“คุณหมอวีซ่า”

รูปภาพของฉัน
โดย Pip Panasbodi (MARN 9896337) ผู้เชี่ยวชาญด้านวีซ่าประจำ CP International Education & Migration Centre www.cpinter.com.au

วันพฤหัสบดีที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2555

Phrase 2 ของการเปลี่ยนแปลงวีซ่านักเรียนออสเตรเลีย - ความง่ายที่มาพร้อมกับความรวย

สวัสดีค่ะสมาชิกแฟนคลับของคุณหมอวีซ่าทุกๆท่าน เดือนนี้นับว่าเป็นเดือนแห่งเทศกาลจริงๆนะคะ ไม่ว่าจะเป็นอีสเตอร์หรือสงกรานต์ ยิ่งที่เมืองไทยหยุดกันยาวมาตั้งแต่วันจักรีที่ 6 เมษาฯเลยก็ว่าได้ แต่ไม่ว่าจะเทศกาลใดๆ ก็ขอให้ทุกท่านเดินทางและเที่ยวกันอย่าง ปลอดภัย เมาแล้วอย่าขับนะคะ

Australian Student Visas – new changes

นับจาก Phase แรกของ Knight Review ที่เริ่มประกาศใช้ไปเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2011 ที่ผ่านมา โดยเฉพาะการหันมาพิจารณาคุณสมบัติของนักเรียนหรือนักศึกษาที่มีโอกาสจะได้วีซ่านักเรียนของประเทศ ออสเตรเลียภายใต้กฎ GTE ก็ได้รับเสียงตอบรับทั้งในแง่บวกและลบจากนักเรียน ผู้ประกอบการ และผู้ที่เกี่ยวข้องกับในวงการวีซ่าทั้งหลาย บางกรณีที่ทางอิมมิเกรชั่นเห็นว่านักเรียนมีความตั้งใจจะมาเรียนจริงๆ วีซ่าก็ผ่านง่ายๆภายในสองวัน แต่ในหลายกรณีที่เจ้าหน้าที่เห็นว่าต่อวีซ่าดิโพลม่ามาสองสามรอบแล้ว แล้วทำไม จะยังต้องเรียนในระดับเดียวกันอีก ก็ปิ๋วไปตามระเบียบ แต่ก็ใช่ว่า Knight Review จะยากแสนยากไปทั้งหมดนะคะ โดยเฉพาะในวันที่ 22 มีนาคม 2012 ที่ผ่านมา ท่านรัฐมนตรี Chris Bowen ได้ออกแถลงการณ์ถึงการประกาศเริ่มใช้ Stage 2 ของ Knight Review ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 24 และ 26 มีนาคม 2012 ที่ผ่านมา ก่อนที่คุณหมอวีซ่าจะบอกกล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงของวีซ่านักเรียนในเฟสที่สอง คุณหมอวีซ่าขอนำสารโดยท่าน

รัฐมนตรี Chris Bowen มาบอกกล่าวแก่ท่านผู้อ่านกันก่อน ว่ากันว่าการประกาศครั้งนี้ จะช่วยยกตัวเลขจำนวน

นักศึกษาให้กลับมาเลือกเรียนที่ออสเตรเลียกันใหม่อีกครั้ง แต่ดูเหมือนว่าจะต้องมาพร้อมเงินที่ใช้ส่งค่าเล่าเรียนระดับ

มหาวิทยาลัยแพงๆ ไม่ใช้ระดับดิโพลม่าอีกต่อไปแล้วก็ว่าได้ ลองมาอ่านกันดูนะคะ

Changes to boost international education

Thursday, 22 March 2012

The Minister for Immigration and Citizenship, Chris Bowen MP, today announced key changes to the student visa program recommended by the Knight Review will commence from 24 March, as part of the government's commitment to position Australia as a preferred study destination for international students.

'International education plays a vital role in a growing economy, educational outcomes and Australia's diplomatic engagement with other countries, so it's important that we give it the best possible support,' Mr Bowen said.

