“คุณหมอวีซ่า”

รูปภาพของฉัน
โดย Pip Panasbodi (MARN 9896337) ผู้เชี่ยวชาญด้านวีซ่าประจำ CP International Education & Migration Centre www.cpinter.com.au

วันจันทร์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

อยู่เป็นผี วีซ่าคู่ครองไม่ง่ายอีกแล้วตั้งแต่ 1 July 2014 อิมฯเปลี่ยนแปลงกฎยื่นวีซ่า partner ที่ออสเตรเลียใหม่

สวัสดีจากกรุงเทพฯค่ะ  ช่วงนี้สถานการณ์โลกไม่ค่อยดีเลย  เครื่องบินมาเลเซีย MH 17 ก็โดนกลุ่มแบ่งแยกดินแดน Donetsk ซึ่งเป็นเมืองหนึ่งในยูเครนยิงจนเครื่องตก ทำให้ผู้โดยสารทั้งลำเสียชีวิตหมด  ช่างเป็นเรื่องที่น่าสลดใจจริงๆค่ะ โดยเฉพาะผู้เสียชีวิตประกอบไปด้วย professors กับคุณหมอผู้ทรงคุณวุฒิตั้งหลายท่านที่ทำประโยชน์ให้กับสังคมมากมาย มีรุ่นน้องที่เป็นแพทย์ที่เดินทางไปประชุมโรคเอดส์ที่กรุงเมลเบิร์นแจ้งว่า อาจารย์หมอจาก Netherland ที่ให้ทุนสนับสนุนสภาโรคเอดส์แห่งประเทศไทยนั่งมากับลำนี้ด้วย เสียดายสุดๆกับชีวิตคุณภาพที่ต้องจากโลกนี้ไปอย่างไม่ทันรู้ตัวเลย   คุณหมอวีซ่าขออธิษฐานเผื่อดวงวิญญาณทุกดวงให้ไปสู่สุขตินะคะ

