ทำให้น้องๆคนไทยที่มีฝีไม้ลายมือต่างเข้ามาปรึกษาทีมงานของคุณหมอวีซ่ากันยกใหญ่ถึงการทำวีซ่านายจ้างสปอนเซอร์ตัวนี้ หรือวีซ่าที่เป็นพี่น้องๆเชื่อมโยงด้วยกันในสกุลสปอนเซอร์ด้วยกัน ในวันนี้คุณหมอวีซ่าจึงขออนุญาตเขียนบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับวีซ่าตัวนี้ให้ผู้อ่านทุกท่านได้เข้าใจกันค่ะ 


ในปัจจุบันนี้มีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดของวีซ่ารวมทั้งกฎของการสมัครพีอาร์ต่างๆมากมาย  แม้กระทั่งตัวของคุณหมอวีซ่าซึ่งเป็นไมเกรชั่นเอเจนท์เอง และทีมงานก็ตามข่าวกันไม่หวาดไม่ไหว เรียกได้ว่าทางอิมมิเกรชั่นมีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของกฎต่างๆกันแทบทุกปี  โดยเฉพาะในปีนี้ที่เริ่มมีการนำ SkillSelect และ Expressions of Interest (EOI) เข้ามาใช้  การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ก็เริ่มมาตั้งแต่ปี 2010 นั่นเลยละค่ะ    นับแต่วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2010 เป็นต้นมา ทางอิมมิเกรชั่นได้ออกประกาศถึงการปฏิรูป General Skilled Migration Program ของออสเตรเลีย โดยการยกเลิก Migration Occupation in Demand List (MODL) – อาชีพที่เป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานในตอนนั้น และหันมาใช้ Skilled Occupation List (SOL) – ซึ่งเป็นอาชีพที่เป็นที่ต้องการต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของออสเตรเลียแทน   นับแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2010  ผลจากการประกาศหันมาใช้ Skilled Occupation List ในครั้งนี้ทำให้นักเรียนหรือนักศึกษาต่างชาติที่กำลังเรียนอยู่ในตอนนั้นไม่ว่าจะเป็นในสาขาอาชีพ cookery, hairdressing, marketing, hospitality และ translation เป็นต้น หมดโอกาสในการสมัครพีอาร์เป็นแถวๆ  เพราะมีเด็กนักเรียนหรือนักศึกษาจำนวนไม่น้อยที่กำลังศึกษาวิชาเหล่านี้อยู่   คนที่กำลังเรียนอยู่ครึ่งเทอมก็ต้องหันเหไปเรียนอย่างอื่น หรือก็ต้องทนเรียนให้จบแล้วย้ายมาเรียนในสาขาอื่นต่อไป   ผลจากการปฏิรูปในครั้งนั้น ทำให้น้องๆทั้งหลายเหล่านั้นหมดโอกาสในการสมัครพีอาร์จากสายสาขาอาชีพที่ตัวเองเรียน โดยเฉพาะสำหรับน้องๆที่ยังต้องการโอกาสในการอยู่ต่อประเทศออสเตรเลีย ก็หันมาหาวีซ่าประเภทอื่นๆแทน ไม่ว่าจะเป็น Skilled-Graduate Temporary Visa (sc485) วีซ่านักเรียน วีซ่าแต่งงาน และหรือในที่สุดก็วีซ่านายจ้างสปอนเซอร์ เพราะเป็นวีซ่าที่ผู้ถือสามารถทำงานในออสเตรเลียได้โดยทันทีที่เดินทางถึงออสเตรเลีย ซึ่งก็หมายถึงจ่ายภาษีให้รัฐบาลได้โดยทันทีเช่นกัน แถมภาระในการรับผิดชอบผู้ที่ถือวีซ่าทำงาน แบบมีนายจ้างสปอนเซอร์พร้อมสมาชิกในครอบครัวทุกคนที่ติดตามมานี้ล้วนตกอยู่ที่ตัวนายจ้างโดยสิ้นเชิง ซึ่งวีซ่าทำงานบางตัวก็อนุญาตให้อยู่ในออสเตรเลียได้เพียงชั่วคราว  บางวีซ่าก็สามารถอยู่ได้อย่างถาวร  ในสถานการณ์ที่ตอนนี้วีซ่านักเรียนยากเข้าขั้นสุดๆ  การหันมาสมัครวีซ่าทำงานแบบ sc457 ดูจะเป็นหนทางที่มีความเป็นไปได้มากกว่าตามนโยบายของรัฐบาลพรรค Labour ในปัจจุบันนี้นั่นเอง
วีซ่านายจ้างสปอนเซอร์ - Temporary Business (Long Stay) - Standard Business Sponsorship (Subclass 457)    เป็นวีซ่าชั่วคราวที่เอื้อประโยชน์ให้กับนายจ้างในการว่าจ้างลูกจ้างต่างชาติเข้ามาทำงานในประเทศออสเตรเลีย  เพราะเนื่องจากไม่สามารถหาลูกจ้างที่เป็นคนท้องถิ่นมาทำงานให้ได้ sc457 สามารถแบ่งการสปอนเซอร์ได้เป็น 2 ประเภทคือ 1. ภายใต้ Standard Business Sponsorship และ 2. ภายใต้ Labour Agreement   วีซ่า sc457 ตัวนี้ นายจ้างสามารถว่าจ้างลูกจ้างให้ทำงานกับตนได้ถึง 4 ปี และนับจากทำงานไป 2 ปีกับนายจ้างคนเดิมแล้ว  นายจ้างสามารถที่จะสปอนเซอร์ให้เป็นพีอาร์ได้ต่อไป  แต่ในวันนี้เราจะมาพูดคุยถึงเฉพาะในส่วนของ Standard Business Sponsorship กันค่ะ เพราะเป็นการพูดถึงการสปอนเซอร์ลูกจ้างในส่วนทั่วๆไปที่เป็นที่นิยมทำกันในหมู่นายจ้างที่ออสเตรเลีย   
 