'From 24 March, we are implementing streamlined visa processing arrangements for prospective students enrolled in Bachelor, Masters or Doctoral degrees at participating universities, making the application process simpler and faster.'

In recognition of these institutions' track record, university students — regardless of their country of origin — will be treated as though they are lower risk and will need to submit less evidence in support of their visa application, similar to the current assessment level (AL) 1.

'Universities in Australia have embraced the opportunity to sign up to the arrangements, which are expected to help boost international enrolments for semester two 2012 and beyond,' Mr Bowen said.

From 26 March, the government will provide more flexible work conditions for all student visa holders, which will also provide more flexibility for their employers.

In recognition of the importance of the higher degree by research sector, the government will also allow postgraduate research (subclass 574) visa holders to work an unlimited amount of hours per week once their course has commenced, which will mean they can engage in employment related to their research.

Other Knight Review changes to be implemented from 24 March include:

  • Improved access to English language study for schools sector visa applicants and for student guardian visa holders
  • Removal of the requirement for higher risk schools sector visa applicants to provide evidence of an English language proficiency test.

In line with the Knight Review recommendations, the minister today introduced legislation to Parliament to abolish the automatic visa cancellation process for international students.

The Student Legislation Amendment (Student Visas) Bill will reduce complexity and uncertainty for students and provide for fairer, more efficient monitoring and compliance processes.

(Taken from: http://www.minister.immi.gov.au/media/cb/2012/cb184479.htm)

จากการที่ท่านรัฐมนตรีออกมาให้ข่าวเช่นนี้ จะเห็นว่ามีการเน้นหนักไปทางหลักสูตรมหาวิทยาลัยโดยเฉพาะ ซึ่งท่าน

เชื่อว่าย่อมเป็นเรื่องที่ดีต่ออนาคตของวงการศึกษาประเทศออสเตรเลีย ไม่ว่าจะเป็นต่อคนที่กำลังจะเลือกมาเรียนยัง ประเทศออสเตรเลีย หรือคนที่อาศัยอยู่แล้วและกำลังถือวีซ่านักเรียนอยู่ก็ตาม ท่านรัฐมนตรีมองเห็นความสำคัญของ

ตลาดการศึกษาในระดับมหาวิทยาลัยโดยเฉพาะสำหรับนักเรียนหรือนักศึกษาต่างชาติเช่นคนไทยอย่างเรา ชาวจีน

หรือแขกฝรั่งมังค่าก็ตาม เนื่องจากตลาดการศึกษาถือเป็นสินค้าที่สำคัญของประเทศออสเตรเลีย และสถาบันที่เป็น

มหาวิทยาลัย ตามสถิติและการวิจัยพบว่าไม่ได้ปฏิบัติผิดกฎบ้านกฎเมืองเขามากมายดั่งสถาบันเอกชนทั้งปวง

ที่ผ่านๆมา ดังนั้นอ่านกันกว้างๆ การเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ก็เพื่อดึงดูดนักเรียนให้เข้ามายังประเทศออสเตรเลียเพื่อมา

เรียนระดับมหาวิทยาลัยนั่นเองค่ะ

การเปลี่ยนแปลงในครั้งที่สองนี้มีหลายประเด็นด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นผู้ปกครองที่ถือ guardian visa สามารถที่จะลง

เรียนภาษาpart-time ได้ หรือนักเรียน high school (sc571) ที่ประเทศอยู่ใน assessment level 3 ก็สามารถเรียน

ภาษาเพิ่มเป็น 50 สัปดาห์ ซึ่งตรงส่วนนี้คุณหมอวีซ่าไม่ขอลงรายละเอียดนะคะ จะเลือกเขียนเฉพาะในประเด็น

ที่เกี่ยวข้องกับผู้อ่านคนไทยค่ะ

ช่วงที่ผ่านมามีน้องๆบางคนมาขอคำปรึกษาจากคุณหมอวีซ่าและทีมงาน เพราะวีซ่านักเรียนไม่ผ่านภายใต้กฎ GTE กันมากมาย ไม่ว่าจะเป็นคนที่มาเรียนในระดับดิโพลม่า หรือในระดับปริญญา น้องๆบางคนวีซ่าถูกปฏิเสธถึงแม้ว่า

