“คุณหมอวีซ่า”

รูปภาพของฉัน
โดย Pip Panasbodi (MARN 9896337) ผู้เชี่ยวชาญด้านวีซ่าประจำ CP International Education & Migration Centre www.cpinter.com.au

วันพุธที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2556

Training and Research Visa (subclass 402) – วีซ่าฝึกงานสำหรับน้องๆที่อยากจะอยู่ต่อในออสเตรเลีย

สวัสดีค่ะ กลับมาพบกับคุณหมอวีซ่ากันอีกครั้ง  ในฉบับที่แล้วคุณหมอวีซ่าได้เกริ่นถึงวีซ่าตัวหนึ่งค้างไว้ที่มีชื่อเรียกว่า Training and Research Visa (Subclass 402)” หรือถ้าเรียกเป็นภาษาไทยก็คือวีซ่าฝึกงานและวิจัยนั่นเอง  ซึ่งในปัจจุบันนี้เป็นที่กล่าวถึงของน้องๆจำนวนมาก  มีน้องๆผู้อ่านหลายๆท่านโทรเข้ามาสอบถามว่าวีซ่าตัวนี้คืออะไร  ในเมื่อหลายๆคนตั้งคำถามเข้ามา คุณหมอวีซ่าก็เลยขอเขียนลงคอลัมเพื่อบอกกล่าวให้เข้าใจกันนะคะ 

วีซ่า Training and Research Visa หรือ TRV นั้นเป็นวีซ่าสำหรับผู้ที่ต้องการจะเข้ามาฝึกงานในประเทศออสเตรเลียเป็นระยะเวลาชั่วคราว  ไม่ว่าจะเป็นในสายอาชีพ วิจัย หรือว่าทางด้านการพัฒนาวิชาชีพก็ตาม ซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภทด้วยกัน

  1. Occupational Trainee stream – แบบการฝึกงานสายอาชีพ
วีซ่าประเภทนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการฝึกงานในสายสาขาวิชาชีพที่นักเรียนๆจบกันมา ตัวอย่างเช่นในสาย hospitality หลังจากเรียนจบ นักเรียนทั้งหลายก็อยากจะมีการฝึกงานตามโรงแรมหรือภัตตาคารใหญ่ๆ เพื่อเป็นการเพิ่มพูนทักษะให้กับตัวเอง และสร้างความเชี่ยวชาญในสายวิชาชีพของตนก่อนที่จะออกไปเผชิญโลกแห่งการทำงานจริงๆข้างนอก 

  1. Research stream – สำหรับนักวิจัย หรือนักวิชาการที่ต้องการจะมาร่วมโครงงานวิจัย หรือมาดูงานในประเทศออสเตรเลีย

  1. Professional Development stream – สำหรับผู้ที่ทำงานในระดับ professional ระดับผู้จัดการ ผู้บริหาร หรือแพทย์ วิศวกร หรือข้าราชการทั้งหลายที่ต้องการจะมาเทรนงานเพื่อเพิ่มพูนทักษะในสาขาวิชาชีพของตนเองเพิ่มเติม 

แล้ววีซ่า TRV ประเภทไหนถึงจะเหมาะกับเราล่ะ? 
สำหรับนักเรียนไทยส่วนใหญ่ที่เข้ามาเรียนหลักสูตรดิพโพลม่าทั้งปวงตั้งแต่ครั้งสมัยที่วีซ่านักเรียนเข้าออสเตรเลียยังบูมมากๆช่วงปี 2007-2009 และมีโอกาสที่สามารถขอฝึกงานที่ออสเตรเลียต่อเนื่องได้ หรือได้กลับไปไทยแล้ว แต่มีองค์กรเปิดโอกาสให้ฝึกงาน ก็น่าจะมองดูความเป็นไปได้ของวีซ่า TRV ประเภทแรก ส่วนประเภทที่ 2 และ 3 นั้นน่าจะเหมาะสำหรับผู้ที่อยู่ในสายงานวิจัย สายวิชาการซะมากกว่า เนื่องจากน้องๆคนไทยส่วนใหญ่ที่เรียนอยู่ที่นี่ส่วนใหญ่ก็มักจะเลือกเรียนในสายอาชีพ เช่น hospitality, child care, management, cookery เป็นต้น  หรือผู้ที่เลือกเรียนในสายวิชาการก็มักจะเดินทางกลับไทยหลังจากเรียนจบ มากกว่าที่จะขอวีซ่าอยู่ต่อ หลายท่านก็โชคดีมีนายจ้างสปอนเซอร์ต่อ  

