“คุณหมอวีซ่า”

รูปภาพของฉัน
โดย Pip Panasbodi (MARN 9896337) ผู้เชี่ยวชาญด้านวีซ่าประจำ CP International Education & Migration Centre www.cpinter.com.au

วันอังคารที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

ข่าวดี…วีซ่ารุ่นใหม่สำหรับคุณพ่อคุณแม่ของผู้ที่ถือ PR หรือ Citizenship ของออสเตรเลีย (Temporary visa for Parents)


สวัสดีค่ะ แฟนคลับของคุณหมอวีซ่าทุกท่าน สำหรับบทความดีๆในเดือนพฤศจิกายนนี้ คุณหมอวีซ่าก็มีข่าวดี
อยากจะมาแบ่งปันกับท่านผู้อ่านหลายเรื่อง เรื่องใหญ่เรื่องหนึ่งซึ่งถือเป็นข่าวดีสำหรับคุณพ่อคุณแม่ของผู้ที่ถือ
ใบตั้งถิ่นฐานถาวรหรือเป็นซิติเซ่นของประเทศออสเตรเลียก็คือวีซ่าพ่อแม่รุ่นใหม่ที่กำลังจะประกาศใช้โดย
รัฐบาลมีนโยบายอำนวยความสะดวกในการขยายอายุวีซ่าพ่อแม่ให้ยาวขึ้น -  เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ทางรัฐบาลออสเตรเลียได้มีการออกข่าวว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องวีซ่าชั่วคราวของคุณพ่อคุณแม่
ของผู้ที่ถือพีอาร์หรือ citizenship ของ Australia จากระบบเก่าให้เป็นระบบใหม่ที่มีระยะเวลายาวขึ้น
เพื่อสร้างความสะดวกให้กับครอบครัวในการที่คุณพ่อคุณแม่จะได้มีโอกาสไปเยี่ยมเยียนบุตรหลานที่ตั้ง
หลักแหล่งอยู่ในประเทศออสเตรเลีย โดยมีการกำหนดเงื่อนไขบางประการ และเมื่อทุกอย่างผ่านรัฐสภา เราก็จะเห็นการประกาศใช้ในอีกไม่ช้านานนี้

แต่ก่อนที่จะเข้าเรื่องของวีซ่าชั่วคราวสำหรับพ่อแม่ หรือ Temporary Parents Visa คุณหมอวีซ่า
อยากจะขอเกริ่นถึงเรื่องการเปลี่ยนแปลงของวีซ่าชั่วคราว 4 ตัวที่กำลังจะประกาศใช้ในวันที่ 19 พฤศจิกายน 2016 นี้ก่อน เพื่อเป็นความรู้ให้แก่ท่านผู้อ่าน ได้แก่ วีซ่าในกลุ่มที่ขอเข้ามาเยือนออสเตรเลียเพื่อประกอบ
กิจกรรมชั่วคราว หรือที่เรียกชื่อรวมๆว่าเป็น “Temporary Activity Visa” นั่นเอง วีซ่าที่เกริ่นถึงกลุ่มนี้ ได้แก่

- Temporary work (Short Stay Specialist) (subclass 400) visa;
- Temporary Work (International Relations) (subclass 403) visa;
- Training (subclass 407) visa; และ
- Temporary Activity (subclass 408) visa

วีซ่าชั่วคราวใหม่ทั้งสี่ประเภทนี้จะเข้ามาทดแทนวีซ่าชั่วคราวรุ่นปัจจุบันประเภทต่างๆดังต่อไปนี้ที่กำลังจะถูก
เพิกถอนไป ได้แก่ :
      วีซ่า 5 ประเภท ที่จะถูกเพิกถอนไป คือ - Temporary Work (Long Stay Activity) (subclass 401);
Training and Research (subclass 402); Special Program (subclass 416); Temporary Work (Entertainment) (subclass 420) and Superyacht Crew (subclass 488);
      วีซ่าสองประเภทที่จะได้รับการปรับโครงสร้าง คือ - Temporary Work (Short Stay Activity)
(subclass 400) and Temporary Work (International Relations) (subclass 403); and
      สร้างวีซ่าขึ้นใหม่อีกสองประเภท คือ - Temporary Activity (subclass 408) and Training
(subclass 407).

