“คุณหมอวีซ่า”

รูปภาพของฉัน
โดย Pip Panasbodi (MARN 9896337) ผู้เชี่ยวชาญด้านวีซ่าประจำ CP International Education & Migration Centre www.cpinter.com.au

วันจันทร์ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2556

Happy New Year 2013 by Dr.Visa



ปีใหม่ วันใหม่ คุณหมอวีซ่าประทับใจกับรูปแสงตะวันแรกของปี 2013 ที่เพื่อนร่วมงานที่ CP Bangkok Line มาให้ดู  สวยงามมาก และเป็นสัญญลักษณ์ที่ดีของการเริ่มต้นที่ดีของปีใหม่ ทุกๆสิ้นปีของการทำงานในสาย professional ที่เป็นที่ปรึกษาด้านวีซ่ามืออาชีพ หรือที่เมืองออสซี่ตั้งชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า  Registered Migration Agent หรือย่อว่า RMA” มากว่า 15 ปีนั้น คุณหมอวีซ่ามักจะตั้งเป้าหมายสำหรับปีใหม่ว่าเราจะ achieve อะไรกันบ้างในปีใหม่ และพยายามเดินไปให้ได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ หากมีโอกาสย้อนเวลากลับไป คุณหมอวีซ่าก็อยากจะมีโอกาสทำงานทางด้านบริการวีซ่าและการศึกษาเร็วขึ้นกว่านี้ เพราะยิ่งทำ ใจก็ยิ่งรักในงานสายนี้ ว่าไปแล้วก็ทำให้คิดถึงคำทำนายของอาจารย์ชาวอินเดียท่านหนึ่งเมื่อสมัย 20 กว่าปีผ่านมาแล้วที่จู่ๆก็มาทักคุณหมอวีซ่า โดยอาจารย์พูดเป็นภาษาอังกฤษว่า ฉันไม่ทราบว่าคุณทำอะชีพอะไร แต่พระองค์ที่ดูแลคุณนั้นเศียรเป็นพระ องค์เป็นนาค ท่านจะนำ illegal people มาให้คุณเต็มไปหมด และคุณก็จะมีโอกาสช่วยเหลือคนเหล่านั้น เปลี่ยนหินให้เป็นเพชร ดวงคุณเปรียบเสมือนเปลวไฟที่ดึงคนขึ้น นำเขาจากแดนทุกข์สู่ไปแดนสุขาวดี คนเหล่านี้นอกจากจะนำเงินนำทองมาให้คุณมากมายแล้ว ยังเป็นเพื่อนที่ดีกับคุณไปตลอดชีวิต...”  คิดถึงเรื่องนี้แล้วก็ยังขนลุกนะคะ คุณหมอวีซ่าไม่เคยคิดว่าจะได้มายุ่งเกี่ยวกับสายงานด้านนี้เลยแม้แต่เล็กน้อย สมัยก่อนจบโทมาจาก UNSW ก็ไปทำงานให้ธนาคารก่อน พอมีลูก ก็เลี้ยงลูกไปพลาง ทำงาน  part-time เป็นล่าม community interpreter ช่วยไปแปลความในศาลบ้าง แปลการสอบใบขับขี่ที่ RTA หรือไปตามสถานราชการ โรงพยาบาล สถานสงเคาะห์บ้าง เพื่อให้ความช่วยเหลือแก่คนไทยในต่างแดนมามากต่อมาก สมัยนั้นลูกยังเล็ก ความที่เป็นคุณแม่ ก็คิดว่าเราต้องให้เวลากับลูก เลี้ยงเขาให้ดี ให้การศึกษาและอบรมให้เป็นพลเรือนที่ดีต่อไป ความที่เป็นคุณแม่ที่รักลูกมาก จึงไม่อยากพลาดโอกาสเห็นการเจริญเติบโต การพัฒนาของลูกๆ เพราะโอกาสนี้หมดไปก็ไม่สามารถเรียกคืนมาได้อีกแล้ว เพราะเด็กโตเร็วมาก จึงไม่พร้อมที่จะสละเวลาออกมาทำงานอย่างทุ่มเทเต็มที่จนกระทั่งลูกคนเล็กอายุใกล้ 