“คุณหมอวีซ่า”

รูปภาพของฉัน
โดย Pip Panasbodi (MARN 9896337) ผู้เชี่ยวชาญด้านวีซ่าประจำ CP International Education & Migration Centre www.cpinter.com.au

วันศุกร์ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2557

Temporary Graduate visa (subclass 485) - วีซ่ายอดฮิตของนักเรียนออสเตรเลีย

สวัสดีค่ะผู้อ่านทุกท่าน  กลับมาเจอกันอีกครั้งกับคุณหมอวีซ่า  เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว คุณหมอวีซ่าได้มีโอกาสไปร่วมงาน Thailand Grand Festival ที่จัดโดยสถานกงสุลใหญ่ฯ ในวันงานคุณหมอวีซ่าและทีมงานก็ได้ไปช่วยขายน้ำแข็งไส  สนุกมากเลยค่ะ  ต่อให้แดดร้อนแค่ไหนก็ไม่หวั่น    ถือซะว่าไปช่วยเหลืองานชุมชนไทยในซิดนีย์นะคะ  เราเป็นคนไทยก็ควรที่จะช่วยเหลือกันค่ะ   
และแล้วก็ผ่าน 15 มีนาคม ซึ่งถือเป็นวันวัดเส้นตายของนักเรียนหลายๆคนนะคะ   น้องๆหลายๆคนก็ตัดสินใจที่จะสมัครวีซ่านักเรียนต่อ หรือวีซ่าทำงาน หรือวีซ่าแต่งงาน หรือแม้กระทั่งวีซ่า graduate  ตามแต่สะดวก  หลากหลายวีซ่าเลยนะคะ  หลายๆคนนะคะที่ต้องการจะสมัครวีซ่า graduate (sc485) แต่ว่าคุณสมบัติไม่ผ่าน เช่นสอบ IELTS ไม่ผ่าน หรือว่าสอบตกไป 1 วิชาทำให้จบไม่ทันวีซ่านักเรียนหมด และอีกหลายสาเหตุมากมาย   ในวันนี้คุณหมอวีซ่าจึงอยากจะเขียนเล่าเรื่องวีซ่า Graduate กันอีกรอบหนึ่ง เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับน้องๆที่ต้องการจะยื่นวีซ่าตัวนี้ต่อไป  โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่กำลังจะจบการศึกษาในเทอมแรก ปี 2014 ค่ะ   
Temporary Graduate visa (subclass 485) 
วีซ่า graduate เป็นวีซ่าที่แทบจะไม่มีคอนดิชั่นอะไรทั้งสิ้นเลยนะคะ  มีเพียงแค่ 1. มีประกันสุขภาพ และ 2. วีซ่านี้มีวันหมดอายุ และถือได้เพียงครั้งเดียวในชีวิต นอกเหนือจากนั้นน้องๆสามารถเรียน / ทำงาน / หาประสบการณ์เพิ่มเติมได้อย่างเต็มที่เลยค่ะ   

วีซ่าตัวนี้แบ่งได้เป็น 2 ประเภทหลักๆ คือ
Graduate Work stream ประเภท graduate work เป็นวีซ่า 485 ประเภทแรกที่ต่อให้น้องๆ นักเรียนไม่ว่าจะเดินทางเข้ามาในออสเตรเลียเมื่อไรก็ตาม สามารถที่จะสมัครวีซ่าตัวนี้ได้ ขอเพียงแค่เลือกเรียนในสาขาอาชีพที่อยู่ใน Skilled Occupation List (SOL)  เช่นวิศวะ แพทย์ พยาบาล ครู ไอที บัญชีและอื่นๆ  จริงอยู่ที่ว่าหลายๆอาชีพในตอนนี้เช่นบัญชี มีจำนวนบัณฑิตที่จบมากเกินความจำเป็นของท้องตลาด  แต่หลายๆรายงานก็ออกมาพิสูจน์กันนะคะว่าอาชีพเหล่านี้ยังเป็นที่ต้องการของตลาดจำนวนมาก  เพราะฉะนั้นน้องๆทั้งหลายที่กำลังอยากจะเรียนทางด้านสายทักษะเหล่านี้ ก็ไม่ต้องกลัวไปนะคะ  ถึงแม้น้องๆจะเรียนมาหลายต่อหลายดิพ แต่สุดท้ายแล้วตัดสินใจว่าอยากจะเรียนเพื่อหาโอกาสขอพีอาร์ต่อไป โดยไม่พึ่งพาแฟน  ก็ยังมีวีซ่าตัวนี้รองรับนะคะ  เพราะวีซ่า 485 ประเภท graduate work stream อนุญาตให้น้องๆสามารถอยู่ต่อในออสเตรเลียได้เป็นเวลา 18 เดือน  ซึ่งภายในเวลา 18 เดือนนี้ น้องๆสามารถใช้เวลานี้ในการสมัคร SkillSelect รอพีอาร์ต่อไป หรือจะหานายจ้างสปอนเซอร์ก็ได้เช่นเดียวกันค่ะ  