โดยสรุป วีซ่าชั่วคราวที่ต้องผ่านการสปอนเซอร์ที่ใช้อยู่ในปัจจุบันทั้ง 6 ประเภท จะถูกทดแทนด้วย วีซ่าประกอบกิจกรรมชั่วคราว คือ Temporary Activities sponsor class เพียงประเภทเดียวเท่านั้น

ติดตามข้อมูลของการเปลี่ยนแปลงวีซ่าชั่วคราวต่างๆเหล่านี้ได้จาก : http://www.border.gov.au/Trav/Work/temporary-activity-visa-changes

ทางกระทรวงตรวจคนเข้าเมืองฯ ได้สรุปการเปลี่ยนแปลงของวีซ่ากิจกรรมชั่วคราวออกมาเป็น diagram ซึ่งคุณหมอวีซ่าเห็นว่าอ่านเข้าใจง่าย เลยก๊อปมาให้ดู ดังนี้นะคะ

 

 วีซ่าชั่วคราวรุ่นใหม่สำหรับพ่อแม่ (Temporary Parents Visa)

คราวนี้ ก็มาเข้าเรื่องของวีซ่าพ่อแม่ ที่ท่านผู้อ่านหลายท่านสนใจถามไถ่กันเข้ามามากมายกันดีกว่านะคะ

ก่อนอื่น ขอเท้าความนิดนึงว่า ปัจจุบันนี้ วีซ่าชั่วคราวทั้วไปของประเทศออสเตรเลียนั้น มีขอบข่ายค่อนข้างกว้างขวาง วีซ่าชั่วคราวบางประเภทอนุมัติให้คนเข้ามาเยี่ยมเยือนป็นระยะเวลาเพียงสั้นๆ เพื่อจุดประสงค์ของการท่องเที่ยว หรือเยี่ยมครอบครัว หรือเยี่ยมเพื่อน เป็นต้น วีซ่าชั่วคราวบางประเภท
ก็ยังอนุมัติให้คนเข้ามาอาศัยอยู่ในออสเตรเลียเป็นระยะเวลานานขึ้น แต่จำกัดสิทธิในเรื่องของการเรียน
หรือการทำงาน สำหรับวีซ่าครอบครัวนั้น ปีที่ผ่านมารัฐบาลออสฯ ได้กำหนดให้อนุมัติวีซ่าสูงถึง 57,400 ตัว เพื่อช่วยให้สมาชิกในครอบครัวได้มีโอกาสเจอและใช้เวลาด้วยกัน  อย่างเช่น ในปีงบประมาณ ค.ศ. 2016 ถึง 2017 รัฐบาลออสฯ ได้กำหนดปล่อยวีซ่าพ่อแม่ให้เพียง 8675 ที่ แต่พ่อแม่ที่อยากเข้ามาเยี่ยมลูกหลานนั้น
มีจำนวนมากกว่าจำนวนที่ที่รัฐบาลกำหนดไว้ให้ในแต่ละปีเป็นจำนวนมาก  จึงทำให้รัฐบาลตระหนักถึง
ความจำเป็นในการอำนวยวีซ่าให้พ่อแม่ได้เข้ามาอยู่กับลูกหลานมากขึ้น เพื่อเพิ่มคุณค่าชีวิตให้กับสมาชิกใน
ครอบครัวให้ได้อยู่ร่วมกัน เพื่อพ่อแม่จะได้มีส่วนช่วยสอนให้ลูกหลานรู้จักการรักษาวัฒนธรรมประเพณีที่ดีๆ
จากประเทศดั้งเดิม ให้กับลูกหลาน และมีส่วนอุทิศในการช่วยเหลือลูกๆ อย่างเช่น ในยามที่ลูกมีการคลอด
หลานออกมา  และต้องการให้พ่อแม่มาอยู่ใกล้ๆในการต้อนรับสมาชิกใหม่ของครอบครัวร่วมกัน  และได้มาใช้
เวลาอยู่กับลูกหลานนานขึ้น เป็นต้น