10 ขวบจนเรามั่นใจว่าเมื่อเราผูกมัดตนเองกับลูกค้าได้เต็มเม็ดเต็มหน่วยได้แล้ว และเราจะสามารถให้ได้ทั้งแรงกาย แรงใจ แรงสมอง พร้อมความทุ่มเท ประกอบกับกำลังใจที่ได้รับจากท่านกงสุลใหญ่สมัยนั้นคือท่าน ดร. ชัยยงค์ สัจจิพานนท์ ให้มาทำกิจการบริการช่วยเหลือนักเรียนไทยที่มาเรียนในออสเตรเลีย จึงกล้าๆตัดสินใจเปิดบริษัทตั้งแต่ปี คศ 1997  เป็นต้นมา การทำงานด้านบริการที่ทำด้วยใจรัก ต้องอาศัยความเสียสละและการทุ่มเทมาก จำได้ว่าสมัยก่อนต้องสลับกับแฟน (พี่คริส) ในการเปิดที่ทำงาน รับส่งลูก หุงหาอาหารให้ลูกทาน ประกอบกับสอนการบ้านให้เขาเรียนดีที่โรงเรียน ขณะเดียวกันกับต้องดูแลงานของลูกค้าไม่ให้ขาดตกบกพร่อง มีสถาบันที่ต้องคอยประสานงานให้ดี พร้อมกับ train ลูกน้อง สอนงานให้ สร้างงานสร้างคนมามากต่อมากแล้ว ถามว่าเหนื่อไหม คำตอบคือเหนื่อยแน่นอน หากคนเราตั้งใจทำงาน ไม่มีคำว่าไม่เหนื่อยอะค่ะ แต่จะเอาดีทั้งชีวิตครอบครัวและชีวิตงานไปในเวลาเดียวกันนั้น ไม่ใช่สิ่งที่ทำได้ง่ายๆเลย แต่คุณหมอวีซ่าโชคดีมากที่งานก็ไปได้ดี สามีดีมาก ลูกๆก็ได้ดี ส่งผลให้การทำงานก็มีความสุขกับลูกค้าเราไปด้วย

เวลาผ่านไปเร็วมาก บริษัท  CP Education & Migration Service ที่ภายหลังเปลี่ยนชื่อมาเป็น CP International Education & Migration Centre เนื่องจากเราได้ดึงเอาการศึกษาประเทศอื่นๆ เช่น USA, UK, Canada, Singapore, Japan เข้ามาเป็นทางเลือกให้กับลูกค้าของเรามากขึ้นเป็น international education hub นั่นเอง ก็ยังมีความสุขกับงาน และรักลูกค้าทุกคน อย่างที่เวลาฝึกอบรมหรือสอนทีมงาน ก็มักจะสอนให้เขาถือว่าลูกค้าเป็นญาติตน เป็นลูกหลานพี่น้องของเราเอง เราอยากให้ญาติเราสำเร็จอย่างไร ก็ทำอย่างนั้นให้ลูกค้านั่นเอง!

จากการเป็นผู้ก่อตั้งบริษัทซีพี อินเตอร์ฯ และทำงานอย่างทุ่มเทมาเกือบ 16 ปี ลูกน้องก็เริ่มยกคุณหมอวีซ่าขึ้นคานเป็นที่ปรึกษารุ่นอาวุโส โดยงานสายนี้ เสมือนอาชีพแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ อายุยิ่งเยอะ รักษาโรคมายิ่งมาก ชั่วโมงบินก็ยิ่งสูง มือก็แม่นขึ้นกว่าหมอมือใหม่ๆ นั่นเอง ทุกวันนี้ คุณหมอวีซ่าเองก็เริ่มวางแผน  semi-retire  เพื่อจะได้เดินทางพักผ่อนบ้าง ขณะเดียวกันก็เป็นการเปิดโอกาสให้ลูกน้องพนักงานชนรุ่นหนุ่มรุ่นสาวมีโอกาสเข้ามาเป็นเจ้าของร่วมในบริษัท ให้เขาได้เติบโตเหมือนกับที่เราโตมา หรือเขาอาจจะนำบริษัทไปให้โตกว่าเดิมก็เป็นได้ เด็กรุ่นใหม่นี้ หัวดี ไฟแรง รู้เทคโนโลยีใหม่ๆนำมาปรับใช้กับองค์กรได้เป็นอย่างดี จะเห็นได้จากผลงานเว๊ปไซท์ใหม่ของซีพีฯ คือ www.cpinter.com.au หรือ www.cpinter.co.th ก็เป็นผลงานของพนักงานรุ่นใหม่ของเราที่น่าภูมิใจมากนะคะ

