“คุณหมอวีซ่า”

รูปภาพของฉัน
โดย Pip Panasbodi (MARN 9896337) ผู้เชี่ยวชาญด้านวีซ่าประจำ CP International Education & Migration Centre www.cpinter.com.au

วันอาทิตย์ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2556

การเปลี่ยนแปลงวีซ่าระยะสั้นเข้าออสเตรเลียครั้งใหญ่ พ่อแม่มีสิทธิ์ได้วีซ่าเยี่ยมเยียนลูกยาวถึง 5 ปี จริงหรือ??

สวัสดีจากกรุงเทพฯที่อากาศเริ่มจะร้อนต้อนรับสงกรานต์กันแต่เนิ่นๆ แต่วันที่ 18 มีนาฯนี้ คุณหมอวีซ่าก็จะเดินทาง ไปประเทศญี่ปุ่นเพื่อเยี่ยมสถาบันการศึกษา เนื่องจากสมัยนี้ ด้วยสนธิสัญญาความน่วมมือในกลุ่มประเทศ ASEAN ทำให้คนไทยเราหันมาสนใจเรียนภาษาและวัฒนธรรมในกลุ่มประเทศเอเซียมากขึ้น และที่ได้รับความนิยมมานมนานก็เห็นจะหนีไม่พ้นประเทศญี่ปุ่นและเกาหลี ทางบริษัท CP Inter ของเรา  จึงได้เริ่มขยายตลาดการศึกษาไปในเขตนี้เพื่อตอบรับความต้องการของผู้ปกครองและลูกค้า  อนึ่งก็จะถือโอกาสไปรับลูกสาวที่ทำงานอยู่ที่นั่นเป็น English Teacher สอนภาษาอังกฤษให้กับเด็กๆชาวญี่ปุ่นด้วย เห็นไหมค่ะว่าโลกสมัยนี้ มีการแลกเปลี่ยนภาษาและวัฒนธรรมกันอย่างกว้างขวาง  เด็กที่พูดได้หลายภาษา ย่อมจะได้เปรียบเสมอค่ะ 

คราวนี้ก็ขอมาเข้าเรื่องอั๊พเดทเรื่องของวีซ่ากันเลยนะคะ ท่านผู้อ่านจะสังเกตว่าทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนรัฐมนตรีฯ ก็จะตามมาด้วยการเปลี่ยนกฎเกณฑ์เสมอ ครั้งนี้ Minister Brendan O’Connor ท่านใหม่เพิ่งจะเข้ามารับตำแหน่งสดๆร้อนๆ ก็จัดการประกาศเปลี่ยนกฎเกี่ยวกับวีซ่าเข้าประเทศออสเตรเลียหลายๆอย่าง รวมทั้งวีซ่าเยี่ยมเยียน (Visitor Visas) ที่รวมวีซ่าท่องเที่ยวอยู่ด้วย และที่คุณหมอวีซ่าเองได้รับคำถามมาจากท่านผู้อ่านอยู่บ่อยๆในช่วงนี้ก็จะเกี่ยวกับวีซ่าพ่อแม่ที่ลูกๆทั้งหลายที่อาศัย อยู่ในออสฯอยากให้เข้าไปเยี่ยมเยียนลูกๆหลานๆที่ออสเตรเลียกัน แต่สับสนว่า ทำไมพ่อแม่บางท่านถึงได้วีซ่าหนึ่งปี บ้างก็สามเดือน บ้างก็หกเดือน หลังๆนี้ได้ 5 ปีบ้าง 3 ปีบ้าง และอยู่แต่ละครั้งได้กี่นาน อยากให้มาทีก็อยู่ได้นานๆจะทำได้ไหม อย่างไร ผู้คนจึงเกิดการสับสนกันไม่น้อยถึงการเปลี่ยนแปลงต่างๆเหล่านี้ คุณหมอวีซ่าเลยเอามาเขียนในฉบับนี้ชี้แจงให้ท่านผู้อ่านเข้าใจถึงกฎเกณฑ์ที่ถูกต้องกันนะคะ

แต่ก่อนจะอธิบายถึงการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับวีซ่าระยะยาวของพ่อแม่ คุณหมอวีซ่าขอแจ้งข่าวการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับวีซ่าเยือนออสเตรเลียรวมวีซ่าท่องเที่ยวที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 23 มีนาคม 2013 นี้ที่ท่านรัฐมนตรีฯเพิ่งจะประกาศไปสดๆร้อนชนิดเรียกว่าเปลี่ยนอย่างยกเครื่องทั้งหมดเลยก็ว่าได้ โดยมีสาระสำคัญย่อๆดังนี้
การเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับ Visitor and Medical Treatment Visas
อิมมิเกรชั่นได้แถลงแล้วว่า นับจากวันที่ 23 March 2013 นี้เป็นต้นไป ระบบและระเบียบเกี่ยวกับวีซ่าเยี่ยมเยียนเข้าประเทศออสเตรเลียจะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ซึ่งรวมถึงวีซ่ารับการรักษาพยาบาลด้วยดังนี้ (ทั้งนี้ ก็ต้องผ่านการอนุมัติอย่างเป็นทางการจากท่านข้าหลวงฯ Governor-General in Council ก่อน):
หมายความว่า วีซ่าเยี่ยมเยียนตัวเก่าๆที่พวกเราเคยคุ้นเคยกันจะถูกกำจัดออกจากระบบไปโดยสิ้นเชิง ได้แก่วีซ่าประเภทต่างๆต่อไปนี้
  • Tourist visa (subclass 676)
  • Sponsored family visitor visa (subclass 679)
  • Business (short Stay) visa (Subclass 456)
  • Sponsored business visitor (short stay) visa (subclass 459)
  • Medical Treatment (short stay) visa (subclass 675)
  • Medical Treatment (long stay) visa (subclass 685)
  • Electronic Travel Authority (visitor) (subclass 976)
  • Electronic Travel Authority (business – short validity) (subclass 977)
  • Electronic Travel Authority (business – long validity) (subclass 956).
 โดยจะเปลี่ยนเป็นวีซ่าเยี่ยมเยียนรุ่นใหม่ที่เข้ามาแทนประเภทต่างๆ ดังนี้:
1. วีซ่าทำงานชั่วคราว -Temporary work (short stay activity) visa (subclass 400)
วีซ่าใหม่ตัวนี้อนุมัติให้ผู้ถือมีสิทธิ์ทำงานในออสเตรเลียได้เป็นระยะสั้นๆอย่างชั่วคราว หรือเข้าไปร่วมงานกิจกรรมอะไรบางอย่างโดยผ่านการเชิญชวนขององค์กรหรือบริษัท/ผู้ประกอบการในประเทศออสเตรเลีย สายงานที่จะสามารถเข้ามาทำได้จะต้องเป็นสายงานเฉพาะทาง อย่างเช่น เข้ามาติดตั้งเครื่องจักรเฉพาะให้กับโรงงาน เป็นต้น
2. วีซ่าเยี่ยมเยียน Visitor visa (subclass 600)
โดยวีซ่าตัวนี้อนุมัติให้ผู้ถือสามารถเข้าออสเตรเลียเพื่อการท่องเที่ยว เยี่ยมญาติ เยี่ยมเพื่อน หรือไปดูงานธุรกิจ หรือไปร่วมการประชุม เป็นต้น แต่ไม่สามารถทำงาน หรือประกอบการใดๆให้กับองค์กรหรือธุรกิจ หรือขายบริการหรือสินค้าให้กับสาธารณชนในออสเตรเลียได้ หากต้องไปทำงานระยะสั้น ก็ต้องขอเป็นวีซ่าประเภท 400 ดังกล่าวข้างต้นแทน
3. Electronic Travel Authority (subclass 601)
วีซ่า Electronic Travel Authority หรือเรียกย่อๆว่า ETA ตัวนี้ จะออกให้กับประชาชนของบางประเทศเท่านั้น แต่ประเทศไทยไม่ได้รวมอยู่ในรายชื่อ (ดูรายชื่อประเทศได้จากข้างล่าง) โดยเสียค่ายื่นวีซ่าเพียง $20 เท่านั้น ประชากรของประเทศเหล่านี้สามารถยื่นขอวีซ่าที่อนุมัติให้เขาเข้ามาเยือนออสเตรเลียเพื่อประสงค์ของการท่องเที่ยว เยี่ยมญาติ เยี่ยมเพื่อน หรือประชุม พบปะทางธุรกิจ  แต่ไม่สามารถทำงาน หรือประกอบการใดๆให้กับองค์กรหรือธุรกิจ หรือขายบริการหรือสินค้าให้กับสาธารณชนในออสเตรเลียได้ หากต้องไปทำงานระยะสั้น ก็ต้องขอวีซ่าประเภท 400 ดังกล่าวข้างต้นแทน
  • Andorra
  • Austria
  • Belgium
  • Brunei
  • Canada
  • Canada
  • Denmark
  • Finland
  • France
  • Germany
  • Greece
  • Hong Kong (SAR)
  • Iceland
  • Ireland
  • Italy
  • Japan
  • Liechtenstein
  • Luxembourg
  • Malaysia
  • Malta
  • Monaco
  • Norway
  • Portugal
  • Republic of San Marino
  • Singapore
  • South Korea
  • Spain
  • Sweden
  • Switzerland
  • Taiwan
  • The Netherlands
  • United Kingdom—British Citizen
  • United Kingdom—British National (Overseas)
  • United States
  • Vatican City.
4. วีซ่ารับการรักษาพยาบาล - Medical Treatment visa (subclass 602)
เป็นวีซ่าที่ออกให้กับคนไข้ที่ประสงค์จะเข้าไปปรึกษาหรือรับการรักษาพยาบาลทางการแพทย์  จัดเป็นวีซ่าประเภทชั่วคราว และเจ้าตัวผู้ยื่นอาจอยู่ในหรือนอกประเทศออสเตรเลีย ณ เวลาที่ยื่นก็ได้
5.  วีซ่าแบบ eVisitor (subclass 651)
คล้ายกับวีซ่า ETA แต่จะออกให้กับประชาชนของบางประเทศโดยไม่ต้องเสียค่ายื่นวีซ่าแต่อย่างใด สังเกตดูจะเป็นประเทศในโซนยุโรปทั้งนั้นโดยประเทศไทยไม่ได้รวมอยู่ในรายชื่อ (ดูรายชื่อประเทศได้จากข้างล่าง) ประชากรของประเทศเหล่านี้สามารถยื่นขอวีซ่าที่อนุมัติให้เขาเข้ามาเยือนออสเตรเลียเพื่อประสงค์ของการท่องเที่ยว เยี่ยมญาติ เยี่ยมเพื่อน หรือประชุม พบปะทางธุรกิจ  แต่ไม่สามารถทำงาน หรือประกอบการใดๆให้กับองค์กรหรือธุรกิจ หรือขายบริการหรือสินค้าให้กับสาธารณชนในออสเตรเลียได้ หากต้องไปทำงานระยะสั้น ก็ต้องขอวีซ่าประเภท 400 ดังกล่าวข้างต้นแทน
Andorra
Austria
Belgium
Brazil
Brunei
Bulgaria
Cyprus
Czech Republic
Denmark
Estonia
Finland
France
Germany
Greece
Hungary
Iceland
Ireland
Italy
Latvia
Liechtenstein
Lithuania
Luxembourg
Malta
Monaco
The Netherlands
Norway
Poland
Portugal
Romania
Republic of San Marino
Slovak Republic
Spain
Sweden
Switzerland
United Kingdom - British Citizen
Vatican City
รายละเอียดของเงื่อนไขของวีซ่าเยี่ยมเยียนทุกตัวดังกล่าวข้างต้น สามารถดูได้จากวีดีโอในเว๊ปไซท์ของอิมมิเกรชั่นที่: http://www.immi.gov.au/visas/visitor/  หรือหากมีข้อข้องใจใดๆ ก็สามารถติดต่อสอบถามกับคุณหมอวีซ่าเพิ่มเติมก็ได้นะคะ