ส่วนในกรณีของน้องนักเรียนที่ตอนนี้อาจจะยังอยู่ที่เมืองไทย และไม่เคยมาออสเตรเลียมาก่อน  หรือมาแล้วแต่ตอนนี้ถือวีซ่าท่องเที่ยว วีซ่านักเรียนดิพและอื่นๆ  แล้วตัดสินใจจะสมัครวีซ่า graduate ในอนาคตต่อไป   ถ้าหากน้องๆถือวีซ่านักเรียนตัวแรกหลังจากวันที่ 5 พฤศจิกายน 2011 และไม่ว่าน้องๆนักเรียนจะเลือกมาเรียนในระดับปริญญาตรี ปริญญาโท หรือปริญญาเอก  ถ้าหากเรียนครบ 2 ปีการศึกษา ก็สามารถที่จะขอวีซ่า 485 อยู่ต่อภายใต้ Post-Study Work stream ได้เป็นเวลา 2 – 4 ปี ตามแต่ระดับการศึกษาที่เราเลือกเรียนนะคะ  ตัวอย่างเช่นเรียนปริญญาโท coursework 2 ปี ก็จะสามารถอยู่ต่อได้ 2 ปี  ซึ่งสาขาวิชาที่เรียนไม่ได้มีการระบุว่าจะต้องอยู่ใน SOL List เหมือนกับ Graduate Work stream   หมายความว่าเราไม่จำเป็นต้องเลือกอาชีพค่ะ

แต่คุณหมอวีซ่าอยากแนะนำน้องๆไว้ตรงนี้นะคะ  ถ้าหากใครอยากจะสมัครพีอาร์ต่อไปในอนาคต  ควรจะเลือกเรียนสาขาวิชาที่อยู่ใน SOL List  เช่นพยาบาล ไอที หรือวิศวะ เพื่อสมัคร SkillSelect และพีอาร์ต่อไป  เพราะถ้าหากน้องๆตัดสินใจอยากจะเรียนสาย hospitality แต่แล้วอยากจะยื่นพีอาร์ต่อไปในอนาคต ก็อาจจะต้องกลับไปเรียนใหม่ในอาชีพที่อยู่ใน SOL List นะคะ  เพราะไม่ฉะนั้นแล้วก็เหมือนเราเสียเวลาไปเปล่าๆค่ะ    ถ้าหากจุดประสงค์ของน้องๆคือพีอาร์ต่อไปในอนาคต  เราก็จำเป็นที่ควรจะวางแผนเส้นทางการเรียน ตลอดจนอาชีพของเราตั้งแต่วันนี้นะคะ  เพราะฉะนั้นเพื่อความชัวร์ สามารถเข้ามาปรึกษาพี่ๆ ซีพี ได้ทุกสาขาเลยนะคะ  