มีลูกค้าที่ซิดนีย์ถามว่าคุณหมอวีซ่าหายไปไหน ไม่ค่อยอยู่ประจำในหนึ่ง office ก็ขอตอบว่ายังอยู่ค่ะ แต่สลับไปให้คำปรึกษาและให้ความช่วยเหลือแต่ละ office สลับกันไป อยากขอแก้ข่าวที่มีลูกค้ามาเล่าให้ฟังว่าว่ามีเอเย่นที่ไม่หวังดีเที่ยวไปพูดว่าคุณหมอวีซ่าไม่ทำงานด้านนี้อีกแล้ว เพราะใบอนุญาต MARA โดนเพิกถอน คุณหมอวีซ่าก็พอทราบว่าเป็นเอเย่นเจ้าไหนที่หมายปรองร้าย เที่ยวกุข่าวที่ไม่เป็นจริง ก็ขอให้หยุดได้แล้ว เพราะลองคลิกเข้าไปตรวจเว๊ป MARA ดูที่ https://www.mara.gov.au/agent/ARDetails.aspx?ud=3694&FolderID=394 และ https://www.mara.gov.au/agent/ARDetails.aspx?ud=3230&FolderID=394 ก็ยังขึ้นทะเบียนถูกต้องครบถ้วนทั้งพี่คริส (มาตั้งแต่ปี คศ 1993) และพี่ปิ๊ป (มาตั้งแต่ปี 1998 แล้ว) จึงไม่เข้าใจว่าเอเย่นที่เที่ยวไปกุข่าวเช่นนี้ไม่มีความเป็นมืออาชีพบ้างเลยเหรอ เหมือนอาชีพ professional สายอื่นๆ เราควรช่วยกัน ร่วมมือกันส่งเสริมอาชีพของเรากันเองอย่างพวกหมอ ทนาย เป็นต้น ไม่ใช่เที่ยวไล่ล่าฆ่าฟันกันเองอย่างไม่รู้ว่าสิ่งใดถูกเป็นสิ่งที่ควรทำ และสิ่งใดผิดไม่ควรทำ เมื่อคุณหมอวีซ่าเขียนแก้ข่าวให้เป็นเช่นนี้ ลูกค้าเหล่านั้นก็ต้องไปคิดกันเองว่าเอเย่นคนที่เที่ยวปล่อยข่าวเช่นนี้ เป็นบุคคลที่น่าเชื่อถือเพียงใด ยังควรไปใช้บริการและเชื่อคำพูดที่ไม่หวังดีของเขาได้เพียงใด คุณหมอวีซ่าอยากให้คนไทยเรารักกัน อย่าไปอิจฉาริษยาคนอื่นเขา เราทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด เดินทางสายกลาง อยู่อย่างพอเพียง อย่างที่พ่อหลวงท่านสอนไว้ เป็นวิถีความคิดและการดำเนินชีวิตที่ดีที่สุดอยู่แล้ว หากเราทำงานดี คิดดี ทำดี ลูกค้าไหลหลั่งเข้ามาอย่างไม่หยุดยั้ง แทบไม่ต้องไปให้ร้ายคนอื่นเขาเพื่อดึงลูกค้า ไม่มีความจำเป็นเลยค่ะ

คุณหมอวีซ่าเองก็ถึงวัยที่ฝรั่งเมืองนี้ชอบพูดว่า graciously semi-retire ได้แล้ว จึงได้ปล่อยภาระวางมืองานด้านบริหารบางอย่างและดึงพนักงานของเราเข้ามาเป็นหุ้นส่วน เพื่อให้โอกาสชนรุ่นใหม่ได้เข้ามาเป็นเจ้าของร่วมและโตไปด้วยกัน  แต่คุณหมอวีซ่าก็ไม่ได้หนีไปไหนนะคะ (เพียงมีการเดินทางไปดูงานต่างประเทศบ้าง) แต่ยังทำงานเป็นที่ปรึกษา online ให้กับพนักงานทุกคนจากทุก office ติดต่อปรึกษาได้อยู่ตลอดเวลาโดยเฉพาะเคสที่ยากๆไม่มีใครแก้ให้ได้แล้ว