วีซ่าระยะยาวของคุณพ่อคุณแม่ (Long Tourist Visas for Parents of Australians)

นโยบายการออกวีซ่าระยะยาวให้กับพ่อแม่ของผู้ที่ถือถิ่นฐานถาวรหรือสัญชาติออสเตรเลียเกิดขึ้นในรุ่นที่ Minister Chris Bowen ยังดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีกระทรวงตรวจคนเข้าเมืองฯอยู่ โดยท่านได้ประกาศนโยบายนี้ออกมาตั้งแต่ครั้งเมื่อวันที่ 24 November, 2012 แล้ว แต่มีผู้คนเข้าใจผิด หลายอย่างจนคุณหมอวีซ่าอยากจะคัดเอาข้อความจากในเว๊ปของอิมฯมาชี้แจงความกระจ่างให้เข้าใจกันอย่างทั่วถึงดังนี้นะคะ
Since 24 November 2012, parents of Australian citizens and permanent residents have been able to apply for Tourist (Subclass 676) visas to visit Australia for longer.  These changes allow parents who meet the criteria for a Tourist visa to have regular extended visits with their family in Australia without needing to apply for a new visa on each visit and also recognise the length of the Parent visa queue.
Multiple entry visas with a maximum stay of 12 months will be considered on a case- by-case basis with maximum validity periods of up to:
  • five years for parents outside Australia and in the Parent (subclass103) visa queue
  • three years for parents outside Australia who have:
    • had a previous Australian visa and complied with the conditions; and
    • have not applied for a Parent visa; or
    • have applied for a Parent (subclass 103) visa but are not yet in the Parent  visa queue
  • 18 months for parents who have:
    • not previously travelled to Australia; and
    • have not applied for a Parent visa; or
    • have applied for a Parent (subclass 103) visa but are not yet in the Parent  visa queue.
แปลกันตรงๆเลยก็คือ
·        วีซ่า 5 ปีนั้น มีไว้สำหรับพ่อแม่ที่ยังอยู่นอกประเทศออสเตรเลีย และได้เคยยื่นวีซ่าพ่อแม่ Parents Visa (subclass 103) ไว้และชื่อได้เข้าไปอยู่ในคิวของวีซ่าตัวนี้แล้ว จุดนี้ก็พอจะอธิบายได้ เนื่องจากวีซ่าพ่อแม่ 103 ตัวนี้มีคิวที่จะต้องรอนานถึง 18-20 ปีเห็นจะได้ ทางอิมฯจึงอนุมัติให้พ่อแม่สามารถมาอยู่กับลูกๆด้วยวีซ่าท่องเที่ยวที่นานขึ้นก่อนไปพลางๆได้
·        สำหรับวีซ่า 3 ปีนั้น มีไว้สำหรับพ่อแม่ที่ยังอยู่นอกประเทศออสเตรเลียที่เคยได้วีซ่าเข้าออสฯมาก่อนแล้ว และไม่เคยปฏิบัติผิดเงื่อนไขของวีซ่ามาก่อน จะยังไม่เคยยื่นวีซ่าพ่อแม่ประเภทใดๆมาก่อนเลย หรือ ได้เคยยื่นวีซ่าพ่อแม่ (subclass 103) ไว้แล้วก็ตาม แต่ชื่อยังไม่ได้เข้าไปอยู่ในคิว
·        อีกประเภทหนึ่งของวีซ่าระยะยาวแบบ 18 เดือน ก็จะให้กับพ่อแม่ที่ยังไม่เคยเดินทางเข้าประเทศออสเตรเลียมาก่อน ยังไม่เคยยื่นวีซ่าพ่อแม่ประเภทใดๆมาก่อนเลย หรือ จะได้เคยยื่นวีซ่าพ่อแม่ (subclass 103) ไว้แล้ว แต่ชื่อยังไม่ได้เข้าไปอยู่ในคิว