วีซ่า sc457 แบ่งเป็น 3 ขั้นตอนด้วยกัน  คือ
1.      Sponsorship     2. Nomination                          3. Application              
Sponsorship เป็นส่วนที่เกี่ยวข้องกับคุณสมบัติของนายจ้างซึ่งจะต้องได้รับการอนุมัติจากอิมมิเกรชั่นว่าสามารถเป็นสปอนเซอร์ได้  และเมื่อได้รับการอนุมัติแล้ว  ตัวนายจ้างก็ต้องยื่น Nomination เพื่อขอสปอนเซอร์ลูกจ้างในตำแหน่งที่ต้องการจะว่าจ้าง และเมื่อ nomination ได้รับการอนุมัติแล้ว ลูกจ้างถึงจะสามารถสมัครวีซ่าทำงานในออสเตรเลียได้  จะว่าไปแล้วส่วนสำคัญของการทำวีซ่าตัวนี้จะเน้นหนักไปที่สปอนเซอร์หรือตัวนายจ้างนั่นเอง   ถ้าหากสปอนเซอร์ไม่ผ่านการอนุมัติ ต่อให้เค้าอยากสปอนเซอร์เราอย่างไรก็ตาม ก็ไม่สามารถยื่นวีซ่า sc457 ได้ค่ะ