แต่ก็มีข้อจำกัดอยู่ตรงที่ พ่อแม่ของผู้ที่อพยพมาตั้งถิ่นฐานอย่างถาวรอยู่ในประเทศออสเตรเลียนั้น ส่วนใหญ่ก็จะ
อยู่ในวัยที่ต้องการความช่วยเหลือสำหรับผู้สูงวัยเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นทางด้านการดูแลสุขภาพ หรือความ
ช่วยเหลือทางสวัสดิการทางสังคมก็ตาม โดยรัฐบาลออสเตรเลียถือหลักเกณฑ์ว่า หากจะพูดถึงความยุติธรรมแล้ว โดยทั่วไป บุคคลคนหนึ่งที่ได้อาศัยอยู่และทำงาน จ่ายภาษี ค่า Medicare Levy ในประเทศออสเตรเลีย ตลอด
ช่วงระยะเวลาของการทำงานของเขา พอถึงยามแก่เฒ่า เกษียณวัย  ก็เป็นการสมควรแล้ว ที่รัฐบาลจะช่วยดูแล
เขากลับบ้าง แต่ในขณะเดียวกัน ทางรัฐบาลออสเตรเลียถือว่า พ่อแม่ที่จะอพยพตามลูกหลานมาอยู่ในประเทศ
ออสเตรเลียในช่วงสูงวัยแล้วนั้น ยังไม่เคยทำงาน หรือทำคุณประโยชน์ให้กับประเทศออสเตรเลีย ไม่เคย
จ่ายภาษี หรือจ่ายค่า Medicare Levy เยี่ยงหน้าที่ของราษฎรของที่นี่ทุกคนเพื่อช่วยอุ้มชูเศรษฐกิจของ
ประเทศนี้เลย  จึงเป็นการสมควรที่จะต้องมีการจำกัดงบประมาณค่าใช้จ่ายของรัฐบาลในส่วนที่ต้องนำมาใช้
เลี้ยงดูพ่อแม่ที่เพิ่งอพยพเข้าใหม่อยู่ที่ประเทศออสเตรเลียใหมๆ ซึ่งทางคณะกรรมการผลิตผล หรือ Productivity  Commission ได้ทำสถิติตัวเลขถึงค่าใช้จ่ายที่รัฐบาลออสเตรเลียต้องใช้เลี้ยงดูผู้ที่ถือ
วีซ่าพ่อแม่ในปี 2015-2016 สูงถึง $335,000 และ $410,000 ดอลล่าร์ต่อคุณพ่อหรือคุณแม่หนึ่งท่าน และด้วยเหตุผลของงบประมาณที่มีจำกัดนี่เอง ทางรัฐบาลจึงได้เสนอให้มีการปรับเปลี่ยนโยบายในการออกวีซ่า
พ่อแม่แบบชั่วคราวใหม่ โดยนัยนึงก็กำหนดให้มีการยืดหยุ่นยิ่งขึ้น อีกนัยหนึ่ง ก็เข้มงวดเรื่องงบประมาณ
โดยปัดความรับผิดชอบเรื่องค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูพ่อแม่ไปให้กับลูกๆที่เป็นสปอนเซอร์ นั่นเอง