แต่ท่านผู้อ่านก็พึงระวังว่าถึงแม้คุณพ่อคุณแม่จะได้วีซ่ามา 5 ปี 3 ปี หรือ 1.5 ปี ก็ตาม (ตามแต่กรณีสถานการณ์ของคุณพ่อคุณแม่แต่ละท่าน) เข้ามาแต่ละครั้ง พ่อแม่สามารถอยู่ต่อเนื่องได้เพียง 12 เดือนเท่านั้น ก็ต้องเดินทางออกนอกประเทศแล้วค่อยกลับเข้ามาใหม่ ครั้นวีซ่าหมดอายุลงเมื่อไร ก็ต้องออกนอกประเทศไปสักอย่างน้อย 6 เดือนจึงจะมีโอกาสขอวีซ่าตัวใหม่ได้ ข้อนี้สำคัญนะคะท่านผู้อ่าน เพราะหากเราปล่อยให้พ่อแม่อยู่เกินวีซ่าไปแม้แต่เพียง 1 วันหลังครบ 12 เดือน วีซ่าระยะยาว 5 ปีที่พ่อแม่ได้มาก็จะโดนยกเลิกไปโดยปริยายค่ะ เนื่องจากนโยบายของการออกวีซ่าท่องเที่ยว มิใช่เพื่อใช้แทนวีซ่าระยะยาวที่อำนวยให้ผู้คนใช้เป็นช่องทางในการอาศัยอยู่ในออสเตรเลียอย่างถาวรได้นั่นเอง คุณหมอวีซ่าก็ว่าแปลกๆที่ทำไมต้องมากีดกันพ่อแม่ไม่ให้อยู่กับลูกต่อเนื่องโดยตลอดอย่างนี้ ก็ไม่ทราบนะคะ คงไม่มีคำอธิบาย แต่การที่อิมฯได้ออกมาปล่อยวีซ่าระยะยาวสำหรับพ่อแม่เช่นนี้ ก็เป็นการชี้ให้เห็นว่าอิมฯก็พยายามผ่อนผันให้แล้วนะคะ
และแน่นอน การจะได้วีซ่าระยะยาวแบบนี้ทุกตัว พ่อแม่ก็ต้องผ่านการตรวจสุขภาพ สันติบาล และมีเงิน หรือมีลูกสนับสนุนทางการเงินและที่พักที่เพียงพอ และจะต้องซื้อประกันสุขภาพให้ท่านไว้ด้วยเลยค่ะ ในเรื่องนี้ อิมฯได้ระบุไว้ดังนี้
The health insurance cover:
  • can be with any Australian insurer or reputable overseas insurer
  • doesn’t need to be with a specialist health insurance company
  • can include an excess and standard 'pre-existing condition' clauses
  • must be fully comprehensive (that is, it must provide at least Medicare equivalent cover including hospital, emergency, general practitioner and pharmaceutical benefits).
ก็คือจะเป็นประกันสุขภาพที่ซื้อกับบริษัทประกันของออสเตรเลียหรือนอกประเทศก็ได้ แต่คุณหมอวีซ่ามักให้ซื้อกับประกันในออสฯเพราะหากเจ็บไข้ได้ป่วย ก็จะได้เรียกค่าประกันได้ง่ายกว่า ถึงจดนี้ก็ขอประชาสัมพันธ์ว่า หากท่านผู้อ่านไม่ทราบจะซื้อประกันที่เรียกว่า OVHC  หรือ Overseas Visitor Health Cover ตรงนี้จากที่ไหน ก็ตรงเข้าไปพบที่ CP Inter Sydney เลยนะคะ ถามหาคุณป๊อป (Sira)  หนุ่มน้ำใจงามคนนี้ก็สามารถช่วยซื้อประกันสุขภาพให้พ่อแม่ท่าน online จะได้นำหลักฐานไปขอวีซ่าได้เลยค่ะ
คุณหมอวีซ่ายังทำเคสให้กับคุณพ่อคุณแม่บางท่านที่อยู่กับลูกเพลินจนลืมต่อวีซ่า จะด้วยเจตนาหรือเหตุผลใดก็ตาม ทางอิมฯจะถือว่าได้ทำผิดกฎบ้านกฎเมืองของเขาแล้ว จึงไม่สามารถขอวีซ่าชั่วคราวเข้าไปได้อีกเนื่องจากโดนลงทัณฑ์ไว้เป็นเวลา 3 ปี ในกรณีเช่นนี้ ก็ต้องหาช่องทางอื่น อย่างเช่นช่องทางให้ลูกๆยื่นผ่านทางออสเตรเลียเป็นวีซ่าแบบสปอนเซอร์ 679 โดยต้องเขียนเรื่องราวแก้ต่างขอความเห็นใจจากอิมฯเข้าไป ก็อาจมีโอกาสได้วีซ่าเช่นกันค่ะ  
สุดท้ายนี้ก็ขอเตือนว่าวีซ่าท่องเที่ยวสำหรับพ่อแม่ระยะยาวแบบนี้ จะมีเงื่อนไข 8503 หรือ No Further Stay ติดมาเสมอ แปลว่าไปถึงออสเตรเลียแล้ว ห้ามต่อวีซ่าใดๆที่นั่นทั้งสิ้นนะคะ

จบไปอย่างสวยงาม สัมมนาที่คุณหมอวีซ่าเพิ่งจะ present ไปหมาดๆที่ CP Inter สำนักงานกรุงเทพฯของเราเมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2013  ที่ผ่านมา ว่าด้วยเรื่องของผู้ติดตามทั้งปวง ไม่ว่าจะเป็นวีซ่าคู่ครองที่มีชาวออสซี่หรือ PR เป็นสปอนเซอร์ให้โดยตรง หรือเป็นผู้ติดตามนักเรียน ผู้ติดตามวีซ่าทำงาน 457 ก็ตาม ท่านผู้ฟังทุกท่านก็พากันได้ความรู้กลับไปอย่างถูกต้องเป็นแถวๆ ดูแววตาแห่งความหวังของเยาวชนรุ่นหนุ่มรุ่นสาวที่มาร่วมฟังสัมมนาแต่ละท่าน หากคุณหมอวีซ่ามี magic wand ก็อยากจะ waive ให้ทุกคนได้วีซ่าเข้าไปสร้างเนื้อสร้างตัว สร้างอนาคตที่สดใสกันอย่างทั่วหน้าทุกคน เสียดายที่รัฐบาลชุดนี้เคี่ยวสุดๆ วีซ่าเข้ายากเข้าเย็นกัน และเปลี่ยนแปลงอย่างไม่มีที่สิ้นสุด จนคนทำวีซ่าที่ดีๆซื่อสัตย์อย่างเราก็หมดกำลังใจได้เหมือนกันนะคะ หลายๆเอเย่นซี่ส่งนักเรียนไปเรียนออสเตรเลียที่เคยขยัยส่ง ก็หันไปทำประเทศอื่นกันหมดเช่น UK, USA, Canada, New Zealand ที่นโยบายด้านวีซ่านักเรียนไม่ได้ยากเหมือนออสฯในขณะนี้ แต่ก็ต้องดูกันเป็นกรณีๆไปนะคะ คุณหมอวีซ่าและทีมงานจะถูก train มาให้บอกกันตรงๆ หากผู้ใดไม่มีโอกาสได้วีซ่าเลย ก็จะไม่รับทำเคส หรือหากกรณีที่โดนปฏิเสธวีซ่ามาจากที่อื่น โดนเพิกถอนวีซ่า หรือโดนแบน 3 ปีกลับเข้าไปไม่ได้ หากช่วยแก้ไขให้ได้ ก็จะช่วยเต็มที่ แต่ถ้าทำไม่ได้ก็จะบอกกันตรงๆนะคะ ไว้พบกันใหม่ในฉบับหน้านะคะ ซาโยนาระค่ะ