ก็จะ  refer ถามมาทางคุณหมอวีซ่าเสมอ ก็จะพยายามใช้ความรู้และประสบการณ์นานปีหาทางออกให้ค่ะ ขอให้ทุกท่านมั่นใจได้เลย คุณหมอวีซ่าก็ยังทำงานอยู่กับทีมซีพีฯอยู่เหมือนเดิม ยังรักลูกค้า และลูกๆหลานๆของลูกค้าทุกคน บ้างก็ดูแลกันมาตั้งแต่เรียนตรี โท จนจบแต่งงาน มีลูก อุ้มลูกแก้มยุ้ยมาให้กอดก็มากมายจนนับไม่ถ้วนแล้ว เมื่อได้กอดเด็กๆ ได้หอมแก้มเขา เล่นกับเขา ชีวิตคุณหมอวีซ่าเพียงแค่นี้ ก็ถือว่ามีความสุขมากแล้วค่ะ ไม่ได้ต้องการอะไรมากไปกว่านี้เลย เงินทองมีมากมายให้กอบโกยกันได้ไม่หมด แต่สุขภาพที่ดี และความสุขทางกายทางใจเล็กๆน้อยๆหลายอย่างนั้น ต่อให้มีเงินมากมายก่ายกองก็ซื้อกันไม่ได้ค่ะ
เอาหล่ะค่ะ อารัมภบทมามากละ คุณหมอวีซ่าอยากถือโอกาสปีใหม่นี้ แนะนำทีมงานที่ซิดนีย์สักครั้งว่าปัจจุบันใครเป็นใคร เวลาเข้ามาพบจะได้ทักทายกันถูกนะคะ ทีมงานน่ารัก friendly และตั้งใจทำงานด้วยใจกันทุกคนเลยค่ะ
เริ่มกันที่:
จัสติน (Justine Wang)เป็น Office Manager   และเป็นทั้งหุ้นส่วนและผู้ช่วยมือหนึ่งของคุณหมอวีซ่าประจำที่ออฟฟิศซิดนีย์
ว่ากันมาตั้งแต่ประวัติศาสตร์โบราณว่าชาวจีนนั้น นอกจากจะหัวดีแล้ว ยังมีความขยันเป็นเลิศ คุณจัสตินนั้น จบการศึกษาปริญญาโทด้านไอทีมาจาก Victoria University ที่  Melbourne และจับพลัดจับผลูได้มาทำงานในสายงานไมเกรชั่นและการศึกษามาตั้งแต่ครั้งอยู่เมืองจีน เพราะคุณแม่เป็นอธิการบดี ของมหาวิทยาลัยดังแห่งหนึ่งในเมืองจีน และคุณพ่อเป็นนักธุรกิจชั้นนำ จึงส่งเสริมให้จัสตินเอาดีทางธุรกิจสายวีซ่าและการศึกษา  จัสตินถือเป็นผู้ที่มีความสามารถทางด้านวีซ่าทักษะ วีซ่าทำงาน และทางด้านการเรียน  เป็นผู้วางแผนทางด้านการเรียนและสายอาชีพให้นักเรียนมานักต่อนักแล้ว  นอกจากนี้จัสตินยังเป็นผู้พิพากษาสมทบ หรือ Justice of the Peace ประจำรัฐ NSW อีกด้วย ถ้าหากใครสนใจอยากรู้เส้นทางในการเลือกการเรียนที่ถูกต้อง ให้เข้ามาปรึกษาจัสตินได้เลยค่ะ หรือจะอีเมล์มาถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ justine@cpinter.com.au (โดยเขียนเป็นภาษาอังกฤษนะคะ)
พี่โจ (Joe Busababan)เป็น Migration Manager เป็นทั้งผู้ช่วยและหุ้นส่วนอีกคนหนึ่งของคุณหมอวีซ่าที่มาดูแลทางด้านวีซ่าภายใต้ supervision ของคุณหมอวีซ่าโดยตรง