แปลกมากนะคะที่ตอนนี้วีซ่าตัวนี้เป็นที่  popular มากๆ แต่ก็อย่างว่าะคะ ในขณะที่วีซ่าแบบมีนายจ้างสปอนเซอร์ประเภท 457 (working visa) ที่รู้จักกันดีนั้นทำยากขึ้นทุกวัน เราก็ต้องลองหันมาดู options อื่นๆในการอาศัยอยู่ต่อในออสเตรเลียเนื่องจากหลายท่านก็ชื่อชอบอากาศ และสภาวะความเป็นอยู่อย่างอิสระ อีกทั้งระดับเงินเดือนที่ดีกว่าบ้านเราของที่นี่   ซึ่งวีซ่าตัวนี้ แม้กระทั่ง migration agents เองก็หันมาสนใจวีว่าตัวนี้กันมากขึ้น ตามที่คุณหมอวีซ่าได้เห็นข่าวคราวที่ลงในวารสารที่ส่งหา   migration agents กัน 
วีซ่าตัวนี้มีขั้นตอนในการสมัครคล้ายๆกับวีซ่าทำงาน (sc457) เลยค่ะ ก็คือต้องยื่นที่ออสเตรเลียโดยผ่าน 3 ขั้นตอนสำคัญคือ
1. Sponsorship พิสูจน์กันที่เอกสารจากนายจ้าง
2. Nomination ตำแหน่งงานที่ฝึกต้องเหมาะสมกับสายธุรกิจขององค์กรที่เป็นสปอนเซอร์
3. Application  ตัวผู้สมัคร หรือผู้ถูกสปอนเซอร์ ก็ต้องมีคุณสมบัติที่เหมาะสมตรงตามตำแหน่ง
ก่อนที่เราจะสมัครวีซ่าตัวนี้ได้ก็ต้องมีการสปอนเซอร์จากนายจ้าง หรือหน่วยงานนั้นๆก่อน จากนั้นทางนายจ้างก็ขอ nominate ยื่นขอสปอนเซอร์เราเป็น trainee หรือคนฝึกงานในตำแหน่งนั้นๆ สุดท้ายตังเราถึงจะสมัครวีซ่าได้ค่ะ  ถ้าหากไม่ผ่าน 2 ขั้นตอนแรกก่อน ก็ไม่สามารถยื่นขอวีซ่า 402 ตัวนี้ได้ค่ะ    ทั่วไปวีซ่าตัวนี้อาจออกให้นานถึง 2 ปีได้ ซึ่งหลังจากที่ถือวีซ่าจนหมดอายุและมีการฝึกงานต่อเนื่อง ก็อาจจะมีการขอต่อวีซ่าต่อไปได้ หรืออาจจะเปลี่ยนไปถือวีซ่าทำงานแบบ 457 (ถ้าหากนายจ้างพอใจในผลงานของเรา) และก็แน่นอน ต่อด้วยวีซ่าถาวร Permanent Resident (PR) ต่อไปตามแต่ options ที่ทำได้ในขณะนั้นๆ

ขอแจ้งนิดว่าหากมีครอบครัว ก็สามารถพ่วงคู่ครองกับลูกๆมาได้ด้วยนะคะ เป็นที่รู้กันว่าวีซ่า แต่ละประเภทก็มีกฎเกนฑ์ในการสมัครวีซ่าที่แตกต่างกันไปนะคะ  ซึ่งคุณหมอวีซ่าขอยกยอดในการอธิบายถึงวีซ่าตัวนี้ ในประเภท   occupational research stream ไว้ในฉบับหน้าเนื่องจากมีเวลาจำกัด  สำหรับฉบับนี้ต้องขอลาไปก่อนค่ะ