วันอาทิตย์ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2556

ประเทศใดครองแชมป์ด้านการศึกษาของโลก



ประเทศใดครองแชมป์ด้านการศึกษาของโลก

สวัสดีค่ะท่านผู้อ่านทุกท่าน ช่วงนี้คุณหมอวีซ่าหายตัวจากซิดนีย์ชั่วคราวอีกแล้ว เดือนมีนาฯนี้บังเอิญคุณหมอวีซ่าจะเดินทางไปรับลูกสาวที่ไปทำงานเป็น English Teacher สอนภาษาอังกฤษให้กับเด็กๆชาวญี่ปุ่นอยู่ที่ Nagoya ประเทศญี่ปุ่น จึงได้แวะมากรุงเทพฯก่อน ก็เลยจะถือโอกาสไปเยี่ยมโรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่นที่กรุง Tokyo ด้วย เนื่องจากปัจจุบัน โลกของการศึกษานั้นขยายไปกว้างนัก มีนักเรียนไทยที่อยากไปเรียนภาษาญี่ปุ่นก็เยอะ ยุคนี้ เยาวชนไทยก็เริ่มฮิตไปเรียนภาษาเกาหลีกันด้วย CP Inter  จึงต้องดึงเอาการศึกษาญี่ปุ่นเข้ามามีไว้รองรับตามความต้องการของผู้ปกครองและน้องๆนักเรียนนักศึกษา จะเห็นได้ว่าสมัยนี้ ผู้ปกครองไม่เพ่งเล็งส่งลูกให้เรียนเฉพาะภาษาอังกฤษแต่เพียงอย่างเดียว anymore แล้ว เด็กรุ่นใหม่ นอกจากจะได้ภาษาอังกฤษแล้ว ยังได้ภาษาชาติอื่น เช่น จีน ญี่ปุ่น เกาหลีแถมเพิ่มเข้ามาอีก คุณหมอวีซ่าเองจากการที่คุณพ่อคุณแม่ท่านเห็นความสำคัญทางภาษาจีน ก็ให้ไปเรียนโรงเรียนจีนที่มาเลย์เซียมาตั้งแต่เด็กๆ เลย จึงพูดเขียนอ่านได้ทั้งภาษาจีน ไทย อังกฤษ มีประโยชน์มากๆค่ะ อันนี้ขอการันตีเลยค่ะว่าการพูดและใช้ได้หลายภาษาช่วยให้หน้าที่การงานและอนาคตของเราไปได้ไกลจริงๆค่ะ มาถึงตรงนี้ คุณหมอวีซ่าก็อยากจะแชร์เรื่องราวของผลการสำรวจการจัดอันดับการศึกษาของโลกจาก The Legatum Institute ซึ่งเป็นสถาบันจัดการสำรวจความคิดเห็นที่ใหญ่ที่สุดในโลก ดังนี้

“นิวซีแลนด์ ครองแชมป์ด้านการศึกษาของโลก ที่วัดจากการเข้าถึงการศึกษา คุณภาพการศึกษา และทรัพยากรมนุษย์ ตามด้วยที่ 2 คือประเทศออสเตรเลีย ด้านทวีปแอฟริกามีอันดับรั้งท้าย

          เมื่อช่วงสิ้นปีที่ผ่านมา เว็บไซต์พอสเพอร์ริตี ได้เผยแพร่ ผลการสำรวจจัดอันดับจาก เดอะ เลกาเทัม อินสทิทิว (The Legatum Institute) สถาบันจัดการสำรวจความคิดเห็นที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่ง ได้ทำการสำรวจเพื่อประเมินความมั่งคั่งของชาติในปี ค.ศ. 2012 โดยจากผลสำรวจจากการประเมิน 3 ปัจจัยประกอบด้วย การเข้าถึงการศึกษา คุณภาพการศึกษา และทรัพยากรมนุษย์ พบว่า ผู้ที่ได้อันดับ 1 ในด้านการศึกษา ก็คือประเทศนิวซีแลนด์ ซึ่งได้อันดับความมั่งคั่งของประเทศอยู่ที่อันดับที่ 5 ขณะที่อันดับด้านการศึกษาของประเทศออสเตรเลียนั้นรั้งอันดับ 2 นำประเทศแคนาดา ซึ่งอยู่ในอันดับที่ 3 

และจากผลการจัดอันดับทั้งหมด 142 ประเทศ พบว่า ประเทศแถบทวีปอเมริกาเหนือ ทวีปยุโรป และทวีปออสเตรเลียนั้น จะมีอันดับทางด้านการศึกษาที่สูงกว่าประเทศในแถบอื่น ๆ อย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเทียบกับประเทศแถบทวีปแอฟริกาซึ่งมีอันดับการเข้าถึง การศึกษาที่ต่ำมาก

          