จะเลือกมาเรียนในระดับปริญญาโทก็ตาม ทำให้หลายๆคนหมดกำลังใจที่จะมาและเลือกที่จะไปเรียนต่อยังประเทศ

อื่นๆแทน แต่นับต่อไปนี้เป็นต้นไปทางอิมมิเกรชั่นได้ออกกฎมาว่าหากน้องๆคนไหนจะมาเรียนในระดับปริญญา ไม่ว่าจะเป็นปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญา เอกกับทางมหาวิทยาลัย ทางอิมมิเกรชั่นจะถือว่านักเรียนเหล่านั้น

เป็นนักเรียนชั้นดี และมีความเสี่ยงต่อการย้ายถิ่นฐานน้อย และนักเรียนเหล่านี้จะถูกประเมินภายใต้ assessment level 1 คือมีความเสี่ยงระดับต่ำสุด ดังนี้

From 24 March 2012, student visa applicants who lodge their applications with a Confirmation of

Enrolment (CoE) from a participating university in Australia at Bachelor, Masters or Doctoral degree level will be assessed as though they are a lower migration risk (similar to the current Assessment Level 1), regardless of their country of origin.

(Source: http://www.immi.gov.au/students/_pdf/2011-university-sector-streamlined-processing.pdf)

จริงๆแล้วนักเรียนไทยที่มาเรียนต่อในระดับปริญญานั้นถูกจัดให้อยู่ใน assessment level 1 อยู่แล้ว Streamlined visa processing นั้นอาจจะไม่ได้ส่งผลโดยตรงต่อนักเรียนไทยนะคะ แต่การที่ทางอิมมิเกรชั่นออกมาประกาศว่า

ต่อไปนี้ใครเลือกลงเรียนกับทางมหาวิทยาลัยต่างๆ โอกาสในการได้วีซ่าก็ย่อมมากกว่าผู้ที่ลงเรียนในระดับดิโพลม่า

หรือในระดับภาษา ซึ่งนับว่ามีความเสี่ยงสูงกว่าเพราะถือว่าเป็นการนำวีซ่านักเรียนไปใช้อย่างผิดวัตถุประสงค์ เช่นถือวีซ่านักเรียนแต่แอบไปทำงาน และนักเรียนในระดับปริญญาก็ไม่นิยมเปลี่ยนคอร์สเรียนไปมาเหมือนเด็ก

ดิโพลม่า อันนี้คุณหมอวีซ่าไม่ได้พูดเองเลยนะคะ ทางอิมมิเกรชั่นเป็นคนหยิบยกเหตุผลที่ว่าทำไมเรียนใน ระดับปริญญาถึงได้วีซ่านักเรียนง่ายกว่าในระดับอื่นๆ เห็นอย่างนี้ก็อย่าเพิ่งถอดใจกลับบ้านนะคะอยากให้น้องๆ

ถือเป็นการลงทุนเพื่ออนาคตเนื่องจากค่าเล่าเรียนมหาวิทยาลัยย่อมจะแพงกว่าระดับดิพฯมาก เนื่องจากการเลือก

มาเรียนในระดับปริญญานั้นนอกจากจะมั่นใจได้ว่าโอกาสในการได้วีซ่านั้นสูงกว่าแล้ว ยังจะได้โอกาสในการทำงาน

ต่อในประเทศออสเตรเลียได้อีก 2 - 4 ปีหลังจากเรียนจบอีกด้วยที่เรียกว่า Post-Study Work Visa เพราะฉะนั้นใคร

ที่ยังต้องการโอกาสในการอยู่ประเทศออสเตรเลีย streamlined visa processing ก็ถือเป็นอีกทางเลือกที่ดีสำหรับ