พี่โจสาวสวยมาดนิ่งประจำออฟฟิศซิดนีย์  พี่โจนั้นจบนิติศาสตร์บัณฑิตเหรียญทองมาจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  และได้ไปเรียนต่อเนติบัณฑิต ก่อนจะมาเรียนต่อปริญญาโทในสาขากฎหมาย Master of International Law กับ Master of Taxation Law จาก the University of Sydney ก่อนหน้าที่จะมาเรียนต่อที่นี่ พี่โจนั้นได้ทำงานในสายงานกฎหมาย มีผลงานเป็นเลิศ ปัจจุบันพี่โจถือเป็นผู้ที่เชี่ยวชาญคนหนึ่งในการทำวีซ่าทำงาน วีซ่าแต่งงาน  และ compliance ถือเป็นผู้ช่วยมือหนึ่งของคุณหมอวีซ่า  หลายๆคนที่เข้ามาปรึกษาพี่โจในการทำวีซ่าทำงาน  วีซ่าต่างก็ผ่านกันมานักต่อนักแล้ว  ทำให้ลูกค้าต่างก็ให้ความไว้วางใจ และแนะนำกันปากต่อปากให้พี่โจช่วยยื่นวีซ่าให้  ถ้าใครที่ต้องการเข้ามาปรึกษาในเรื่องของการทำวีซ่าทำงานเพื่อความชัวร์ สามารถติดต่อพี่โจได้โดยตรงเลยค่ะ หรือจะอีเมล์มาที่ joe@cpinter.com.au ก็ได้ค่ะ
พี่ตาล (Tarn) Finance Manager  ดูแลการเงินและบัญชี
พี่ตาลสาวหน้าหวานทำหน้าที่เป็น Finance Manager ประจำออฟฟิศซิดนีย์  พี่ตาลจบ Bachelor of Accounting มาจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และเคยทำงานกับบริษัทปูนซีเมนต์ไทยก่อนที่จะมาเรียน  Advanced Diploma of Accounting ที่TAFE  และหลังจากเรียนจบก็สมัครพีอาร์โดยใช้ทักษะทางด้านบัญชียื่น และในปัจจุบันนี้ก็ได้เป็นซิติเซ่นแล้วเรียบร้อย  และพี่ตาลก็สมัครสอบเป็น Justice of Peace ประจำรัฐ NSW ผ่านมาเรียบร้อย   พี่ตาลถือเป็นพี่ๆที่น้องๆให้ความเคารพ และเป็นที่ปรึกษาที่ดีประจำออฟฟิศค่ะ
พี่ตั๊ก(Tug)  -  Education Manager ดูแลฝ่ายการศึกษาและวีซ่านักเรียน  
ผู้เชี่ยวชาญตัวจริงในเรื่องการเรียน  พี่ตั๊กเป็นที่ชื่นชอบของน้องๆทุกคนเพราะความเป็นกันเองและรู้จริงในเรื่องคอร์สเรียน ทุกคนให้ความไว้วางใจพี่ตั๊กในการเลือกคอร์สเรียนที่ถูกต้องค่ะ มีน้องๆมากมายเข้ามาขอคำปรึกษาจากพี่ตั๊กและก็ได้คำตอบและทางออกที่น่าพึงพอใจกลับไป  พี่ตั๊กเรียนจบมาทางด้าน B.A. (English)  จากเมืองไทยและได้มาเรียนต่อที่ออสเตรเลีย พี่ตั๊กเป็นส่วนหนึ่งของซีพี ซิดนีย์มากว่า 3 ปีแล้ว เป็นคนที่มีน้ำใจเป็นนักกีฬาขณะเดียวกับมีความอ่อนโยนของความเป็นหญิงไทย   น้องๆ หรือท่านผู้อ่านท่านใดต้องการหาคอร์สเรียนต่อ  ไม่ว่าจะเป็นออสเตรเลียหรือนิวซีแลนด์ สามารถติดต่อพี่ตั๊กได้ที่ tug@cpinter.com.au หรือ จะ Line/Whatsapp มาได้ที่: Tug CP Sydney
พี่เมิร์ฟ (Murf)Education Consultant/ Migration Agent Assistant