My Future My CP




สวัสดีค่ะ น้องๆทุกคน  คอลัมน์ My Future My CP วันนี้ พี่ๆทางซีพีฯมีข่าวดีมาบอกกล่าวต่อน้องๆกันค่ะ  ใครที่กำลังอยากจะหาคอร์สเรียนปริญญาโท หรือปริญญาตรี ในมหาวิทยาลัยชั้นนำของออสเตรเลียอย่าง the University of Sydney ต้องไม่พลาดมาร่วมงาน In-House Interview กับมหาวิทยาลัย Sydney (มหาวิทยาลัยแห่งแรกของประเทศออสเตรเลีย) ในวันพุธที่ 25 กันยายนนี้ เวลา 13.00 – 16.00 น. ที่ CP SYDNEY ห้อง 1 ชั้น 6 Labor Council Building, 383 Sussex Street, Sydney     ฟรี! Application fee waiver สำหรับทุกคนที่สมัครเรียนภายในวันงาน โดยน้องๆจะต้องอย่าลืมนำสิ่งต่างๆต่อไปนี้ติดตัวมาในวันงานด้วยนะคะ
-          passport
-          transcript
-          CV
-          ผลสอบ IELTS หรือประกาศนียบัตรเรียนภาษาอังกฤษจบมาระดับไหน และจากที่ไหน
มาร่วมรับของสมนาคุณเล็กๆน้อยๆจากพี่ๆซีพีฯภายในวันงานด้วยนะคะ



Sydney University นั้นมีหลากหลายคณะและวิชาให้น้องๆได้เลือกศึกษาต่อแสวงหาความรู้และทักษะกัน ไม่ว่าจะเป็นสาขาทางด้าน Commerce, Accounting, Laws, Engineering, Nurses, Medical หรือสายภาษา Linguistics ทั้งหลาย โดยเฉพาะในหลักสูตร Master of Professional Accounting และ Master of Professional Engineering ซึ่งได้รับการรับรองจาก CPA/ICAA/IPA และ Engineers Australia (EA) ตามลำดับ โดยเฉพาะเหมาะสำหรับน้องๆที่ไม่ได้จบปริญญาตรีในสาขาวิศวะจากประเทศในเครือ Washington Accord or Australian Accord or Sydney Accord เป็นอย่างยิ่ง เพราะจบจากที่นี้ องค์กรประเมินวุฒิบัตรสามารถรับรองได้ทันทีโดยไม่ต้องผ่านการทำ  CDR reports ให้ทาง EA แต่เตือนนิดว่าผู้ที่ต้องการจะเรียนต่อในสายนี้ จำเป็นต้องจบมาในสายวิทย์มานะคะ เพราะมีวิชาฟิสิกส์คำนวญอยู่ด้วยอย่างเลี่ยงไม่ได้ในฐานะเป็นวิศวกรนะคะ ซึ่งทั้งสองหลักสูตรนี้เหมาะมากสำหรับผู้ที่ต้องการจะยื่น SkillSelect ต่อไปในอนาคตในการขออยู่ในออสเตรเลียต่ออย่างถาวร (PR) โดยอาศัยทักษะ วุฒิ ความรู้และความสามารถของตนเอง เรียนจบสองปี แน่นอนน้องๆยังสามารถยื่นขอ Graduate  Visa (485) ทำงานในออสเตรเลียต่อได้อีกด้วยค่ะ

สำหรับน้องๆคนไหนที่สนใจจะสมัครเรียนกับ University of Sydney  (อย่าลืมนำเอกสารที่เกริ่นไว้ข้างต้นติดตัวมาที่ CP Sydney ด้วยนะคะ) สำหรับน้องๆคนไหนที่ไม่แน่ใจว่าจะเลือกเรียนสาขาไหนดี  ก็สามารถโทรหรือเข้ามาปรึกษากับพี่ๆซีพีฯได้ก่อน หรือจะมาคุยกับเจ้าหน้าที่ U โดยตรงในวันงานสัมภาษณ์ก็ได้ค่ะ    

แล้วเจอกันในวันพุธที่ 25 กันยายนนี้ค่ะ ระหว่างเวลา 13.00 – 16.00 ที่ CP SYDNEY นะคะ  โทรสอบถามรายละเอียดล่วงหน้าได้ที่ 02-9267-8522 or email: education@cpinter.com.au

********************************************************************************************


คุณปิ๊ปนำทีมงาน CP Sydney ไปลุยครัว TAFE ULTIMO มาแล้ว อาหาร cooked โดยนักเรียน Cookery รสชาติเยี่ยงมืออาชีพ สุดยอดจริงๆ - คุณ Ben Martin ผอ กับคุณ Thomas Dunlop ผจฝ่ายการตลาดให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น