ในปัจจุบันนี้ คุณพ่อคุณแม่หลายท่านที่มาเยี่ยมลูกหลานในประเทศออสเตรเลีย มักจะจะอาศัยวีซ่าท่องเที่ยว (subclass 600) กัน เพราะเป็นวีซ่าที่ขอได้ไม่ยากนัก  แต่ข้อจำกัดของวีซ่าตัวนี้ก็คืออยู่ได้สูงสุดไม่เกิน 12 เดือน และเมื่อครบ 12 เดือนแล้ว ก็ต้องกลับไปพักที่ประเทศของตนอีกอย่างน้อย 6 เดือน ถึงจะมีสิทธิ์
ยื่นขอวีซ่าท่องเที่ยวตัวใหม่ได้  แต่บ่อยครั้ง สำหรับประเทศไทย พ่อแม่ก็จะได้รับอนุมัติวีซ่าท่องเที่ยว
ที่ให้อยู่ได้เพียง 3 เดือนเท่านั้น ยกเว้นในกรณีของพ่อแม่ที่ได้มีการยื่นขอวีซ่าพ่อแม่อย่างถาวรไว้แล้ว
ก็อาจจะได้รับอนุมัติวีซ่าท่องเที่ยวยาวพิเศษถึง  5 ปีในระหว่างที่รออยู่ในคิวโควต้าของวีซ่าถาวรสำหรับพ่อแม่ ซึ่งวีซ่าประเภทนี้ อนุมัติให้พ่อแม่เดินทางเข้าๆออกๆออสเตรเลียได้โดยไม่ต้องไปยื่นฟอร์มใหม่ในช่วง 5 ปีของวีซ่าประเภทนี้  หรือสำหรับพ่อแม่บางท่านที่ยังไม่ได้ยื่นวีซ่าถาวร ก็อาจจะมีโอกาสได้วีซ่าท่องเที่ยว
แบบชั่วคราวได้ถึง 3 ปี แต่นโยบายข้อนี้ไม่ค่อยเห็นอนุมัติกันที่ประเทศไทยนะคะ แต่จะเห็นจากพ่อแม่ที่มา
จากประเทศอื่นๆที่มีโอกาสได้วีซ่ายาวประเภทนี้มากกว่า กระทั่งประเทศจีนแผ่นดินใหญ่ เป็นต้น โดยอาจมี
การเรียกค่าวางเงินมัดจำ การซื้อประกันสุขภาพให้พ่อแม่ในระหว่างที่อยู่ยาวที่ประเทศออสเตรเลียด้วย

ดังนั้น เพื่อเป็นการแก้ปัญหาวีซ่าพ่อแม่ถาวรที่มีคิวยาวเหยียดถึง 20 ปีก็ว่าได้ เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2016 ที่ผ่านมาทางรัฐบาลออสเตรเลียจึงได้มีการกำหนดนโยบายใหม่ของวีซ่าชั่วคราวพ่อแม่แบบใหม่ขึ้นมา ดังนี้