ผ่านมาเพียงแค่ 3 อาทิตย์หลังเริ่มปีภาษีใหม่ 1 July 2014 ดูเหมือนอิมมิเกรชั่นจะนิ่งไม่มีการเปลี่ยนแปลงกฎใดๆ  แต่หารู้ไม่ว่าอิมฯสมัยนี้ทำการเปลี่ยนแปลงกฎหมายกันโดยไม่บอกไม่กล่าวกันล่วงหน้าเลยนะคะ ครั้งนี้เกี่ยวกับการยื่นวีซ่าคู่ครองในออสเตรเลียสำหรับผู้ที่เป็นผีทั้งหลาย ทั้งๆที่การเปลี่ยนนโยบายการยื่นวีซ่าคู่ครองภายในออสเตรเลียสำหรับผู้ที่ไม่มีวีซ่าอยู่นั้นถือเป็นเรื่องใหญ่พอควร จากที่คุณหมอวีซ่าเคยช่วยเหลือลูกค้าหลายต่อหลายคู่ให้ได้อาศัยอยู่อย่างถาวรในออสเตรเลียทั้งๆที่ฝ่ายหนึ่งไม่มีวีซ่าและเคยชินกับเงื่อนไขเก่าที่คู่รักเคยอยู่กินกันมาครบ 2 ปี หรือหนึ่งปีมีลูกด้วยกันที่ประกาศใช้มาตั้งแต่กันยาฯ คศ 2009 นั้น ก็ปรากฎว่าเปลี่ยนนโยบายอีกแล้วนะคะ จึงอยากนำมาบอกกล่าวในฉบับนี้ให้กระจ่าง เผื่อใครเข้าข่ายไม่เข้าข่ายก็จะได้เตรียมตัวกันถูกนะคะ
เอาฉบับภาษาอังกฤษตาม Policy Advice Manual หรือที่เรียกว่า PAM3 ที่คัดมาให้อ่านคร่าวๆไปก่อนดังนี้นะคะ :
 8.7 Other unlawful ​non-citizens
Clause 820.211(2)(d)(ii), the ‘compelling reasons’ provision, allows certain persons who are unlawful in Australia to regularise their status if compelling reasons exist.
The Migration Regulations do not prescribe the circumstances that need to be considered when assessing whether or not ‘compelling reasons’ exist to not apply Schedule 3 criteria 3001, 3003 and 3004. As such, officers should consider circumstances on a case by case basis.
In doing so, however, officers should be mindful that the intent of the waiver provisions is to allow persons whose circumstances are genuinely compelling to regularise their status. The provisions are not intended to give, or be perceived to give, an unfair advantage to persons who:
·         fail to comply with their visa conditions or
·         deliberately manipulate their circumstances to give rise to compelling reasons or
·         an leave Australia and apply for aan leave Australia and apply for a Partner visa outside Australia.
An example of where the circumstances may not be compelling to waive the Schedule 3 requirements may be where an applicant has remained unlawful for a number of years, made little or no effort to regularise their status and claims compelling circumstances on the basis of a long term relationship with their sponsoring partner and/or hardship caused by separation if they were to apply outside Australia for the visa.
With the intent of the waiver provisions in mind, it is generally reasonable to expect that compelling reasons to exercise the waiver provision exist where an applicant’s circumstances happened beyond their control. That is, circumstances beyond the applicant’s control had led them to become unlawful and/or prevented them from regularising their status through means other than the Partner visa application for which they seek the waiver.
For example, in the scenario given earlier, it is reasonable to accept that compelling circumstances exist to waive the Schedule 3 criteria if, for reasons beyond the applicant’s control - such as severe illness or incapacity - the applicant was prevented from regularising their status in the years they had been unlawful.
As a general rule, the existence of a genuine spouse or de facto relationship between the applicant and sponsoring partner, and/or the hardship suffered from the separation if the applicant were to leave, and apply for the visa, outside Australia are not, in themselves, compelling reasons not to apply the Schedule 3 criteria. This is because a genuine relationship forms the basis of all Partner visa applications, and hardship caused by separation, whilst it differs in degree from one case to another, is common in the Partner visa caseload, particularly in the offshore context where partners may be separated for extended periods during visa processing.
Policy intends that the waiver provision should not be applied where it is reasonable to expect the applicant to leave Australia and apply outside Australia for a Partner visa. This not only ensures fairness and equity to other applicants and discourages deliberate non-compliance, but also preserves the integrity of the Partner visa program in general and the waiver provisions in specific.
 (Source: The Procedures Advice Manual III (PAM 3) as of 1 July, 2014)
หลายๆคน อาจได้รับผลประโยชน์จากการที่เคยยื่นวีซ่าคู่ครองภายในประเทศออสเตรเลียได้ทั้งๆที่ไม่มีวีซ่าอยู่อย่างถูกต้องตามกฎหมายจากนโยบายที่ทางอิมมิเกรชั่นเคยประกาศใช้มาตั้งแต่ครั้งเมื่อวันที่ 14 กันยายน คศ 2009 โดยท่านรัฐมนตรีกระทรวงตรวจคนเข้าเมืองฯในสมัยนั้นได้ออกประกาศอนุมัติให้ผู้ที่ไม่มีวีซ่าอยู่อย่างถูกต้องในออสเตรเลีย สามารถยื่นวีซ่า Partner ในออสเตรเลียได้หากมีความสัมพันธ์การกินอยู่ฉันท์สามี – ภรรยาครบ 2 ปี ขึ้นไป หรือ 1 ปี + มีลูกด้วยกัน    นับจากนั้นเป็นต้นมา ก็ทำให้ผู้ที่ไม่มีวีซ่ามีกำลังใจ และกล้าที่จะยื่นวีซ่า partner กับคู่ครองกันมากขึ้น  ซึ่งทางอิมมิเกรชั่นก็ออกวีซ่าให้อย่างไม่มีปัญหาใดๆ ผ่านมาหลายต่อหลายเคสแล้ว เนื่องจากมีความเห็นอกเห็นใจไม่อยากให้คู่รัก คู่ครองต้องพลัดพรากจากกัน โดยไม่จำเป็นต้องกลับไปรอที่ไทย   หลายๆคนก็มีเหตุจำเป็นต่างกันไปที่ทำให้ตัวเองนั้นต้องหลบหนีวีซ่าอยู่อย่างไม่สบายใจ จะด้วยเหตุผลมีลูก มีสามี-ภรรยาที่ต้องคอยดูแลหรืออื่นๆ  เป็นต้น