และนี่คือ 10 อันดับของประเทศที่มีอันดับด้านการศึกษาสูงที่สุดในโลก

         
1. นิวซีแลนด์

         
2. ออสเตรเลีย

         
3. แคนาดา

         
4. ไต้หวัน

         
5. สหรัฐอเมริกา

         
 6. นอร์เวย์

         
7. เกาหลีใต้

         
8. ฟินแลนด์

         
9. สโลเวเนีย

         
10. สเปน

เพียงสงสัยว่าทำไมประเทศอังกฤษที่เคยติดอันดับมาโดยตลอดกลับไม่อยู่ใน list แต่กระนั้นก็ตาม เด็กไทยก็ยังนิยมไปประเทศอังกฤษกันมาก อย่างปีนี้ 2013 ก็เป็นอีกปีหนึ่งที่ CP Inter Bangkok ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนจัดกลุ่มนักเรียนโรงเรียนสตรีวิทยา (ซึ่งเป็นโรงเรียนหญิงคัดเลือกที่แทบทุกคนรู้จักกันดีในวงการศึกษาที่เมืองไทย) ไปเรียน Summer ที่ประเทศอังกฤษกับเราอีกครั้งในเดือนเมษายนที่จะถึงนี้ คุณหมอวีซ่าจึงดีใจที่เราเดินถูกทางมาโดยตลอดโดยให้แต่หลักสูตรดีๆที่มีคุณภาพสูงเป็นที่รับรองให้กับน้องๆนักเรียนนักศึกษาของเราอย่างสม่ำเสมอมาโดยตลอด อย่างที่ New Zealand ทาง  CP Inter เราก็เป็นตัวแทนอย่างเป็นทางการของมหาวิทยาลัยเกือบทุกแห่ง เช่น University of Auckland, Auckland University of Techonology, Victoria University of Wellington, Canterbury University, Waikato University, Massey University,  Lincoln University เป็นต้น ซึ่งอย่างมหาวิทยาลัย Auckland ก็เป็นมหาวิทยาลัยระดับโลกที่ดีมากๆ เมื่อปีที่ผ่านมา ทาง CP Inter Bangkok ก็ยังได้จัดคณะครูจากมหาวิทยาลัยที่เมืองไทยที่กำลังทำหลักสูตร PhD ไปร่วมโครงการ Teachers Leader Program  ที่ Massey University ที่ New Zealand มาอย่างประสบความสำเร็จสูงยิ่ง กลับมาต่างประทับใจในเมืองกีวีแห่งนี้เป็นอย่างยิ่ง  จึงอยากสนับสนุนให้น้องๆเก็บไว้เป็นทางเลือกนะคะ หากคิดว่าอยากปรึกษาวางช่องทางอนาคตอย่างถูกต้องและตรงเป้าหมายทางการเรียนและอนาคต ก็มาพบกับทีมงาน CP Inter ได้เลยนะคะ ช่วงที่คุณหมอวีซ่าจะประจำการอยู่ที่กรุงเทพฯ หากคุณพ่อคุณแม่ท่านใดอยากคุยด้วย ก็ยินดีนะคะ   แต่ช่วงที่คุณหมอวีซ่าไม่อยู่ที่สาขาใด ทีมงานทุกสาขาก็เก่งๆทั้งนั้นค่ะ  สามารถเข้ามาปรึกษาได้เลยค่ะ 
การเรียนต่อเมืองนอกเป็นสิ่งที่ต้องมีการวางแผนเสียให้ถูกต้องมาตั้งแต่ต้นขั้ว คือจากบ้านของตนโดยตรง คุณหมอวีซ่าจะยกตัวอย่างให้ฟังอย่างที่เห็ได้ชัดๆ และเพิ่งเกิดขึ้น คือเรามีนักเรียนจีนชื่อน้อง Sheila เป็นหลานของเพื่อนสนิทชาวฮ่องกงของคุณหมอวีซ่าเอง เพื่อน รักคนนี้ได้อีเมลมาขอความช่วยเหลือให้คุณหมอวีซ่าจัดคอร์สเพื่อรองรับอนาคตที่ถูกต้องให้กัน้อง Sheila ที่จบทางด้านกฎหมายพาณิชน์มาจากประเทศจีน และหลังจบก็อยากให้อยู่ทำงานจนได้ถือใบถิ่นฐานถาวร (Permanent Resident หรือ PR) ของออสเตรเลีย คุณหมอวีซ่าจึงแนะนำให้น้องลงเรียน Master of Professional Accounting หลักสูตร 2 ปีที่ UTS โดยให้ไปเรียนภาษาที่ Insearch UTS ก่อน เพราะเป็นหลักสูตรภาษาที่เข้า UTS ตรงได้เลยโดยไม่ต้องไปนั่งสอบ IELTS กันอีก และจบแล้วน้อง Sheila สามารถขอ Post-Study Work visa (PSW) 2 ปีอยู่ทำงานต่อที่ออสเตรเลียได้ทันที และทำงานไปด้วยก็สามารถยื่นขอ PR ภายใต้โครงการ SkillSelect ของออสเตรเลีย หรือขอให้นายจ้างสปอนเซอร์อยู่ต่อได้อีก เพราะมีความรู้แน่นทั้งทางกฎหมายและบัญชี แถมยังเป็นเด็กดีที่ขยันและซื่อตรง ขณะเดียวกัน น้องมาเล่าให้ฟังว่า เพื่อนชาวจีนของเขาอีกคนเสียใจมาก เพราะ เอเย่นของเขาส่งไปเรียนโทเหมือนกัน แต่เป็นหลักสูตรเพียง 1.5 ปีเท่านั้น จบแล้วไม่สามารถทำ PSW visa ได้ แถมอยากยื่น PR  ก็คงต้องไปเรียนโทมาอีกใบ ซึ่งทำให้พ่อแม่ต้องเสียงบประมาณเพิ่มเติมอีกมาก เสียเวลาเพิ่มอีกปีกว่าสองปีอย่างน่าเสียดาย จุดนี้สำคัญค่ะ เพราะหลักสูตรที่น้องๆลงกันนั้นจะต้อง meet เงื่อนไข Two Year Study rule ของ Australia คือจะต้องเป็นหลักสูตรที่ขึ้นทะเบียนไว้ 92 CRICOS weeks เป็นอย่างต่ำ จึงจะสามารถใช้ทำ PSW หรือ SkillSelect ต่อได้นะคะ น้องๆที่จะทำเรื่องไปเรียนต่อออสเตรเลีน ต้องคำนึงถึงจุดนี้ให้ดี ไม่ใช่ไปถึงแล้วมานั่งเสียใจภายหลัง หากมีสิ่งใดไม่เข้าใจ หรือต้องการความกระจ่างมากกว่านี้ ก็สามารถเข้าไปสอบถามกับ CP Inter ทุกสาขาได้เลยค่ะ