นักเรียนไทยอย่างเราๆค่ะ

ใครที่ตอนนี้ถือวีซ่านักเรียนอยู่ก็อย่าเพิ่งน้อยใจกันไปนะคะ เพราะทางอิมมิเกรชั่นก็ได้ออกกฎ เปลี่ยนแปลงชั่วโมง

ทำงานของผู้ที่ถือวีซ่านักเรียน (new work conditions) จากแต่ก่อน นั้นผู้ที่ถือวีซ่านักเรียนสามารถทำงาน ได้ 20 ชั่วโมงต่ออาทิตย์ แต่นับจากวันที่ 26 มีนาคมเป็นต้นไป ผู้ที่ถือวีซ่านักเรียนสามารถทำงานได้เป็น 40 ชั่วโมงต่อ 14 วัน ( 40 hours per fortnight) ย้ำนะคะว่า 40 ชั่วโมงต่อ 14 วันโดยเริ่มนับจากวันจันทร์แรกเป็นวันที่หนึ่ง และจะไปสิ้นสุดในวันอาทิตย์ของอาทิตย์ที่สอง คุณหมอวีซ่ามองว่าการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของ ชั่วโมงทำงานนั้น

นับว่าเป็นการเอื้อประโยชน์ทั้งต่อตัวนักเรียนและตัวนายจ้างเช่นเดียวกันกับในประเทศอื่นๆ เช่นสหรัฐอเมริกา นักเรียนไม่สามารถทำงานได้เลยนอกจากไปขออนุญาตก่อน ซึ่งตรงนี้ทางรัฐบาลออสเตรเลีย มองว่าเป็นจุดขาย

ที่สำคัญ นอกจากจะได้รับการศึกษาในระดับ world class แล้ว ยังสามารถทำงานเพิ่มพูนประสบการณ์อีกด้วย ถ้าหากอาทิตย์นี้น้องๆคนไหนยังไม่ค่อยมีการบ้าน และทางนายจ้างเองก็อยากให้ทำงานเพิ่มในอาทิตย์นี้ ก็สามารถทำได้แต่ต้องอยู่ในภายใต้กฎของ 40 ชั่วโมงต่อ 14 วัน ในอาทิตย์แรกอาจจะสามารถ ทำงานได้ 30 ชั่วโมง แต่ในอาทิตย์ต่อไปก็ทำได้ 10 ชั่วโมง สลับไปเรื่อยๆ นอกจากนี้สำหรับผู้อ่านท่านใดที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับ Postgraduate Research ไม่ว่าจะเป็นปริญญาโทระดับวิจัย ปริญญาเอก หรือ Postdoc ก็ตาม (สำหรับผู้ที่ถือวีซ่า sc574) มีโอกาสทำงานได้ไม่จำกัดชั่วโมงหลัง Course เปิด (รวมทั้งผู้ติดตามก็ทำงานได้เต็มเวลาเช่นกัน) จะทำอาทิตย์ละ 60 ชั่วโมงก็ไม่มีใครว่า นับว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีของน้องๆที่เรียนในระดับ research จริงๆนะคะ

อีกหนึ่งการเปลี่ยนแปลงที่คุณหมอวีซ่าอยากจะกล่าวถึง ก็คือการยกเลิก student visa automatic visa cancellation process ก็คือการขอยกเลิกการยกเลิกวีซ่านักเรียนโดยอัติโนมัติ จากปกติถ้านักเรียนคนไหนได้รับ NCN Letter หรือจดหมายที่แจ้งว่าทางสถาบันการศึกษาได้ทำ การยกเลิก CoE นักเรียนคนนั้นจะต้องไปรายงานตัว

ที่อิมมิเกรชั่นภายใน 28 วัน มิฉะนั้นวีซ่านัก เรียนจะโดนยกเลิกโดยอัติโนมัติ ซึ่งทาง Knight Reviewก็เสนอให้ยกเลิก ในกฎนี้เพื่อความเป็น ธรรมต่อนักเรียน เช่นบางคนขาดเรียนเพราะไม่สบาย หรือไม่เคยได้รับจดหมายเตือนจากทาง สถาบันเป็นต้น เนื่องจากร่างกฎหมายนี้เพิ่งจะถูกเสนอให้กับทางรัฐสภาพิจารณา เราก็ต้องรอดู ต่อไปว่ากฎในข้อนี้