วันพุธที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2556

อยากยื่นวีซ่าแบบเร่งด่วนที่เคาน์เตอร์... ต่อไปนี้อิมฯห้ามแล้วนะคะ

สวัสดีค่ะผู้อ่านทุกท่าน  เวลาช่างผ่านไปอย่างรวดเร็วจริงๆนะคะ  เผลอแป๊บเดียวก็เข้าสู่เดือนกันยายน ซึ่งถือเป็นการเข้าสู่ฤดู spring หรือหน้าฤดูใบไม้ผลิอย่างเป็นทางการ (ในออสเตรเลีย) อากาศก็เริ่มจะอุ่นขึ้นอย่างสบายๆ ต้อนรับวันพ่อในสัปดาห์แรกของเดือนกันยายนไปกันอย่างครึกครื้น ถนนหนทางเต็มไปด้วยผู้คนพลุกพล่านสนุกสนาน แต่ที่เมืองไทยนั้นทราบมาว่าฝนกำลังตกกระหน่ำ ดังนั้น ใครที่อยากมามาท่องเที่ยวหรือเยี่ยมญาติ ช่วงนี้อากาศที่ซิดนีย์กำลังดีเลยนะคะ  ไม่หนาวแล้วก็ไม่ร้อนจนเกินไป ดอกไม้เริ่มบานสีสันสวยงาม เป็นช่วงเยือนออสเตรเลียที่เหมาะสมที่สุดเลยค่ะ  อีกอย่าง ช่วงนี้ยังเป็นช่วงการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งในออสเตรเลีย  เราคงต้องคอยดูในวันเสาร์ที่ 7 กันยายนนี้ ว่าใครจะเป็นผู้ชนะการเลือกตั้ง แล้วนโยบายของรัฐบาลจะส่งผลดีหรือผลเสียต่อพวกเราอย่างไร  ไว้ฉบับหน้าคุณหมอวีซ่าจะมาเสวนาถึงเรื่องนี้กันค่ะ

ฉบับนี้คุณหมอวีซ่าขอนำข่าวสารมาบอกเล่ากันอีกตามเคย   ช่วงนี้อิมมิเกรชั่นแสนจะเคี่ยวค่ะ นั่นก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่ได้ ค่ายื่นก็ขึ้นราคากันเป็นว่าเล่น จนสมชิกจากสมาคม Migration Institute of Australia หรือ MIA ลงความเห็นว่าค่าแรงอิมมิเกรชั่นแพงเกินเหตุ เรียกได้ว่าแพงกว่าค่าทำเรื่องที่ทนายทั่วไปเรียกเก็บจากลูกค้าเสียอีก ทั้งๆที่เคสทาง migration agents ก็เป็นคนเตรียม เป็นคนเขียน เป็นคนกรอกฟอร์ม เป็นคนจัดเอกสารประกอบจนสมบูรณ์เป็น complete case ทางเจ้าหน้าที่อิมฯเพียงพลิกๆผ่านๆเท่านั้น งานง่ายจะตายไป สมเหตุสมผลแล้วเหรอที่จะมาเรียกเก็บค่ายื่นทีสี่ห้าพันเหรียญขนาดนี้ หากเจ้าหน้าที่อิมฯสามารถทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ คือใช้เวลาพิจารณาเคสเร็วขึ้นซักไม่กี่สัปดาห์ก็ออกวีซ่าให้ได้ (แทนที่จะใช้เวลาเป็นปีเยี่ยงอย่างการพิจารณาวีซ่าหลายตัว เช่นวีซ่าคู่ครองใช้เวลาตั้ง 12-13 เดือนเป็นต้น แล้วเช่นนี้สมควรที่จะได้รับค่ายื่น หรือค่าบริการแพงขนาดนี้เลยหรือ?) ยิ่งช่วงหลังๆนี้ อิมฯดุและเคี่ยวเหลือเกินค่ะ โดยเฉพาะในเรื่องของการยื่นเอกสาร และเมื่อช่วงเดือนที่แล้ว คุณหมอวีซ่าก็รับทราบข่าวคราวมาจาก Migration Alliance ที่อิมมิเกรชั่นถึงขั้นออกเป็นกฎหมายเกี่ยวกับเรื่องการยื่น   visa application เข้าไปที่อิมมิเกรชั่นมาเลย ดังนี้