ทุกคนที่เดินเข้ามาที่ออฟฟิศซิดนีย์นั้นจะต้องประทับใจในรอยยิ้มที่ทั้งเบิกบานและหวานฉ่ำของพี่เมิร์ฟ กับในความเป็นกันเองของพี่เมิร์ฟกันทั้งนั้น  น้องๆหรือลูกค้าท่านไหนที่เข้ามาต่างก็ประทับใจในการบริการ  พี่เมิร์ฟมีความสามารถในการแก้ปัญหาให้ลูกค้าด้วยไหวพริบซึ่งเป็นพรสวรรค์ที่พ่อแม่ให้มา แต่ด้วยความรักจากพี่ถึงน้อง ก็มักจะตักเตือนน้องๆแบบหยอกๆย่อๆแต่ serious ด้วยความหวังดี ซึ่งน้องๆทุกคนที่เข้ามาต่างก็ประทับใจ และชักนำเพื่อนฝูงให้มาหาพี่เมิร์ฟกันต่อโดยตลอดไม่เคยขาดสาย   พี่เมิร์ฟนั้นจบการศึกษาในระดับปริญญาตรีในสาขาภาษาอังกฤษจากมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย   พี่เมิร์ฟมีชั่วโมงบินสูง  เคยเป็นทั้งสจ๊วต ทั้งเอเจนท์ขายบ้าน ก่อนจะมาทำงานที่ซีพี ซิดนีย์   นอกจากนี้พี่เมิร์ฟยังจบ Graduate Diploma of Professional Communication จาก University of Sydney ทั้งเก่งทั้งใจดี  ใครอยากให้พี่เมิร์ฟช่วยในเรื่องเรียน หรือการยื่นวีซ่าทั้งหลายก็สามารถติดต่อได้ที่ murf@cpinter.com.au ได้เลยค่ะ
พี่ป๊อป (Pop) Administrative Coordinator ที่ป๊อปจริงๆ
เวลาน้องๆเดินเข้ามาที่ออฟฟิศนั้น จะต้องสังเกตเห็นผู้ชายร่างเล็กที่แสนจะใจดีและให้ความช่วยเหลือในทุกด้าน ผู้มีความสามารถรอบด้านเป็นเลิศ  พี่ป๊อบนั้นจบ B.B.A และ Master of Professional Accounting จาก CQU หลังจากเรียนจบก็ได้มาติดต่อซีพีให้ดำเนินการยื่นเรื่องพีอาร์ และในปัจจุบันนี้ก็เป็นซิติเซ่นเรียบร้อยแล้ว และได้มาทำงานให้กับทางซีพี ซิดนีย์ในที่สุด สำหรับใครที่ต้องการทราบวิธีการเลือกประกันสุขภาพ หรือให้คำแนะนำในเรื่องของการจ่ายค่าเรียน หรือยากทราบวิธีในการเรียนด้านบัญชี ก็สามารถติดต่อพี่ป๊อบได้เลยนะคะที่ pop@cpinter.com.au ปัจจุบันพี่ป๊อปยังไปเรียนหลักสูตร CPA ต่อเนื่องภายใต้ supervision ของพี่คริส อีกไม่นาน ก็จะมีดาวรุ่ง CPA Australia เกิดอีกหนึ่งดวงที่ซีพีฯแล้วนะคะ
พี่ต๊อบ (Tob)Marketing/ Language Services Coordinator ไม่มีงานไหนที่ต๊อบไม่รับทำ นอกจากจะขยันแล้ว ยังยิ้มหวานอย่างน่ารักอีกด้วย
พี่ต๊อบจบ B.A. (English) มาจากมหาวิทยาลัยศิลปากร  และก็มาเรียนต่อทางด้าน Graduate Diploma of Translation Studies จาก ANU และ Master of Cross-Cultural Communication จาก USYD เป็นคนที่รักภาษาในสายเลือด หลังจากเรียนจบก็สมัคร Graduated Visa และก็ได้มาทำงานที่ซีพี ซิดนีย์ ในตำแหน่งทางด้าน Marketing และ Language Services Coordinator เลยทันที เป็นลูกค้าซีพีฯมาก่อน จบแล้วก็ได้งานที่ซีพีฯทำทันที ปัจจุบันเป็นผู้ช่วยคุณหมอวีซ่าในการทำวีซ่าคู่ครองและทำเรื่องมาร์เก็ตติ้งทั้งหลายในซีพี ซิดนีย์ค่ะ  หากท่านผู้อ่านท่านใด้ที่ต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมในเรื่องของวีซ่าคู่ครอง หรืออยากจะสอบถามนอกเรื่องเกี่ยวกับภาษาอังกฤษ หรือภาษาไทยก็สามารถติดต่อมาได้ที่ tob@cpinter.com.au พี่ต๊อบยินดีช่วยเสมอค่ะ