Updates วีซ่าทำงาน 457
เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา  ทางอิมมิเกรชั่นได้ออกมาตรการใหม่เกี่ยวกับวีซ่าทำงาน (sc457) เนื่องจากที่ผ่านมาพบว่าเกิดช่องโหว่ของวีซ่าตัวนี้ขึ้นมามาก  อย่างเช่นที่พบบ่อยก็คือมีการจ่ายเงินเดือนในอัตราที่ต่ำกว่าที่อิมฯกำหนดที่เรียกว่า TSMIT (Temporary Skilled Migration Income Threshold)  อันนี้ การที่อิมฯได้มีการตั้งอัตราเงินเดือนที่จ่ายให้สูงไว้ ก็เพราะไม่อยากให้นายจ้างไปจ้างแต่แรงงานต่างชาติเข้ามา เพราะคนท้องถิ่นชาวออสซี่ก็ถือว่ามาแย่งงานจากพวกเขาไป  ส่วนนายจ้างเอง ก็น่าเห็นใจ เพราะการจ้างชาวออสซี่ทำงานนั้นนอกจากเงินเดือนจะแพงมากแล้ว ก็ยังไม่ได้ผลงานเป็นที่พึงพอใจในหลายๆกรณี จึงเลือกที่จะจ้างแรงงานต่างชาติและในที่สุดสปอนเซอร์ให้เขาได้ PR และทำงานกับนายจ้างไปนานๆ จึงกลายเป็นทางเลือกของนายจ้างออสเตรเลียมาเป็นเวลาช้านาน ทางอิมฯจึงได้กำหนดให้มีสัญญาการจ่ายเงินตามอัตราในท้องตลาด หรือขั้นต่ำตามที่อิมฯกำหนด  นอกจากนี้ในบางอาชีพก็ไม่จำเป็นที่ต้องสอบ IELTS ด้วย อย่างที่นักกฎหมายท่านหนึ่งเคยพูดไว้ว่า “กฏหมายมีไว้ให้เปิดช่องโหว่” ด้วยเหตุนี้ทางอิมมิเกรชั่นจึงจำเป็นต้องออกมาอุดช่องโหว่และทำการปรับปรุงระบบและมาตรการให้เข้มงวดมากขึ้นเพื่อไม่ให้มีการนำวีซ่าตัวนี้ไปใช้ในทางที่ผิด    ส่วนทางอิมมิเกรชั่นจะมีการเปลี่ยนแปลงอะไรบ้างก็ต้องรอประกาศกันอีกทีนะคะ  ซึ่งมาตรการนี้จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 กรกฎาคม 2013 เป็นต้นไปค่ะ  เพราะฉะนั้นในช่วงนี้ที่กฎต่างๆยังเป็นเหมือนเดิมอยู่ ใครที่มีโอกาสในการยื่นวีซ่า 457 โดยเฉพาะคนไทยทั้งหลายที่มีนายจ้างจำนวนมากต้องการจะสปอนเซอร์ ก็ควรจะรีบยื่นนะคะก่อนที่มาตรการใหม่จะถูกนำเข้ามาใช้ค่ะ 
ในฉบับนี้คุณหมอวีซ่าก็ขอเขียนถึง 3 อาชีพที่เป็นที่นิยมของเหล่าเด็กไทยทั้งหลาย  ได้แก่ massage therapist, retail buyer, และ graphic designer ค่ะ

Massage Therapist  (ANZSCO Code 411611)   
ในปัจจุบันนี้มีร้านนวดไทยจำนวนมากเปิดในเมืองต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นซิดนีย์ เมลเบิร์น หรือบริสเบน  บางคนก็เป็นเจ้าของเอง  บางคนก็ทำงานนวดอยู่ในร้าน  มีหลายครั้งที่ทีมงานของคุณหมอวีซ่าได้รับโทรศัพท์เข้ามาสอบถามถึงการสปอนเซอร์ลูกจ้างในร้านนวด  แต่โดยส่วนใหญ่แล้วน้องๆที่โทรเข้ามาถามมักจะถือวีซ่านักเรียน และหาโอกาสทำงานพิเศษโดยเป็นมือนวดประจำร้านต่างๆ ซึ่งน้องๆเหล่านี้ต่างก็ไม่ได้เรียน หรือจบมาในด้าน massage therapy หรือ remedial massage เพราะฉะนั้นจึงทำให้การสปอนเซอร์ในอาชีพนี้จึงยากเข้าไปอีก  ในวันนี้คุณหมอวีซ่าจึงขอลงรายละเอียดคร่าวๆของการจะยื่นอาชีพ massage therapist  สำหรับน้องๆที่เรียนอยู่และมีแผนที่จะยื่นในอาชีพนี้กันค่ะ  

