“คุณหมอวีซ่า”

รูปภาพของฉัน
โดย Pip Panasbodi (MARN 9896337) ผู้เชี่ยวชาญด้านวีซ่าประจำ CP International Education & Migration Centre www.cpinter.com.au

วันพฤหัสบดีที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2560

Partner Visa - มีความรัก อยากตามแฟนไปอยู่ออสเตรเลีย ควรยื่นวีซ่าอย่างไร เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาตามมาภายหลัง?


 สวัสดีปีใหม่พร้อมต้อนรับตรุษจีนเดือนมกราคมไปพร้อมๆกันเลยนะคะ ปีนี้ตรุษจีนมาเร็ว แฟนคลับคุณหมอวีซ่าลูกหลานเชื้อสายชาวจีนทั้งหลายคงจะกำลังยุ่งน่าดู เพราะต้องเร่งปิดบัญชีปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ จัดเตรียมงานเลี้ยง งานรวมญาติพบปะสังสรรค์ครอบครัว คารวะญาติผู้ใหญ่ บ้างก็ต้องจัดไหว้กันเป็นยกใหญ่เลย และที่สำคัญ ไม่ทราบว่า ท่านได้จัดเตรียม ซองแดง หรืออังเปาไว้แจกจ่ายผู้ใหญ่ ลูกหลาน พนักงานลูกน้อง กับคนที่เรารักและห่วงใยกันแล้วยังคะ? น้ำใจที่มีต่อกันในช่วงเทศกาลตรุษจีนนั้น ชาวจีนเชื่อว่า จะส่งผลกลับให้ท่านรวยเป็นทวีคูณ ช่างเป็นเทศกาลและประเพณีที่สวยงาม น่าชื่นชมเป็นอย่างยิ่ง คุณหมอวีซ่าจำได้ว่าสมัยเด็กๆที่บ้านเกิดที่ “สุไหงโกลค” ที่มีเถ้าแก่ชาวจีนโพ้นทะเลที่ทำค้าขายประสบความสำเร็จมากมายจนร่ำรวยมหาศาล เทศกาลตรุษจีนจะถือว่าเป็นเทศกาลเฉลิมฉลองที่สำคัญมาก ก่อนตรุษจีนจะต้องระดมลูกหลานคนงานทุกคนช่วยกันเก็บกวาดทั้งบ้านและร้านค้าให้สะอาด คุณแม่เคยบอกว่าเหมือนเป็นการปัดสิ่งเก่าๆที่ไม่ดีออกไปให้หมด และต้อนรับตรุษจีนด้วยความโชคดี มั่งมีศรีสุข การค้าเจริญรุ่งเรือง คุณหมอวีซ่าจำได้ว่า ตอนเด็กๆจะชอบและสนุกไปกับวันตรุษจีนมาก เพราะนอกจากจะได้ใส่ชุดใหม่สีแดงสีชมพูสวยๆงามๆแล้ว ยังได้อังเปา ได้ดื่มน้ำอัดลม กับอากงจะคุ๊กแต่อาหารดีๆอร่อยๆชั้นเลิศ แล้วนั่งล้อมโต๊ะกินข้าวด้วยกันอย่างอบอุ่นครบหน้าครบตาอย่างมีความสุข เนื่องจากอากงเอง ก็เป็นเช๊ฟมืออาชีพ และเป็นเจ้าของร้านอาหารชื่อดังประจำถิ่นที่ชื่อว่า “ร้านอาหารจูกอง” โดยนอกจากแขกชาวพื้นที่มากมายแล้ว แขกที่ร้านจูกองจะเดินทางมาจากทั่วทุกทิศ โดยเฉพาะ ชาวมาเลย์ สิงคโปร์ ก็จะยอมเดินทางไกลมาลิ้มรสชาดเปาฮื้อ หูฉลาม เป็ดย่าง หมูแดง อันเลื่องลือแสนอร่อยของอากง แถมอากงใจดีมาก ยังเรียกรถสามล้อมารับพาเด็กๆลูกๆหลานๆใส่ชุดใหม่นั่งรอบเมืองอีก สนุกสนานมาก ช่างเป็นภาพความทรงจำดีๆที่คุณหมอวีซ่าไม่เคยลืมมาจนทุกวันนี้ แม้ว่าจะได้อพยพไปตั้งถิ่นฐานที่ออสเตรเลียมากว่า 37 ปี หลังจากที่คุณแม่โดนระเบิดจนที่สุดเสียชีวิตไปนานหลายปีแล้วก็ตาม...