จะเริ่มประกาศใช้เมื่อไหร่กันนะคะ

หลังจากที่เขียนบทความนี้เสร็จ คุณหมอวีซ่าก็หวังว่าจะมีผู้อ่านที่ได้อ่านบทความนี้แล้ว ตัดสินใจหันมาเรียนในระดับ ปริญญากันไม่มากก็น้อย เพราะทีท่าของวีซ่านักเรียนภายใต้ Knight Review นั้นเน้นหนักไปที่การศึกษาในระดับ

ปริญญาจริงๆ สำหรับใครที่ต้องการอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถอ่านได้ที่ http://www.immi.gov.au/students/knight/ ส่วนคนไหนที่อ่านบทความนี้ แล้วอยากจะเปลี่ยนมาเรียนในระดับ

ปริญญา หรือต้องการมาสอบถามข้อมูลหรือขอคำปรึกษาใน เรื่องคอร์สเรียนที่ไหนดี ที่ไหนเด่น ที่ไหนมีทุนการศึกษา ต้องไม่พลาดมาร่วมงาน CP Sydney Autumn Expo 2012 ในวันที่ 12 พฤษภาคม 2012 ที่จะถึงนี้ ตั้งแต่เวลา 11:00 – 17:00 ที่ Ground floor, Labour Council Building, 383 Sussex Street, Sydney

ภายในงานนอกจากน้องๆจะได้มีโอกาสในการร่วมพูดคุยปรึกษากับสถาบันการศึกษาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเรียน เรื่องเกณฑ์การสมัคร หรือคอร์สต่างๆ สำหรับน้องๆคนไหนที่ต้องการจะสมัคร เรียนภายในงาน ทางสถาบันก็ใจดีไม่คิดค่า application fee ใดๆทั้งสิ้น นอกจากนี้สำหรับใครที่ยื่นใบสมัครภายในงาน และมีคุณสมบัติตรงตาม

ที่คณะหรือคอร์สกำหนด ก็สามารถรับ offer letter ได้เลยภายในงาน นอกจากจะสมัครฟรีและรับคำปรึกษา ตัวต่อตัวกับสถาบันต่างๆแล้ว ก็สามารถมาร่วมฟังสัมมนาเกี่ยวกับวีซ่าต่างๆ จากคุณหมอวีซ่าโดยตรง โดยเฉพาะแนวทางในอนาคต และทิศทางของวีซ่านักเรียน ตลอดจนโอกาสในการทำพีอาร์แนวใหม่ต่อไป นอกจากนี้ยังร่วมพูดคุย IELTS Tips กับสถาบันสอนภาษาชื่อดัง ใครที่สอบ IELTS มาหลายรอบแล้วยังไม่ผ่านซะที ไม่ควรพลาดค่ะ และในวันงานทีมงานซีพีอินเตอร์ทุกคนก็จะมาร่วมให้คำปรึกษาต่างๆ สำหรับทุกคนที่มีปัญหา

ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการเรียน เรื่องวีซ่า ฟรี ยิ่งกว่านั้นทางซีพี อินเตอร์ ยังใจดีแจกไม่อั้น สำหรับใครที่ลงทะเบียนก่อนวันงาน ร่วมชิงรางวัลพิเศษกับซีพี อินเตอร์ไม่ว่าจะ เป็น the new iPad บริการทางด้านไมเกรชั่น และร่วมรับ CP Gift Bag จากทีมงานของเราในวันงานรวมมูลค่ามากกว่า 5000 เหรียญ เพราะฉะนั้นมางานนี้งานเดียวได้ครบทุกอย่างค่ะ สนใจลงทะเบียนที่ 02-9267-8522 หรือ education@cpinter.com.au แล้วอย่าลืมมาลงทะเบียนกันนะคะ แล้วพบกันในวันงานค่ะ