  แต่นับแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2014 ที่ผ่านมา  ทางอิมมิเกรชั่นก็ได้ออกกฎใหม่ขึ้นมาอีกครั้ง ว่านับต่อไปนี้ผู้ที่ไม่มีวีซ่าอยู่อย่างถูกต้องในออสเตรเลีย หากจะอยากยื่นวีซ่า partner ในออสเตรเลียไม่สามารถทำได้อีกต่อไป  เว้นแต่ว่ามีเหตุผลหรือเหตุจำเป็น (Compelling Reasons beyond control) ที่ตัวผู้สมัครไม่สามารถที่จะควบคุมได้   กล่าวคือถ้าหากต่อไปนี้ผู้ยื่นจะใช้เหตุผลว่ามีความสัมพันธ์กับแฟนที่เป็น PR หรือ citizen มาครบ 2 ปี หรือ 1 ปีมีลูกด้วยกัน และต้องการขอยื่นวีซ่าในออสเตรเลียโดยไม่กลับไทยไปยื่น  วีซ่าก็อาจจะโดนปฏิเสธได้อย่างง่ายๆ เพราะถือว่ามีเหตุจำเป็นไม่เพียงพอที่จะขออยู่ยื่นในออสเตรเลีย หรือในบางคู่ที่บอกว่าถ้าหากแฟน หรือคู่ชีวิตจำเป็นต้องกลับไทย  ครอบครัวของตนก็จะประสบปัญหาความยากลำบากเรื่องเงินทอง ค่าเลี้ยงดู  ไม่มีอีกคนคอยดูแลช่วยเหลือเรื่องค่าใช้จ่าย หรือจะต้องทนทุกข์จากการแยกกันอยู่ กินไม่ได้นอนไม่หลับ สารพัดเหตุผล ซึ่งทางอิมมิเกรชั่นก็บอกว่าต่อไปนี้ ผู้สมัครทั้งหลายไม่สามารถใช้เหตุผลทำนองนี้มาอ้างได้อีกต่อไปแล้ว  เพราะจะว่าไปแล้ว  ถ้าหากต้องกลับไทย เหตุการณ์ที่ต้องแยกกันอยู่กับสปอนเซอร์ก็ถือเป็นเรื่องปกติ  ที่ผู้สมัครวีซ่า partner มาจากเมืองไทยก็ประสบปัญหาอย่างเดียวกันเช่นกันอยู่แล้ว

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่ได้หมายความว่าอิมมิเกรชั่นจะไม่อนุญาตให้ผู้ที่ไม่มีวีซ่ายื่นในออสเตรเลียได้อีกต่อไปนะคะ  เว้นแต่ว่ามีเหตุจำเป็นเกินกว่าที่ตัวผู้สมัครจะควบคุมได้ ทำให้ต้องยื่นวีซ่าที่นี่โดยไม่กลับไทยไปยื่น   ซึ่งในแต่ละเคสก็จะได้รับการพิจารณาเป็นเคสๆไป  เช่นตัวผู้สมัครป่วยหนัก เดินทางไม่ได้ หรือท้องแก่ใกล้คลอด  ซึ่งอิมมิเกรชั่นเองก็มีกฎในการพิจารณา ไม่ว่าจะเป็น  
-          เคยมีประวัติโดนปฏิเสธวีซ่า / หรือโดนยกเลิกวีซ่ามาก่อนหรือเปล่า
-          ไม่มีวีซ่ามาแล้วกี่ปี
-          เหตุผลว่าทำไมถึงไม่มีวีซ่า และทำไมถึงไม่พยายามทำเรื่องให้อยู่ถูกต้องในออสเตรเลีย  หรือเคยยื่นวีซ่าประเภทอื่นนอกเหนือจากวีซ่าแต่งงานหรือเปล่า