Partner Visas Item 1214 (3) (fa) from Schedule1 - effect of the 1 July changes

Item 1214C(3)(fa), added to Schedule 1 of the Migration Regulations 1994 as of 1 July 2013, states:
(fa)     An application must be made:
(i)      by posting the application (with the correct pre-paid postage) to the post office box address or other address specified by the Minister in an instrument in writing for this subparagraph; or
(ii)      by having the application delivered by a courier service to the address specified by the Minister in an instrument in writing for this subparagraph; or
(iii)      if no address has been specified for subparagraphs (i) and (ii) — by lodging the application at an office of Immigration.
This new change means that even though the DIAC website says the NSW Partner Processing Centre offers “counter service” from 9am to 4pm at the Ground Floor of 26 Lee Street, applicants and their agents are prohibited from lodging applications in person there, and instead must pay Australia Post or a courier to deliver applications to the NSW or other appropriate Partner Processing Centre.

Applicants with extremely time-sensitive partner visa applications who depend on the “counter service” for the NSW Partner Processing Centre as advertised on DIAC’s website may be in for a rude surprise. Veteran migration lawyer Kim Hunter reports that when a client of hers attempted to lodge a partner visa application at DIAC’s 26 Lee St offices last week, “my client was shown the door and told to ‘post it’, was not told of courier delivery options, and was not allowed to leave the application at the counter or anywhere else.” As a result, Hunter reports the client had to courier the application in urgently that afternoon and wait for an acknowledgement letter confirming grant of a BVA in order to apply in person for an urgent Bridging Visa B.

(Source: Migration Alliance , 21 August 2013)

เลยอยากเตือนกันสักนิดว่า ต่อไปนี้การยื่นวีซ่า   partner   สามารถทำได้หมด 3 รูปแบบด้วยกันคือ
1. โพสต์เอกสารเข้าไปตามที่อยู่อิมฯที่แน่นอน
2. ใช้บริการ courier เช่น Fedex ไปยื่นให้แทนที่อิมฯ หรือ
3. ถ้าหากไม่มีที่อยู่ระบุ จึงจะสามารถไปยื่นที่เคาน์เตอร์ได้  ถ้าหากไม่ทำตามที่กฎหมายกำหนดออกมาเช่นนี้ ก็จะถือว่าเป็น invalid application หรือถือเป็นโมฆะนั่นเอง หรือถ้าโชคดีหน่อยก็อาจจะโดนไล่กลับมาให้ไปส่งไปรษณีย์แทน
ทีนี้สำหรับน้องๆที่วีซ่ากำลังจะหมด ณ วันนั้น ก็อาจจะต้องรับความเสี่ยงว่ายื่นวีซ่าไม่ทัน เพราะเจ้าหน้าที่ปฏิเสธที่จะไม่รับเอกสารหน้าเคาน์เตอร์นะคะ     หลายๆคนมองว่ายื่นยังไงก็ทัน ยื่นวันที่วีซ่าหมดก็ได้  แต่พอเห็นอย่างนี้ก็ไม่ควรเสี่ยงแล้วล่ะค่ะ   ลูกค้าหลายๆคนที่เข้ามาหาคุณหมอวีซ่าขอให้ช่วยยื่นวีซ่าให้หน่อยแต่วีซ่ากำลังจะหมดในอีก 2 – 3 วัน  คุณหมอวีซ่าและทีมงานยินดีช่วยเหลือลูกค้าทุกคนเสมอ แต่อิมมิเกรชั่นเค้าไม่ช่วยเหลือเรานะคะ  เพราะฉะนั้นต่อไปนี้ ไม่ควรที่จะทิ้งไว้จนนาทีสุดท้ายนะคะ  หรือถ้ากลัวว่ายื่นไม่ทันจริงๆ ก็สามารถที่จะโทรเข้ามาสอบถามให้ทางซีพีฯดูก่อนก็ได้นะคะ อย่าปล่อยไว้จนนาทีสุดท้ายค่ะ