วีซ่านายจ้างสปอนเซอร์ sc457 นี้ งานที่ทำประมาณ 70% ถือเป็นส่วนที่ต้องทำให้นายจ้างผ่านการอนุมัติให้เป็นสปอนเซอร์ได้ และงานอีก 30% ถือเป็นส่วนของการเสนอตำแหน่งและพิสูจน์ความเหมาะสมของตัวลูกจ้างว่าเหมาะสมกับตำแหน่งนั้นๆไหม     
อย่างที่คุณหมอวีซ่ากล่าวไว้แล้วว่า  วีซ่าตัวนี้ส่วนประกอบที่สำคัญอยู่ที่ตัวนายจ้าง   นายจ้างนั้นจะต้องมีธุรกิจที่ประกอบการในออสเตรเลียอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และอาชีพที่ต้องการจะสปอนเซอร์นั้น (nominated occupation) จะต้องมีอยู่ใน CSOL List  (Consolidated Sponsored Occupation List)  - http://www.immi.gov.au/skilled/_pdf/sol-schedule1-2.pdf  และจะต้องจ่ายเงินเดือนตามอัตราตลาดแรงงานทั่วไปของออสเตรเลีย นั่นหมายความว่าจะต้องจ่ายเงินเดือนให้เท่ากับอัตราที่คนท้องถิ่นได้รับกัน และนอกจากนี้เงินเดือนนั้นจะต้องมากกว่าที่ TSMIT (The Temporary Skilled Migration Income Threshold) กำหนด ซึ่งปัจจุบันนี้อัตราเงินเดือนขั้นต่ำอยู่ที่ $51,400  + อีก 9% superannuation fund ที่นายจ้างต้องจ่ายให้เป็นเงินสะสมเงินบำนาญ และยังต้องมีการฝึกอบรมให้กับพนักงานอีกด้วย  ถ้าหากนายจ้างมีคุณสมบัติตรงตามที่กำหนดในขั้นต้นดังกล่าว และผ่านทั้งขั้นตอน sponsorship และ nomination ก็สามารถที่จะสปอนเซอร์ลูกจ้างในตำแหน่งงานนั้นๆได้เลยค่ะ 

คุณสมบัติทั่วไปของลูกจ้างนั้นก็ไม่ยาก เพียงแต่จะต้องมีคุณวุฒิ และหรือประสบการณ์การทำงานที่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งงานที่จะสมัคร และจะต้องสอบ IELTS ให้ได้ขั้นต่ำ 5 ทุกแบนด์ (ในบางอาชีพ) และในบางอาชีพอาจจะต้องมีการทำประเมินคุณสมบัติของผู้สมัคร (skill assessment) ด้วย  อันนี้เป็นเพียงคุณสมบัติคร่าวๆเท่านั้นนะคะ  ในแต่ละอาชีพก็มีคุณสมบัติขั้นต่ำต่างกันไป  เนื่องจากเนื้อที่คอลัมน์มีจำกัด คุณหมอวีซ่าจึงขอยกมาเฉพาะ 3 อาชีพที่เป็นที่นิยมของคนไทยกันค่ะ  
1.      Restaurant Manager  (ANZSCO Code 141111)น้องๆทั้งหลายที่ส่วนใหญ่เมื่อเดินทางมาถึงออสเตรเลียแล้วก็มักจะชอบไปเลือกทำงานในร้านอาหาร หรือในคาเฟ่ที่เปิดโอกาสให้น้องๆทั้งหลายได้เรียนและทำงานไปในเวลาเดียวกัน  โดยไม่ต้องอาศัยทักษะทางภาษาอังกฤษและทางการทำงานที่สูงมาก ถ้าหากน้องๆทำงานดี ทางร้านก็ยินดีที่จะสปอนเซอร์ลูกจ้างอย่างเราให้ทำงานกับทางร้านต่อไป   สำหรับในอาชีพนี้ คุณสมบัติขั้นต้น คือต้องจบขั้นต่ำดิโพลม่าในสาขาที่เกี่ยวข้องกับ Hospitality, Hotel Management หรือ Restaurant Management  เป็นต้น และไม่จำเป็นต้องมีผลสอบ IELTS  แต่จะต้องได้รับเงินเดือนขั้นต่ำตามที่ TSMIT กำหนด
2.      Marketing Specialist (ANZSCO Code 225113) ตำแหน่งการตลาดเป็นตำแหน่งที่สำคัญในบริษัท  การจะพัฒนาแนวทางการตลาดของแต่ละบริษัทให้เจริญรุดหน้าอย่างไรก็ต้องพึ่งการทำงานของบุคคลากรฝ่ายการตลาดเหล่านี คุณสมบัติส่วนใหญ่ของ Marketing Specialist   นั้นจะต้องจบขั้นต่ำปริญญาตรีในสาขาทางการตลาด หรือสาขาอื่นที่เกี่ยวข้อง และไม่จำเป็นต้องมีผล IELTS ค่ะ