จะว่าไปแล้วการที่อิมมิเกรชั่นออกกฎหมายใหม่ตัวนี้ขึ้นมาก็เพื่อต้องการให้ทุกคนอยู่อย่างถูกต้องตามกฎหมายในออสเตรเลีย   การที่คนส่วนใหญ่อาศัยวีซ่าเข้ามาอยู่ในออสเตรเลีย ไม่ว่าจะเป็นวีซ่านักเรียน วีซ่าท่องเที่ยว หรือวีซ่าอะไรก็ตามแล้วตัดสินใจโดดวีซ่า หรือไม่ปฏิบัติตามกฎของวีซ่านั้นๆ ก็เท่ากับเป็นการ abuse หรือเอาเปรียบใช้ประโยชน์ระบบวีซ่าของออสเตรเลียไปในทางที่ผิดๆ ด้วยสาเหตุนี้จึงทำให้อิมมิเกรชั่นและรัฐบาลออสเตรเลียออกมาตรการนี้ขึ้นมาใหม่เพื่อการควบคุมที่เข้มงวดขึ้น

          ท่านผู้อ่านทั้งหลายที่ได้อ่านบทความนี้ก็อย่าเพิ่งเสียใจหรือตกใจกันไปนะคะ  สำหรับผู้ที่ต้องการจะยื่นวีซ่า partner และยังมีวีซ่าอยู่อย่างถูกต้องในออสเตรเลียก็ยังสามารถยื่นวีซ่าที่นี่ได้เหมือนเดิม  หรือท่านใดที่กำลังประสบปัญหาไม่ว่าจะเป็นเรื่องวีซ่านักเรียนกำลังจะโดนแคนเซิลหรืออะไรก็ตาม  ก็ขอให้รีบจัดการให้ถูกต้อง อย่าปล่อยให้ตัวเองโดนยกเลิก  พอถึงเวลาอยากจะยื่นวีซ่า partner จริงๆ ก็อาจจะต้องกลับไปยื่นที่ไทย  แต่จะว่าไปแล้วการยื่นที่ไทยก็ไม่ได้เลวร้ายเสมอไปนะคะ  ไม่ว่าจะเป็นด้วยค่าวีซ่าที่ถูกกว่า แถมระยะเวลาในการรอวีซ่าก็ไวกว่า  ระหว่างรอก็สามารถขอวีซ่าท่องเที่ยวกลับมาเยี่ยมแฟนที่ออสเตรเลียได้  แถมยังได้กลับไปเยี่ยมคุณพ่อคุณแม่ที่เมืองไทยอีก  ส่วนใครที่คิดว่าตัวเองนั้นมีเหตุจำเป็นเพียงพอที่จะยื่นวีซ่าในออสเตรเลียได้  เพื่อความชัวร์ สามารถโทรเข้ามาสอบถามได้ที่ซีพี ฯ ทุกสาขาเลยค่ะ  เนื่องจากการเขียน compelling reasons หรือเหตุผลที่น่าเห็นใจที่ขอให้อิมมิเกรชั่นอนุมัติให้ยื่นวีซ่าที่ออสเตรเลียได้โดยไม่ต้องกลับไปยื่นที่ไทยนั้นก็จะแตกต่างกันไปตามแต่เหตุการณ์และกรณีของแต่ละผู้สมัคร อันนี้คุณหมอวีซ่าเองก็ต้องคุยถามรายละเอียดถึงจะตอบได้ว่าสามารถยื่นได้ไหมนะคะ ในกรณีที่ประเมินแล้ว เหตุผลพอเขียนกันได้ ก็จะช่วยเต็มที่สมตามฉายานาม “คุณหมอวีซ่า อยู่แล้วค่ะ
         