อีกข่าวหนึ่งที่น่าสนใจจนคุณหมอวีซ่าต้องขอนำมาบอกต่อ ก็คือการขึ้นค่าวีซ่าของอิมมิเกรชั่น  ขึ้นกันแทบจะทุกๆ 2 เดือนเลยนะคะ  การขึ้นค่าวีซ่าในรอบนี้ขึ้นมาทั้งหมด 15 % แทบจะวีซ่าทุกประเภท ยกเว้นวีซ่านักเรียนที่ยังคงราคาอยู่ที่ $535 เหมือนเดิม   สำหรับน้องๆคนไหนที่อยากทราบเรื่องค่ายื่นวีซ่าวีซ่าตัวไหนราคาเท่าไร  สามารถตรวจจากเว๊ปอิมฯ www.immi.gov.au  เพื่อความชัวร์และป้องกันการยื่น application ที่ไม่สมบูรณ์ หรือ invalid application ค่ะ  และในฉบับหน้าคุณหมอวีซ่าจะขอนำเสนอวีซ่าที่กำลัง hot hit สุดๆในตอนนี้ก็คือ Training and Research Visa (sc 402) เพื่อเป็นโอกาสข้ามไปสู่วีซ่าทำงาน หรือพีอาร์ในอนาคตค่ะ  


My Future My CP

สวัสดีค่ะ น้องๆทุกคน  วันนี้คอลัมน์ My Future My CP   ขอนำเสนอมหาวิทยาลัย Charles Darwin University ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยเพียงแห่งเดียวในรัฐ Northern Territory  (หากใครนึกภาพรัฐนี้ไม่ออก ลองนึกถึง Uluru หรือจระเข้ดูสิคะ)  The Times Higher Education ได้จัดอันดับให้ CDU เป็นมหาวิทยาลัยที่ดีเป็นลำดับที่ 77 ใน 100 ในมหาวิทยาลัยที่ก่อตั้งขึ้นน้อยกว่า 50 ปี  (http://www.timeshighereducation.co.uk/world-university-rankings/2013/one-hundred-under-fifty)   ซึ่งปัจจุบันนี้ Charles Darwin University (CDU) ได้มาเปิดแคมปัสอยู่ที่ซิดนีย์แล้วค่ะ   ที่ตั้งของแคมปัสนั้นก็ตั้งอยู่ใจกลางเมืองซิดนีย์ ใกล้ทั้งสถานีรถไฟ Central Station, Paddy’s Market, China Town และอื่นๆ


CDU เปิดทำการสอนทั้งหมด 3 หลักสูตรด้วยกัน ได้แก่

Course  Fees $AUD per Year (2013) Duration Semester Intake CourseCode
Bachelor of Commerce 15290 3 Years March/ July/November BCOM
Bachelor of Accounting** 16080 3 Years March/ July/November BACC
Master of Business Administration 9600 1.5 years March / July/November MBAE

นอกจากนี้ค่าเรียนของ CDU ในแต่ละปีก็ไม่แพงเท่าที่ควร แถมหลักสูตรที่เลือกเรียนก็สามารถนำไปสมัคร Temporary Graduate Visa (sc485) ได้ในภายหลัง  (แต่อย่าลืมว่าต้องเรียนให้ครบ 2 ปีการศึกษา หรือไม่ก็ถือวีซ่านักเรียนตัวแรกหลังวันที่ 5 พฤศจิกายน 2011)
โดยเฉพาะในหลักสูตร MBA ที่ CDU นั้นไม่จำเป็นจะต้องมีประสบการณ์การทำงาน ขอเพียงแค่เรียนจบมาในสาขา business หรือสาขาที่เกี่ยวข้อง   ถ้าหากไม่ได้จบมาในสาขา business ก็สามารถที่จะไปสอบ GMAT (Graduate Management Admission Test ) เพื่อใช้สมัครเรียนต่อได้เช่นเดียวกันค่ะ  

สำหรับน้องๆคนไหนที่กำลังหาคอร์สเรียนดีๆ ราคาไม่แพง ในมหาวิทยาลัยที่มีคุณภาพติดอันดับโลก ต้องไม่พลาด CDU ค่ะ  สนใจสมัครหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สามารถโทรมาถามได้ที่ 02-92678522 หรือ education@cpinter.com.au ค่ะ

*********************************************************************************



คุณปิ๊ปจาก CP Inter พาเจ้าหน้าที่ Dept of Education คุณ Teresa Klose ผู้ดูแลนักเรียน high schools จากไทยไปอุดหนุนร้านไทย