แนะนำตัวกันหอมปากหอมคอนะคะ แต่ที่คุณหมอวีซ่าเขียนมาทั้งหมดก็ไม่ได้หมายความว่า คุณหมอวีซ่าจะไม่ช่วยทำงานแล้วนะคะ  คุณหมอวีซ่าต้องการให้น้องๆเหล่านี้ได้ออกมาแสดงฝีมือ โดยมีคุณหมอวีซ่าเป็นพี่เลี้ยงช่วยอยู่เบื้องหลัง อนึ่ง คุณหมอวีซ่าเองจำเป็นต้องเดินทางบ่อย ในบางครั้งจึงอาจจะลำบากในการดูแลและประจำอยู่เพียง office ใด office หนึ่ง  น้องๆเหล่านี้จึงเหมือนเป็นผู้ช่วยคุณหมอวีซ่ายินดีช่วยเหลือท่านผู้อ่านทุกท่านค่ะ    

นับแต่เปิดต้นปีมา ค่าสมัครวีซ่าหลายๆตัวก็ขึ้นตาม เช่นเดียวกับวีซ่าแต่งงานที่ขึ้นมาเป็น $3975 จริงอยู่ว่าค่าสมัครวีซ่าแต่งงาน (ในประเทศ) ขึ้นมาเยอะมาก แต่ก็นับว่าเป็นวีซ่าอีกตัวหนึ่งที่มีความแน่นอน ถึงแม้ปัจจุบันว่าจะรอนานถึง 13 เดือน แต่ว่าผู้ที่รอวีซ่าตัวนี้ออกในตอนถือ BVA (บริดจิ้งวีซ่า A) ก็ไม่มีคอนดิชั่นในเรื่องของการทำงาน สามารถทำงานได้อย่างไม่จำกัด แถมหลังจากยื่นวีซ่าแล้วก็สามารถได้รับสิทธิเมดิแคร์โดยทันที  ขอเพียงแค่มีหลักฐานความสัมพันธ์ตามที่กำหนด เห็นมั้ยคะว่าคุ้มยิ่งกว่าคุ้ม   และในวันพฤหัสบดีที่ 14 กุมภาพันธ์นี้ เป็นงานประจำปี CP’s Valentine Day Partner Visa Seminar  ที่ทางซีพีฯจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยได้รับเกียรติจากสถานกงสุลใหญ่ประจำ นครซิดนีย์อีกครั้งหนึ่ง มาให้บริการจดทะเบียนสมรสเคลื่อนที่ภายในวันงาน  นอกจากนี้ยังสามารถมาร่วมฟังสัมมนาสนุกๆ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการเตรียมงานแต่งงาน และร่วมอัพเดทในเรื่องของวีซ่าคู่ครอง ใครมีปัญหาไม่ว่าจะเป็นเรื่องหย่ามาแล้ว เคยสปอนเซอร์มาแล้ว หรือใครที่วีซ่ากำลังจะหมดแต่ยังเก็บหลักฐานไม่พอ  ต้องไม่พลาดมาร่วมงาน Partner Visa Seminar with CP Sydney ในวันพฤหัสบดีที่ 14 กุมภาพันธ์ 2013 ในเวลา 13.00 – 17.00 ที่โรงแรม Radisson Hotel & Suites 72 Liverpool Street, Sydney  นอกจากนี้คู่รักที่จดทะเบียนสมรสภายในงาน ยังร่วมลุ้น honeymoon package ไม่ว่าจะเป็น hotel voucher หรือ romantic dinner  สำรองที่นั่งหรือจองจดทะเบียนสมรสภายในงานที่ tob@cpinter.com.au, pop@cpinter.com.au หรือโทร 02-92678522  หรือจะฝากข้อความไว้ที่ www.facebook.com/cpsyd ก็ได้ค่ะ 
พบกันใหม่ในฉบับ Valentine หวานฉ่ำฉบับหน้านะคะ