          สำหรับวันนี้คุณหมอวีซ่าขอลาไปก่อนนะคะ  

เมื่อวันที่9 กรกฎาคมที่ผ่านมาเป็นวันคล้ายวันเกิดครบ60ปีของคุณหมอวีซ่าหรือคุณปิ๊ปค่ะ ทีมงานที่กรุงเทพHappy Birthdayกันค่ะ

พร้อมด้วยคุณAndrew Biggsด้วยค่ะ



วันพุธที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

Update 1st July Changes – กฎใหม่ ข่าวใหม่กับอิมมิเกรชั่น


            สวัสดีค่ะ กลับมาพบกับคุณหมอวีซ่ากันอีกครั้งนะคะ  ได้ข่าวมาว่าปีนี้ที่ออสเตรเลียอากาศหนาวมากเป็นพิเศษ คนไทยก็เลยถือโอกาสไปลิ้มรสท่องเที่ยวเมืองหนาวใส่เสื้อผ้าแฟชั่นหน้าหนาวอวดโชว์กันให้โก้หรู แต่ส่วนคุณหมอวีซ่ากลับหนีหนาวมาอยู่เมืองไทยในช่วงนี้ บังเอิญตรงกับ season การจัดงานศึกษาต่อออสเตรเลียประจำปีของ CP Inter ที่โรงแรมปทุมวัน ปรินซ์เซส เพิ่งผ่านไปสดๆร้อนๆเมื่อวันเสาร์ที่ 5 July 2014 ที่ผ่านมานี่เอง พิธีเปิดงานโดยท่านทูตพาณิชย์ AustralianTrade Commissioner to Thailand, Mr Ben Giles จากสถานทูตออสเตรเลีย ดีใจที่งานประสบความสำเร็จมาก มีคนเข้างานนับพันรวมผู้ปกครองน้องๆให้ความสนใจกับการศึกษาต่อที่ประเทศออสเตรเลียกันมาก ในงานยังมีเจ้าหน้าที่สถานทูตยกทีมมาร่วมงานและให้สัมมนาเรื่องทุนการศึกษา และดาราคนดังคุณ Andrew Biggs ก็มาให้ Talk Show ในหัวข้อความสำคัญของภาษาอังกฤษ VS Global Citizens ซึ่งเป็น topic ยอดฮิตทันยุค ผู้ฟังได้รับ entertainment พร้อมข้อมูลไปมากมาย คุณหมอวีซ่าเองในฐานะผู้เชี่ยวชาญเรื่องวีซ่าเข้าออสเตรเลีย ก็เลย  Talk Show เรื่องวีซ่าทำงานประเภทต่างๆที่นักศึกษาสามารถยื่นต่อที่ออสเตรเลียได้หลังเรียนจบที่นี่ ทุกคนทำงานจนเหนื่อย แต่ก็มีความสุขมากที่มีโอกาสให้ข้อมูลที่ถูกต้อง วางแผนอนาคตให้กับน้องๆเด็กๆทุกคนที่มาร่วมงาน    
    
          และแล้วก็ผ่านพ้นช่วง End of financial year หรือที่มีตัวย่อว่า EOFY หรือสิ้นปีภาษีของออสเตรเลียไปหมาดๆ โดยปกติแล้ว ประเทศออสเตรเลียจะมีปีภาษีที่ต่างออกไปจากปีธรรมดา ซึ่งปีภาษีของออสเตรเลียจะเริ่มในวันที่ 1 กรกฎาคม ของทุกปี และจบลงในวันที่ 30 มิถุนายนของปีถัดไป  (ตัวอย่างเช่น 1 กรกฎาคม 2014 – 30 มิถุนายน 2015)  ซึ่งในช่วงนี้ละค่ะ  ที่บรรดาร้านค้าจะมีนโยบายลดราคากันกระหน่ำ และเป็นช่วงที่คึกคักมากโดยเฉพาะสำหรับคนทำงาน เพราะเป็นช่วงขอ Tax refund (ขอภาษีคืน) ได้เงินไปจับจับจ่ายใช้สอยเพิ่มเติม แต่บางคนที่โชคร้ายหน่อยก็อาจต้องจ่ายภาษีคืนให้กับทาง ATO (Australian Taxation Office)  อันนี้เป็นเพียงเกร็ดเล็กๆน้อยๆเกี่ยวกับชีวิตในประเทศออสเตรเลียนะคะ    