สำหรับผู้สมัครนั้นจะต้องเรียนจบในขั้นต่ำ
Advanced Diploma หรือ Diploma ในสาขาที่เกี่ยวข้องกับ Massage ไม่ว่าจะเป็น Massage Therapy หรือ Remedial Massage   และข้อดีของการยื่นอาชีพคือไม่ต้องสอบ IELTS  นับว่าเป็นข้อดีนะคะ โดยเฉพาะสำหรับน้องๆที่มีปัญหาในเรื่องของภาษาอังกฤษค่ะ

Retail Buyer (ANZSCO Code 639211)
อาชีพนี้อาจจะยังไม่เป็นที่คุ้นหูกันมากนะคะ  แต่ลองนึกถึงคนที่ต้องทำงานใน supermarket หรือตามร้านขายผักผลไม้  ก็จำเป็นจะต้องมีพนักงานไม่ว่าจะเป็นแคชเชียร์ คนจัดวางผักและผลไม้  อาชีพนี้ก็เหมือนคนเลือกซื้อสินค้าเข้าร้าน  โดยจะต้องทำการเปรียบเทียบสินค้าจากหลายๆเจ้า ว่าเจ้าไหนถูก เจ้าไหนแพง แล้วก็เลือกซื้อสินค้านั้นเข้าร้าน  ซึ่งในปัจจุบันนี้มีร้านค้าประเภทนี้เป็นจำนวนมากในออสเตรเลีย  และทางร้านเองก็ขาดพนักงานที่จะทำงานตรงส่วนนี้  จึงทำให้อาชีพนี้เป็นหนึ่งในทางเลือกสำหรับน้องๆคนไทยที่ทำงานอยู่ในออสเตรเลีย  
คุณสมบัติขั้นต่ำสำหรับผู้ที่จะยื่นอาชีพนี้จะต้องจบ Certificate III บวกประสบการณ์การทำงานอีก 2 ปี หรือ Certificate IV ในสาขาที่เกี่ยวข้อง  และไม่ต้องสอบ IELTS ด้วยค่ะ

Graphic Designer  (ANZSCO Code 232411)
อาชีพสุดท้ายที่จะกล่าวถึงในฉบับนี้ก็คือ Graphic Designer เด็กไทยหลายๆคนมีฝีมือ มีความสามารถ  และที่ออสเตรเลียเองก็มีหลายบริษัทจำนวนมากที่ให้บริการทางด้านกราฟฟิก และด้านเว็บไซท์  น้องๆหลายคนที่มาเรียนต่อปริญญาโท เมื่อหาประสบการณ์ก่อนจะกลับไทยต่างก็ได้รับการสปอนเซอร์  อาชีพนี้เป็นหนึ่งในอาชีพที่มีน้องๆโทรเข้ามาสอบถามกันเป็นจำนวนมาก  แต่อาชีพนี้จะต่างกับอาชีพข้างต้นก็ตรงที่ผู้สมัครนั้นจะต้องเรียนจบในระดับปริญญาตรี หรือสูงกว่าในสาขาที่เกี่ยวข้อง  หรือถ้าหากไม่ได้เรียนจบในระดับปริญญาตรี ก็ต้องมีประสบการณ์การทำงาน 5 ปีขึ้นไปถึงจะเอามาแทนกันได้  และแน่นอนไม่จำเป็นต้องสอบ IELTS   ค่ะ  
 
เห็นมั้ยคะว่าอาชีพส่วนใหญ่นั้นไม่จำเป็นต้องมีผลสอบ IELTS  ยกเว้นก็แต่อาชีพ trade ที่จำเป็นต้องมี skill assessment และจะต้องมีผลสอบ IELTS เด็กไทยหลายๆคนมีความสามารถ  และในช่วงนี้ที่ทางอิมมิเกรชั่นกำลังจะเปลี่ยนแปลงกฎหรือเงื่อนไขของวีซ่า sc457  เราก็ควรที่จะเตรียมพร้อมหรือเตรียมยื่นแต่เนิ่นๆ ก่อนที่กฎจะเปลี่ยน
 
อาชีพเหล่านี้เป็นเพียงข้อมูลคร่าวๆนะคะ  ถ้าผู้อ่านท่านไหนอยากทราบรายละเอียดเพิ่มเติม หรืออยากสอบถามในข้อมูลของอาชีพอื่นๆ ก็สามารถโทรเข้ามาสอบถามได้ที่ซีพีฯได้ทุกสาขาเลยค่ะ    หรือถ้าอยากมาคุยแบบตัวต่อตัว ก็สามารถมาร่วมฟัง “สัมมนา  Working Visa Seminar”อยากทำวีซ่าทำงาน ทำอย่างไร  ในวันพุธที่ 13 และวันเสาร์ที่ 16 มีนาคม เวลา 14.00 16.00  ที่ออฟฟิศซีพี ซิดนีย์  - Suite 1, Level 6, 377-383 Sussex Street, Sydney ร่วมตอบปัญหาทุกเรื่องราวที่เกี่ยวกับวีซ่าทำงาน  อยากได้รับการสปอนเซอร์ทำอย่างไร มีอาชีพอะไรที่สปอนเซอร์ได้บ้าง สปอนเซอร์แล้วได้พีอาร์เลยมั้ย สปอนเซอร์ตัวเองได้มั้ย  เรียน cookery มาแล้วทางร้านอยากสปอนเซอร์  มาร่วมฟังคำตอบทุกคำถามเกี่ยวกับวีซ่าทำงานได้ที่งานนี้เลยค่ะ   สำรองที่นั่งได้ที่ 02-9267-8522, 0403-826-222 อีเมล tob@cpinter.com.au   หรือ www.facebook.com/cpsyd