3.      Chef (ANZSCO Code 351311) หรือ Cook (ANZSCO Code 351411)   -  สองอาชีพนี้เป็นอาชีพยอดนิยมจริงๆของคนไทย   เพราะในปัจจุบันมีร้านอาหารไทยที่เปิดเป็นจำนวนมากมายในออสเตรเลีย  และในช่วงนี้ร้านส่วนใหญ่ก็ขาดพ่อครัว แม่ครัวฝีมือดีในการปรุงอาหาร ทำให้ร้านส่วนใหญ่ยินดีที่จะสปอนเซอร์ภายใต้วีซ่า sc457 ให้ทำงานกับทางร้านอาหาร  สำหรับทั้ง Cook และ Chef นั้นจะต้องเรียนจบขั้นต่ำ Certificate III (ในกรณีมีประสบการณ์การทำงาน) หรือ Certificate IV ในสาขา Commercial Cookery แต่ที่ยากคือจะบังคับให้เช๊ฟไทยสอบผ่านให้ได้ IELTS ขั้นต่ำ 5 ทุกแบนด์ ได้อย่างไรเอ่ย

อ่านมาถึงตรงนี้หลายๆคน คงจะสงสัยว่าทำไมอาชีพ Cook จะต้องสอบ IELTS ด้วย แล้วทำไมใน
อาชีพที่กล่าวมาข้างต้นอีก 2 สาขาไม่ต้องใช้ ทั้งนี้ก็เพราะสองอาชีพในสองข้อแรกนั้นถือเป็น highly skilled occupation  ซึ่งเป็นอาชีพที่ทางอิมมิเกรชั่นมองว่าเป็นอาชีพที่ต้องใช้ความสามารถมากกว่าอาชีพในระดับอาชีวะ หรือ trade เช่นในสาย Cook นั่นเอง  ขอให้ตั้งใจเรียนภาษาอังกฤษให้ดีๆ การสอบ IELTS ให้ได้เพียง 5 เพียงแบบ General Module คุณหมอวีซ่าก็เชื่อว่าคงจะไมยากเกินความสามารถของน้องๆทุกๆคนหรอกค่ะ  

ข้อมูลข้างต้นเป็นเพียงข้อมูลคร่าวๆของวีซ่า sc457  ในรายละเอียดของวีซ่านั้นยังมีอีกอยู่มาก สำหรับผู้อ่านท่านไหนที่ต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.immi.gov.au/skilled/skilled-workers/sbs/        ส่วนผู้อ่านท่านไหนที่อยากทราบข้อมูลเป็นภาษาไทย หรืออยากทราบวิธีในการทำวีซ่านายจ้างสปอนเซอร์แบบชัวร์ๆ ก็สามารถโทรมาสอบถามได้ที่พี่โจ (ซิดนีย์) 02-92678522 หรือพี่เปีย (เมลเบิร์น) 03-9602-5355 ได้เลยค่ะ งานนี้ปรึกษาฟรี!! และตอนนี้ซีพีซิดนีย์ก็เปิดทำการในวันเสาร์แล้วนะคะ ตั้งแต่เวลา 10.00 – 17.00 ใครที่ไม่สะดวกมาในวันธรรมดา อยากจะมาพูดคุยกับทีมงาน CP Inter ในวันเสาร์ อย่างใกล้ชิด ก็ขอเชิญนัดมาปรึกษาปัญหาต่างๆ ได้เลยค่ะ    
ทีมงานCP Interกรุงเทพร่วมงานStaff Development ที่หัวหินกัน เมื่อ5-6ตุลาคมที่ผ่านมานี้สดๆร้อนๆ ได้ทั้งความรู้และความสามัคคี



คุณปิ๊ป ผอ.CP Inter นำทีมMarketingบุกถึงนครศรีธรรมราชตามคำเชิญของหลายสถาบันการศึกษาชื่อดัง ถ่ายภาพหน้าร้านโกปี้ อยากให้น้าตุ้ยไปชิมอาหารเช้าที่นี่จัง