          และเป็นประจำของทุกปี หลังวันที่ 1 กรกฎาคม ทางอิมมิเกรชั่นมักจะออกกฎการเปลี่ยนแปลงต่างๆอยู่เสมอ  และปีนี้ก็เช่นเดียวกัน  อย่างที่ทราบกันไปในฉบับที่แล้วว่าทางอิมมิเกรชั่นได้เพิ่ม 3 อาชีพใหม่ (chef, bricklayers และ floor tilers) เข้าไปใน SOL List หรือลิสต์อาชีพพีอาร์นั่นเอง  นอกจากนี้ก็ยังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงใหญ่ๆนะคะ  ค่าวีซ่าก็ยังไม่ขึ้น  (ข่าวดีจริงๆ)     โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ต้องการจะยื่นพีอาร์ (ผ่านระบบ SkillSelect)  ก็ถือว่าเป็นฤกษ์ดีนะคะ  เพราะในแต่ละปีเอง ทางอิมมิเกรชั่นก็จะมีการกำหนดจำนวนพีอาร์ที่อิมฯสามารถให้ได้  ที่ทางอิมฯ เรียกว่า “Occupation Ceilings” ดังนี้  (อันนี้คัดมาเฉพาะอาชีพที่ดังๆในหมู่เด็กนักเรียนไทยนะคะ)

Occupations ceilings for the 2014-15 programme year

Occupation ID
Description
Ceiling value
Results to date
2211
Accountants 
5478
0
2321
Architects and Landscape Architects
1476
0
2331
Chemical and Materials Engineers
1000
0
2332
Civil Engineering Professionals
2850
0
2333
Electrical Engineers
1332
0
2334
Electronics Engineers
1000
0
2335
Industrial, Mechanical and Production Engineers
1680
0
2336
Mining Engineers
1000
0
2411
Early Childhood (Pre-primary School) Teachers
1404
0
2414
Secondary School Teachers
7002
0
2544
Registered Nurses
15 042
0
2611
ICT Business and Systems Analysts 
1620
0
2613
Software and Applications Programmers 
5004
0
2631
Computer Network Professionals
1788
0
2725
Social Workers
1968
0
3341
Plumbers
4464
0
3411
Electricians
7854
0
3513
Chefs
2547
0


จากตารางข้างบน ท่านผู้อ่านคงจะเห็นแล้วว่าอาชีพที่มีการเปิดรับมากที่สุดก็คือ พยาบาลและตามมาด้วย “ครูมัธยม” “ช่างไฟ”  “โปรแกรมเมอร์” และ”นักบัญชี”  แม้กระทั่งเชฟเองก็มีตำแหน่งพีอาร์ว่างถึง 2,547 ที่ด้วยกัน  อันนี้เป็นตำแหน่งพีอาร์ที่ทางอิมมิเกรชั่นจะสามารถออกจดหมายเชิญให้ได้ตลอดปี 2014 – 2015 นะคะ  ถ้าใครอยากทราบรายละเอียดนอกเหนือจากนี้ก็สามารถเข้าไปดูได้ตามเว็บไซต์ที่บอกไว้   ยิ่งได้แต้มมาก โอกาสที่จะได้รับจดหมายเชิญก็มากยิ่งขึ้นค่ะ  ดังนั้น น้องๆที่ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเรียนอะไร อยากประกอบอาชีพอพไร ก็ลองเข้ามาปรึกษาที่ CP ทุกสาขานะคะ พี่ๆที่ปรึกษาจะได้ช่วยวางแผนให้ได้อย่างถูกต้องเสียตั้งแต่เนิ่นๆค่ะ