ไหนๆ ก็พูดถึงเรื่องวีซ่าตัวนี้แล้ว  ก็ขอพูดถึงเรื่องสำคัญที่น้องๆนักเรียนส่วนใหญ่มักจะพากันละเลย  โดยเฉพาะในเรื่องของ IELTS ถ้าหากน้องๆ คนไหนรู้แล้วว่าตัวเองต้องการจะยื่นวีซ่าตัวนี้ต่อไปในอนาคต  ก็ควรจะไปเตรียมตัวฝึก IELTS แต่เนิ่นๆนะคะ  บางคนมองว่าเดี๋ยวก็ได้ IELTS 6 ซึ่งบางครั้งเราทิ้งไว้จนนาทีสุดท้าย  ก็อาจจะทำให้พลาดโอกาสดีๆไปนะคะ  เพราะฉะนั้นตอนนี้ถ้าหากมีเวลา ก็ไปสอบ IELTS รอไว้ดีที่สุดค่ะ  นอกจากนี้เอกสารอื่นๆ เช่นใบรับรองความประพฤติทั้งของไทยและออสเตรเลียเป็นต้น หรือสูติบัตร ใบเปลี่ยนชื่อ – นามสกุล ก็นำมาแปลให้เรียบร้อย จะได้ไม่เป็นการเสียเวลานะคะ   เคยมีน้องนักเรียนมาปรึกษาคุณหมอวีซ่า ว่าอยากจะยื่นวีซ่าตัวนี้ แต่ว่าวิชาที่เรียนมานั้นไม่ตรงกับอาชีพที่ต้องการจะยื่น เช่นเรียนมาทางด้าน Marketing แต่อยากจะยื่นทางด้านไอที  อันนี้ก็ต้องอาศัยพิสูจน์ Relevancy Test ดูว่าวิชาที่เราเรียนมาตรงกับอาชีพที่เราต้องการจะประเมินอย่างไร  หรืออย่างอาชีพพยาบาล  น้องๆหลายคนจบพยาบาลมาจากเมืองไทย แล้วพอมาถึงจะมาลงเรียนปริญญาโทเพื่อขอพีอาร์  ตรงนี้ก็ไม่ได้นะคะ  เพราะถ้าหากอยากจะประเมินคุณวุฒิผ่าน จะต้องเรียนจบในระดับปริญญาตรีเท่านั้นค่ะ   แต่จะว่าไปแล้ว  ถ้าหากน้องๆคนไหนมีความรู้ ความสามารถ คุณหมอวีซ่าก็อยากจะเชียร์ให้ลงเรียนในสายวิทยาศาสตร์นะคะ ไม่ว่าจะเป็นพยาบาล หรือแพทย์ เพราะเป็นอาชีพที่ทางออสเตรเลียขาดแคลน และเพดานอาชีพนั้นไม่มีทางเต็มแน่นอนค่ะ  หรือถ้าหากไม่เชี่ยวชาญทางด้านสายวิทย์ ก็อาจจะลองพิจารณาสายครูก็เป็นได้   แต่จำเป็นจะต้องลงเรียนในคอร์สที่ได้รับการรับรองจากหน่วยงาน Australia Institute for Teaching and School Leadership  ถึงจะประเมินผ่าน  สำหรับหลักสูตรไหนที่ได้รับการรับรอง สามารถโทรมาสอบถามได้ที่ซีพีโดยตรงเลยนะคะ  

สำหรับใครที่ต้องการอ่านข้อมูลเพิ่มเติม สามารถเข้าไปได้ที่  http://www.immi.gov.au/Visas/Pages/485.aspx หรือ    http://www.immi.gov.au/skilled/general-skilled-migration/pdf/sol.pdf  สำหรับรายละเอียด SOL List   นะคะ 


สำหรับวันนี้ขอลาไปด้วยภาพสวยๆจากวันงาน Thailand Grand Festival นะคะ...  สวัสดีค่ะ  



วันพุธที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2557

ต้อนรับเดือนมีนาคมด้วยความน่ายินดีของ Partner Visa

สวัสดีค่ะผู้อ่านทุกท่าน  เวลาช่างผ่านไปรวดเร็วจริงๆนะคะ เผลอแป๊บๆ ก็เข้าสู่เดือนมีนาคมแล้ว ถ้าจะว่ากันตามภาษาฝรั่งก็ ‘the first quarter of the year nearly slips us by’ ซะละ แต่การเมืองบ้านเราก็ยังไม่สงบสักที ผลัดมานานตั้งแต่  shut down กรุงเทพฯเมื่อ 13 มกราคม 2014 จนทุกวันนี้ ชาวต่างชาติก็ยังไม่ค่อยกล้าไปเที่ยวเมืองไทยกัน ส่งผลต่อธุรกิจในสาขาต่างๆของชาวไทยเป็นอย่างมาก ไม่เฉพาะแต่ธุรกิจสายตรงการท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว หากแต่การโรงแรม คนนาคม ร้านค้า ร้านอาหาร ต่างก็ได้รับผลกระทบตามๆกันไปโดยทั่วหน้า อย่างน่าเสียดายนะคะ ทั้งๆที่เมืองไทยได้เคยครองตำแหน่งแหล่งการท่องเที่ยวอันดับต้นๆของชาวโลกด้วยดีมาตลอด เห็นกระแสข่าวว่า 27  มีนาคมนี้จะจบแน่ ก็ต้องรอดูกันต่อไปนะคะ แต่ช่วงนี้คุณหมอวีซ่าได้กลับมาประจำการอยู่ที่ซิดนีย์แล้ว  เพราฉะนั้นน้องๆคนไหนที่อยากจะนัดมาเจอคุณหมอวีซ่า ก็สามารถโทรเข้ามาได้นัดเลยนะคะที่เบอร์ +61 2 9267 8522