จะอนุมัติให้ออกวีซ่าชั่วคราวระยะยาว 1, 3 หรือ 5 ปีให้กับพ่อแม่ได้ แต่

-       จะต้องไม่กระทบกระเทือน หรือสร้างพันธะให้กับระบบสุขภาพของประเทศออสเตรเลีย
กล่าวคือจะมีการกำหนดให้ซื้อประกันสุขภาพของตนเอง เป็นต้น
-     จะต้องมีคนเป็นสปอนเซอร์ให้ โดยผู้ที่เป็น sponsor จะต้องมีการวางเงินประกันผ่านระบบของ AoS
-     พ่อแม่ไม่จำเป็นต้องมีการยื่นวีซ่าถาวรทิ้งไว้ ถึงจะมีสิทธิ์ได้วีซ่าตัวนี้
-     วีซ่าตัวนี้ หากผู้ยื่นมีคุณสมบัติครบถ้วน ก็สามารถขอวีซ่าพ่อแม่ชั่วคราวแบบนี้ได้ถึง
ครั้งละห้าปี และเมื่อวีซ่าใกล้หมด ก็มีสิทธิ์ต่อได้อีก 5 ปีต่อครั้ง
-     ผู้ยื่นขอวีซ่าจะต้องผ่านการตรวจร่างกาย และผลการตรวจสุขภาพก็ต้องเป็นที่พึงพอใจ โดยจะต้องไม่เป็นโรคที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อสาธารณสุขของชุมชนในประเทศออสเตรเลีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรควัณโรค หรือโรคติดต่อร้ายแรงอื่นๆที่เป็นภัยต่อสังคม
-     ลูกๆที่เป็นสปอนเซอร์ให้กับพ่อแม่มีหน้าที่ต้องรับผิดชอบต่อการเลี้ยงดูพ่อแม่ไม่ว่าจะเป็นทางด้าน
การเงิน หรือทางด้านสุขภาพ หรือสังคม การสื่อสาร เนื่องจากฐบาลไม่สามารถรับภาระตรงนี้แทน
ลูกลูกได้
อนึ่ง ลูกที่สามารถเป็นสปอนเซอร์ได้ จะต้องมีประวัติอาศัยอยู่ในออสเตรเลียมานานพอควร  ทำงาน และมีส่วน
อุทิศตนเองให้กับสังคมที่นี่ หรือชุมชนที่นี่ มาแล้วเป็นเวลาหลายปี ทั้งนี้ ราษฎรที่อาศัยอยู่ในออสเตรเลียมาแล้ว
ยิ่งนาน ก็จะยิ่งมีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จในการเป็นสปอนเซอร์ให้กับพ่อแม่มาอยู่ที่นี่สูงขึ้น นอกจากนี้ สปอนเซอร์ยังต้องผ่านการตรวจประวัติอาชญากรรม และยินดีเซ็นรับข้อกำหนดบางอย่างก่อนที่วีซ่าจะผ่านออก
มาได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องที่เกี่ยวกับความรับผิดชอบทั้งด้านการดูแลสุขภาพของพ่อแม่
ในระหว่างที่อยู่ออสเตรเลีย โดยจะไม่ปัดให้เป็นความรับผิดชอบของชุมชนในออสเตรเลีย เป็นต้น

วีซ่าระยะยาวสำหรับพ่อแม่ของผู้ที่เป็นพีอาร์หรือ citizen ของประเทศออสเตรเลียดังกล่าวนี้ สามารถออกให้
ยาวเป็นระยะเวลา 1, 3 หรือ 5 ปี แต่ การจะออกให้เป็นเวลา กี่ปีนั้นย่อมขึ้นอยู่กับศักยภาพ กับสถานการณ์ของ
สปอนเซอร์ กับความต้องการและความจำเป็น อย่างเช่น ต้องการพ่อแม่มาช่วยเลี้ยงหลาน แต่พอหลานเติบโต
ขึ้นแล้ว จนสามารถช่วยตัวเองได้แล้ว วีซ่าของพ่อแม่ยังจำเป็นต้องอยู่ยาวนานถึง 5 ปีไหม เป็นต้น อนึ่ง ทางกระทรวงตรวจคนเข้าเมืองฯ ก็ยังจะนำสถานการณ์กับสภาวะสุขภาพของพ่อแม่ รวมทั้งประวัติ อิมมิเกรชั่นของพ่อแม่ในอดีตที่ผ่าน มาเข้าร่วมพิจารณาในการอนุมัติวีซ่าด้วย