อีกข่าวหนึ่งที่คุณหมอวีซ่าขอนำมาบอกกล่าวก็คือ State Sponsorship  - การสปอนเซอร์พีอาร์โดยรัฐต่างๆ   การจะสมัครพีอาร์โดยใช้ทักษะของตัวเองในการยื่นนั้นมีทั้งหมด 2 ประเภทด้วยกัน ประเภทแรกก็คือ Skilled Independent Visa (Subclass 189)  ตัวอย่างเช่น น้อง A เรียนจบมาทางด้านไอที หลังจากที่คำนวณแต้ม SkillSelect แล้วพบว่าตัวเองได้ 65 แต้ม (เกิน 60 แต้ม) ก็ยื่น EOI เข้าไปในระบบ SkillSelect ได้เลย หลังจากรอประมาณ 2 เดือนก็ได้รับจดหมายเชิญจากอิมมิเกรชั่นให้สมัครวีซ่า subclass 189  ในขณะเดียวกันน้อง B เรียนจบมาทางด้านบัญชี หลังจากคำนวณแต้มที่จะยื่นพีอาร์แล้วพบว่า น้อง B ได้แค่ 55 แต้ม จำเป็นต้องอาศัยแต้มเพิ่มจาก state sponsorship อีก 5 แต้ม ถึงจะมีโอกาสได้รับจดหมายเชิญจากอิมมิเกรชั่น  ซี่งวีซ่าประเภทนี้เราเรียกว่า Skilled - Nominated (subclass 190) visa – เป็นวีซ่าที่ทางรัฐเป็นฝ่ายสปอนเซอร์เราให้ได้พีอาร์ค่ะ 

สำหรับรัฐที่ออกมาประกาศถึง state sponsorship ประจำปีนี้ก็มีเพียงแค่ New South Wales และ South Australia เท่านั้น   สำหรับวันนี้คุณหมอวีซ่าเลยขอนำข้อมูลของ NSW State Sponsorship มาบอกเล่ากล่าวกันก่อนนะคะ 

 Skilled nominated migration

NSW Migration Strategy – supporting the NSW economy
NSW is pleased to announce that applications for the 2014/15 Skilled Nominated visa (subclass 190) program will soon reopen.  Details on eligibility requirements and the application process will be published in mid-July 2014.

NSW will introduce a number of new initiatives in 2014/15 which are designed to align the NSW Skilled Nominated visa program with the skills requirements of the NSW economy. Key points about the program in 2014/15 are:
  • Applications for 2014-15 will be lodged electronically through a new online system
  • Applications will be open for four intakes per year with a maximum of 1000 applications per intake
  • Application intakes will remain open for 4-6 weeks 
  • The NSW Skilled Occupation List will be expanded and will include all occupations on the 2013/14 NSW Skilled Occupation List as well as those occupations added to the SOL by AWPA in 2014. 
NSW runs the Skilled Nominated program in order to attract highly skilled people in a range of occupations to contribute to NSW future skills needs. As the program is rolled out over 2014/15, NSW will closely monitor the program and will adjust eligibility criteria, including occupational eligibility, as required. 
PROPOSED CALENDAR FOR NSW SKILLED NOMINATED PROGRAM - 2014/15

Occupation List updated

Applications open

Applications close (4-6 weeks after opening)
14 July
14 July
11 – 25 August
1 October
14 October
11 – 25 November
7 January
19 January
16 February – 2 March
1 April
14 April
12 – 26 May