ที่ CP Sydney ช่วงนี้พวกเราทุกคนงานยุ่งมาก เพราะเดือนมีนาคมนี้   เป็นเดือนหัวเลี้ยวหัวต่อของน้องๆนักเรียนนักศึกษาส่วนใหญ่  เพราะส่วนมากวีซ่านักเรียนจะหมดกันในวันที่ 15 มีนาคมนี้ สำหรับน้องๆที่ยังไม่ได้วางแผนอะไร ก็ควรจะต้องรีบคิดแล้วละค่ะ ว่าอยากทำอะไรต่อไป  จะอยู่เรียนต่อ ขอวีซ่าทำงาน วีซ่า graduate หรือขอวีซ่าแต่งงาน ขอให้รีบยื่นวีซ่าโดยด่วน  หรือเพื่อความชัวร์ก็สามารถมาติดต่อซีพีฯได้เช่นเดียวกัน  รีบหน่อยนะคะ เหลือเวลาอีกแค่อาทิตย์เดียวแล้วค่ะ 

วันนี้คุณหมอวีซ่าเลยขอฤกษ์ดี เล่าเรื่องความสำเร็จของลูกค้ากันดีกว่า  เปิดมาปีใหม่ วีซ่าก็ผ่านกันแทบจะทุกวันเลยค่ะ  โดยเฉพาะในวีซ่า partner ตาม processing time บอกว่าต้องรอ 13 เดือน  แต่บางคู่ก็แสนจะรวดเร็ว รอเพียงแค่ 6 – 8 เดือน วีซ่าก็ผ่านแล้ว  ของอย่างนี้ก็ขึ้นอยู่กับเอกสารที่แนบไปนะคะ  ถ้าส่วนใหญ่เอกสารครบถ้วนตามที่อิมมิเกรชั่นกำหนด โอกาสที่วีซ่าจะผ่านไวก็เพิ่มมากขึ้นค่ะ   

ขอเริ่มแรกที่น้องเอก่อนเลยนะคะ  น้องเอนั้นได้ยื่นวีซ่า de-facto ไปกับแฟนเมื่อปีที่แล้ว  น้องเอกับแฟนนั้นเป็นเพศหญิงเดียวกัน แต่ติดที่แฟนน้องเอนั้นเคยแต่งงานและอยู่กินกับผู้ชายมาก่อน  หลังจากที่แฟนน้องเอเลิกกับผู้ชายคนนั้นแล้ว  ก็ได้มาพบรักกับน้องเอ จนตัดสินใจอยู่ด้วยกันและยื่นวีซ่า de-facto  ใครๆ พอเห็นเคสอย่างนี้ก็คงคิดว่าจะต้องยากแน่เลย  เปลี่ยนจากต่างเพศมาเป็นเพศเดียวกัน อิมฯจะเชื่อได้อย่างไร  แต่ก็เพราะการเตรียมพร้อมของเอกสารที่เรายื่นไป รวมทั้งเรื่องราวต่างๆ  กอปรกับน้องเอนั้นก็เป็นเด็กเรียนดี  ไม่เคยทำตัวผิดกฎวีซ่าใดๆ   ในท้ายที่สุดแล้วก็ได้เทมป์ TR sc820 มาเป็นที่เรียบร้อย  ปัจจุบันก็ไม่จำเป็นต้องไปเรียนหนังสือ  สามารถทำงานได้เต็มเวลา และได้สิทธิเรียนภาษาอังกฤษฟรีด้วย  

เคสที่สองก็คล้ายๆกับน้องเอเลยค่ะ  เอาเป็นว่าชื่อ น้องบี (นามสมมุติ)  ได้เข้ามาปรึกษาคุณหมอวีซ่าพร้อมแฟนว่าอยากจะยื่นวีซ่าแต่งงาน  ตอนที่เข้ามาปรึกษานั้นก็แทบจะไม่มีเอกสารอะไรเลย  ซึ่งคุณหมอวีซ่าก็ได้แนะนำแนวทางในการเก็บเอกสารให้  ซึ่งทั้งน้องบีและแฟนสุดท้ายก็ตัดสินใจจดทะเบียนร่วมกันเป็นสามี-ภรรยา  ประเด็นมันอยู่ที่ว่าแฟนของน้องบีนั้นได้รับพีอาร์มาจากการยื่นวีซ่า de-facto กับเพศเดียวกันเมื่อหลายปีที่แล้ว   แต่ปัจจุบันได้เลิกรากันไปแล้วต้องการจะสปอนเซอร์น้องบีเป็นพีอาร์ อยู่ครองรักกันที่ออสเตรเลียตลอดไป    ตามกฎแล้ว การสปอนเซอร์ครั้งนี้ของภรรยาน้องบีจะเท่ากับเป็นการสปอนเซอร์ครั้งสุดท้าย  เพราะกฎหมายอนุญาตให้สปอนเซอร์ได้เพียงแค่ 2 ครั้งในชีวิต  ในกรณีของแฟนน้องบีนั้นได้รับการสปอนเซอร์มาก่อน ก็นับเป็น 1 ครั้ง  และจะสปอนเซอร์สามีต่อ ก็นับเป็นครั้งที่ 2 หรือครั้งสุดท้ายแล้ว   หลังจากที่จดทะเบียนสมรสกันก็ยื่นวีซ่าแต่งงานเข้าไปทันที  หลังจากที่รอเวลามา 1 ปี ในที่สุดน้องบีก็ได้วีซ่าเทมป์  TR ครองรักกันอย่างมีความสุขกับภรรยาในออสเตรเลีย