ในระหว่างที่ถือวีซ่าชั่วคราวนั้น พ่อแม่สามารถยื่นวีซ่าถาวรได้ถ้ามีคุณสมบัติครบถ้วน และในระหว่าง
ที่ถือวีซ่าชั่วคราว ก็สามารถต่อได้อีกเรื่อยๆ ยาวถึงสูงสุด 5 ปี หากมีคุณสมบัติครบถ้วน เป็นต้น
สำหรับกฎในปัจจุบันที่ออกวีซ่าพ่อแม่ให้ครั้งละ 18 เดือน และหลังวีซ่าหมด พ่อแม่จะต้องใช้เวลาอยู่นอก
ประเทศออสเตรเลียเป็นเวลา 6 เดือน ก่อนจะมีสิทธิ์ยื่นขอวีซ่า ท่องเที่ยวตัวใหม่นั้น ก็จะไม่มีการใช้กฎข้อนี้อีก
ต่อไปตามนโยบายใหม่  และที่แน่นอนวีซ่าพ่อแม่ชั่วคราวตัวใหม่นี้จะมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมงวดสอง
ที่นอกเหนือจากค่ายื่นวีซ่า ที่เรียกว่า  VAC เพื่อรัฐบาลจะได้นำไปใช้เป็นค่าใช้จ่ายสำหรับพ่อแม่ที่ไม่ได้ทำงาน
ไม่สามารถจ่ายภาษีให้กับรัฐบาลได้ อย่างเช่น จ่ายเป็นค่าเรียนภาษาอังกฤษให้กับพ่อแม่ เพื่อที่จะเรียนรู้วิธีการใช้ชีวิตในประเทศออสเตรเลียได้คล่องแคล่วขึ้น หรือค่ารถรับส่งผู้สูงอายุในชุมชน เป็นต้น

ที่คุณหมอวีซ่าเขียนมาทั้งหมดข้างต้นนั้น ในขั้นนี้ เป็นเพียงนโยบายซึ่งยังไม่ได้ประกาศใช้อย่างเป็นทางการ
นะคะ  เมื่อผ่านรัฐสภาได้ ประกาศใช้เมื่อไหร่ ซึ่งอีกไม่น่านานเกินรอ ก็เรียกได้ว่าเป็นทางออกที่ดีสำหรับ
คุณพ่อคุณแม่ที่อยากเข้ามาอยู่กับลูกลูกๆที่ออสเตรเลียได้สะดวกง่ายดายขึ้น ดูๆแล้ว ก็น่าจะเป็นข่าวดีนะคะ

หากพ่อแม่ของลูกลูกท่านใดที่ถือใบตั้งถิ่นฐานถาวร หรือพีอาร์ หรือเป็นพลเรือนของออสเตรเลียแล้ว
สนใจอยากจะทราบเรื่องของวีซ่าสำหรับคุณพ่อคุณแม่ตัวใดที่เหมาะสมกับสถานการณ์ของท่านเพิ่มเติม ก็สามารถนัดเข้ามาปรึกษากับคุณหมอวีซ่าโดยตรง เพื่อจะได้ทางออกกับคำแนะนำที่ถูกต้องตามกฎหมาย และตรงตามนโยบายของรัฐบาลออสเตรเลียที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เรื่องๆอย่างไม่หยุดยั้ง 

สำหรับตัวคุณหมอวีซ่าเอง เมื่ออายุเยอะขึ้น ช่วงหน้าหนาวในออสเตรเลียก็กลับไปอยู่เมืองไทย และพออากาศอุ่นขึ้นที่นี่ก็กลับมา enjoy life style กับความสงบเงียบ พร้อมสูดอากาศบริสุทธิ์ที่ออสเตรเลีย ไปๆมาๆเช่นนี้ ก็ใช้ชีวิตคุ้มดีและมีความสุขดีนะคะ เปลี่ยนบรรยากาศไม่น่าเบื่อค่ะ



ก่อนจะจากกันไปในวันนี้ คุณหมอวีซ่าก็ขอฝากกิจกรรมดีๆ ของทาง CP สาขากรุงเทพ Study Hospitality in Australia Information Day สำหรับท่านผู้อ่านท่านไหนที่สนใจเรียนต่อด้านงานบริการ การโรงแรม การท่องเที่ยวหรือจะเรียนทำอาหารและขนมที่ออสเตรเลีย สามารถมาร่วมฟังข้อมูลได้ในงานนี้เลยค่ะ วันศุกร์ที่ 25 พฤศจิกายนนี้ เวลา 16.00-18.00 . ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง website, Facebook กับบทความของคุณหมอวีซ่าได้เลยนะคะ สวัสดีค่ะ