ต้องถือว่าเป็นข่าวดีจริงๆ สำหรับน้องๆที่อาศัยอยู่ในรัฐ NSW หรือที่อยู่ในซิดนีย์  ทางรัฐ NSW จะมีการเปิดรับสมัคร 4 รอบด้วยกันในปีนี้  ซึ่งในรอบแรกของปีนี้จะตรงกับวันที่ 14 กรกฎาคม  ซึ่งลิสต์อาชีพที่ทางรัฐ NSW สปอนเซอร์จะมีการประกาศอีกครั้งในวันที่ 14 และจะมีการอัพเดททุกรอบค่ะ  ในแต่ละรอบสามารถสปอนเซอร์ผู้สมัครได้เป็นจำนวนถึง 1,000 คน ถือเป็นจำนวนทั้งหมด 4,000 คนต่อปี  เหมาะมากสำหรับน้องๆที่แต้มไม่ถึง 60 คะแนน และต้องการจะอยู่ต่อซิดนีย์  สามารถสมัคร NSW State Sponsorship เพื่อขอพีอาร์ได้เช่นเดียวกันค่ะ    หลายๆคนมักจะมองข้ามความสัมพันธ์ของ State Sponsorship  ทั้งๆที่ความจริงแล้วถ้าหากเรามีคุณสมบัติตรงตามที่รัฐกำหนด  โอกาสที่จะได้พีอาร์ก็อาจจะง่ายกว่ายื่นผ่าน Skilled Independent   โดยเฉพาะในบางรัฐเช่น South Australia หรือ Victoria ถ้าเรียนอยู่แล้วในรัฐนั้นๆ โอกาสในการที่จะได้รับสปอนเซอร์จากรัฐนั้นก็จะยิ่งง่ายไปอีกค่ะ  แต่โดยส่วนใหญ่แล้วหลังจากที่ได้รับสปอนเซอร์ ก็จำเป็นที่จะต้องอาศัยและทำงานอยู่ในรัฐนั้นเป็นเวลาตามที่กำหนด  ถ้าไม่งั้นแล้วพีอาร์ของเราก็อาจจะถูกยกเลิกไปได้ค่ะ 

น้องๆผู้อ่านท่านไหนอยากทราบข้อมูลเพิ่มเติม สามารถโทรเข้ามาสอบถามได้ที่ซีพี อินเตอร์ฯ ทุกสาขาเลยนะคะ  ทางซีพี อินเตอร์ฯ ยินดีให้คำปรึกษาค่ะ  

ก่อนจะจากกันไป ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวเย็นสดใสต่อการจากไปอย่างกะทันหันของน้องหญิง ฬียา   น้องหญิงเคยเข้ามาให้ทางซีพีสมัครเรียนและยื่นวีซ่าให้  ซึ่งทางทีมงานคุณหมอวีซ่าแอบกระซิบมาบอก น้องหญิงเป็นเด็กที่น่ารักและสดใส มีน้ำใจและเป็นที่รักของทุกคน  คุณหมอวีซ่าและทีมงานขอแสดงความเสียใจกับทางครอบครัวเป็นอย่างยิ่งด้วยนะคะ

ส่งท้ายวันนี้ด้วยรูปภาพสวยๆจากสองงานที่ทาง CP Inter จัด งานแรกก็เป็นงานประจำปี “CP Australia Education Fair 2014” ที่โรงแรม Pathumwan Princess เมื่อ 5 July ที่ผ่านมา งานที่สองก็เป็นงาน  CP Sydney Migration Seminar 2014” ที่จัดขึ้นที่ Sydney โดย RMA ของเราคุณ Justine เป็น Presenter ให้ความรู้กับน้องๆ  ต้องขอขอบคุณน้องๆทุกคนที่ให้ความสนใจมาร่วมงานกับทางบริษัท CP International นะคะ   สำหรับใครที่อยากทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการศึกษาต่อออสเตรเลีย การวางแผนอนาคต รวมทั้ง state sponsorship program (สำหรับในบางรัฐที่ยังไม่ได้ประกาศ)  ต้องรอติดตามในคอลัมน์คุณหมอวีซ่าต่อไปนะคะ   สำหรับวันนี้ขอลาไปก่อนค่ะ


ภาพจากงน CP Australia Education Fair 2014:








  

          ภาพจากงาน CP Sydney Migration Seminar 2014 :