สีแดงกับสีชมพู นอกจากจะเป็นสีสัญลักษณ์ของตรุษจีนแล้ว ยังเป็นสีแห่งความรักอีกด้วย คุณหมอวีซ่าฉบับนี้ จึงขอเปิดฉากปีใหม่ตรุษจีนด้วยการนำเรื่องราวดีๆ ความสมหวังของคู่รักข้ามชาติ ไทย-ออสเตรเลีย มาเล่าสู่กันฟังนะคะ แต่ก่อนอื่น อยากขออัพเดตข้อมูลการยื่น Partner visa และ Prospective Marriage visa ล่าสุดกลางเดือนมกราคม ค.ศ. 2017 สักเล็กน้อยก่อน เพื่อท่านผู้อ่านจะได้รับทราบถึงข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับ วีซ่าคู่รัก นะคะ

การยื่น Partner visa มีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยเท่านั้นในช่วงปลายปี คศ 2016 ที่ผ่านมาดังนี้ค่ะ :

  • ข่าวดีอันดับแรกของปีนี้คือ อิมมิเกรชั่นยังไม่มีการปรับราคาค่ายื่นวีซ่าคู่ครอง (Partner visa) กับ วีซ่าคู่หมั้น (Prospective Marriage visa) ขึ้นเหมือนปีที่ผ่านมาที่ปรับราคาค่าวีซ่าขึ้นครั้งละหลายหมื่นบาทเลยค่ะ แถมกลับลดราคาลงมาจากเดิม 192,150 บาท มาเป็น 192,000 บาทให้ด้วย
  • ข่าวที่ 2 คือตอนนี้อิมมิเกรชั่นได้ตั้งกฏใหม่ขึ้นมาว่าชาวออสซี่ที่ต้องการจะสปอนเซอร์คู่หมั้นหรือคู่รักเพื่อยื่น Partner visa หรือ Prospective Marriage visa จะต้องทำตรวจสอบประวัติอาชญากรรมด้วยไม่ว่าจะมีเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีติดตามมาใน visa application ด้วยหรือไม่ก็ตาม