เคสสุดท้ายที่คุณหมอวีซ่าอยากจะบอกกล่าวก็เป็นเรื่องของน้องซี (นามสมมุติ) กับสามี  เคสนี้น่าสนใจมากนะคะ เพราะตอนที่น้องซีเข้ามาปรึกษากับทีมงานของคุณหมอวีซ่านั้น น้องซีและแฟนได้เข้ามาปรึกษาในการยื่นวีซ่าแต่งงาน แต่ติดที่ว่าแฟนของน้องซีนั้นเคยสปอนเซอร์อีกคนมาก่อน   ตามกฎแล้วเราสามารถที่จะสปอนเซอร์อีกคนได้ ต้องผ่านพ้น 5 ปีไปก่อน ถึงจะสปอนเซอร์อีกครั้งได้  สามีของน้องซีเพิ่งจะสปอนเซอร์อีกคนไปเมื่อประมาณ 2 ปีที่แล้ว มาในฐานะวีซ่าคู่หมั้น  อยู่ไปอยู่มาผู้หญิงก็หนีหายกลับไทยไป  สามีน้องซีนั้นก็ใช้เวลาพอสมควรในการปรับตัว  เพราะมัวแต่เศร้าเสียใจ ไม่ทราบสาเหตุว่าทำไมอยู่ดีๆ ผู้หญิงถึงทิ้งไป  เวลาผ่านมาสักพักโชคชะตาก็นำพาให้น้องซีได้มาเจอกับสามี  ทั้งสองฝ่ายก็ได้จดทะเบียนสมรสกันเป็นที่เรียบร้อย แต่ติดตรงที่ยังไม่ครบระยะเวลา 5 ปีที่จะสปอนเซอร์ใหม่ได้   คุณหมอวีซ่าพอเห็นเคสนี้แล้วก็เกิดความสงสาร เพราะไม่ใช่ความผิดของสปอนเซอร์เลยที่อยู่ดีๆ ผู้หญิงคนก่อนจะหนีหายไป  คุณหมอวีซ่าเลยช่วยเขียน submission อ้างข้อกฎหมาย และเขียนขอความเห็นใจจากเจ้าหน้าที่ให้ช่วยพิจารณาอนุมัติวีซ่าให้คู่รักนี้ด้วย  โดยอ้างเหตุผลที่น่าเห็นใจ หรือที่เรียกว่า compelling reasons ในการขอยกเว้น 5 ปี exclusion period ตรงนี้ให้กับสปอนเซอร์  รอไม่กี่เดือนน้องซีและสามีก็ได้รับข่าวดี ว่าวีซ่าของน้องซีนั้นผ่านเป็นที่เรียบร้อย  เป็นเรื่องที่น่ายินดีจริงๆค่ะ


ส่วนน้องๆคนไหนที่อยากจะประสบความสำเร็จเหมือนคู่รักทั้ง 3 คู่นี้ก็สามารถเข้ามาติดต่อได้ที่ซีพีฯ ทุกสาขาเลยนะคะ  โทร 02-9267-8522 ค่ะ  และก่อนจะจากกันไปอย่าลืมไปร่วมงาน Thailand Grand Festival ในวันที่ 8 – 9 มีนาคม ซึ่งจัดโดยสถานกงสุลใหญ่ ซิดนีย์ ที่ Tumbalong Park ตรง Darling Harbour นะคะ  สำหรับวันนี้เขียนสั้นมาก เพราะกลับถึงซิดนีย์มีงานต้องเคลียร์เยอะมาก คุณหมอวีซ่าขอลาไปก่อนนะคะ สวัสดีค่ะ 



Khun Pip from CP Inter with Prof. William Purcell at the UTS function on 5 March, 2014.



 Khun Keng - now a PROUD Australian citizen - thanks to CP Inter..