ทั้งนี้ กฏใหม่ข้อนี้ น่าจะเกิดจากระยะหลังๆนี้ มีอัตราการหย่าที่สูงขึ้น และในหลายๆกรณี ที่เลิกกัน ก็อาจเกิดมาจากสาเหตุความรุนแรงในครอบครัว ดังนั้น รัฐบาลออสเตรเลียจึงแนะนำกฎใหม่ข้อนี้เข้ามาเพื่อคุ้มครองผู้สมัครยื่นวีซ่าอย่างจริงจังมากขึ้น จากที่ผ่านมาในอดีต ถ้าใน visa application ไม่มีเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีติดตามมาด้วย ทางฝ่ายสปอนเซอร์ก็ไม่ต้องทำเรื่องตรวจสอบประวัติอาชญากรรม โดยกฏนี้ได้เริ่มมีผลบังคับใช้กับ Partner visa application ที่ยื่นตั้งแต่วันที่ 18 พฤศจิกายน 2016 เป็นต้นมา โดยคดีที่อาจมีผลต่อการถูกปฏิเสธวีซ่า จะมีดังนี้
  • คดีที่เกี่ยวกับความรุนแรง เช่น ฆาตกรรม การทำร้ายร่างกาย ความรุนแรงทางเพศ และการข่มขู่
  • การล่วงละเมิดและการลวนลามทางเพศ 
  • ความผิดต่อคำสั่งศาลเกี่ยวข้องกับความรุนแรง
  • การใช้อาวุธอันตราย
  • การลักลอบนำคนเข้าประเทศโดยผิดกฏหมาย
  • การค้ามนุษย์ ลักพาตัว และกักขังหน่วงเหนี่ยวอย่างผิดกฏหมาย
  • รวมไปถึงผู้ที่พยายามจะทำความผิด หรือ ให้ความช่วยเหลือ คำปรึกษาหรือดำเนินเรื่องเกี่ยวกับคดีดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม หากท่านเกิดหลงรักผูกบ่วงกับชาวออสซี่ไว้มานานสักระยะแล้ว ถึงแม้ว่าสปอนเซอร์บางท่านอาจมีคดีบางอย่างติดมาในอดีต ก็อย่าเพิ่งหมดหวังกันนะคะ เพราะเคสที่เสี่ยงมากๆส่วนใหญ่นั้นจะเป็นเคสที่มีความรุนแรงมากๆ ถึงขั้นถูกตัดสินจำคุกยาวเกิน 1 ปีขึ้นไป แต่คุณหมอวีซ่ามองว่า การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ เป็นสิ่งที่ดีนะคะ อย่างน้อย ก็ช่วยให้ผู้ยื่นวีซ่าสามารถทราบล่วงหน้าได้ว่า คู่รักหรือคู่หมั้นของตนนั้นเคยมีคดีอะไรร้ายแรงติดมาในอดีตหรือไม่ เคยจำคุกมาหรือไม่ เป็นเวลานานเท่าไหร่ มีโทษกำลังรอตัดสินอยู่หรือไม่ ในผลตรวจประวัติอาชญกรรม จะมีบอกหมดไม่ว่าจะเป็นผลตรวจจากประเทศใดก็ตาม ในบางกรณีลูกค้าที่มีติดประวัติมาปรึกษากับคุณหมอวีซ่า จะมีความกังวลว่าวีซ่าจะไม่ผ่าน ก็อยากแนะนำให้ติดต่อเข้ามาคุยก่อน  เพื่อคุณหมอวีซ่าจะได้ช่วยประเมินความเสี่ยงในการยื่นวีซ่าให้ก่อน และถ้าเป็นกรณีรุนแรง ก็จะดูเคสให้ก่อนว่ามีโอกาสขอผ่อนผัน หรือ ตามภาษาราชการเรียกว่า  Seeking character waiver ให้ได้หรือเปล่า เนื่องจากกฎหมายมีข้อรองรับและสามารถยกเว้นให้ได้ในหลายกรณีเช่นกันค่ะ

การยื่นวีซ่าใดก็ตาม โดยเฉพาะวีซ่าคู่ครอง คุณหมอวีซ่าก็มีข้อแนะนำขั้นเบื้องต้นคร่าวๆมาแชร์กัน ดังนี้นะคะ

  1. ควรอ่านกฎเกณฑ์กับนโยบายที่รัฐบาลกำหนดไว้ให้เข้าใจอย่างถ่องแท้ชัดเจนเสียก่อน ศึกษาข้อมูลให้ละเอียดถี่ถ้วน อย่าไปเชื่อใครง่ายๆ หากจะใช้เอเย่น ก็พึงตรวจดูให้แน่ชัดว่าเขามีขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้องไว้กับองค์กรของรัฐฯที่ชื่อว่า Office of the Migration Agents Registration Authority หรือย่อว่า OMARA หรือไม่ โดยตรวจตรงจาก website นี้: https://www.mara.gov.au/using-an-agent/using-a-registered-migration-agent/ หากท่านไปเลือกใช้ คนที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ท่านก็ต้องรับความเสี่ยงเอาเองนะคะ
  2. ควรเป็นเรื่องจริง ใช้เอกสารจริง ไม่ใช่เป็นกรณีเท็จที่เป็นการจ่ายเงินจ้างแต่ง อันนี้คุณหมอวีซ่าขอตักเตือนอย่างเข้มงวดว่า อย่าทำกันนะคะ ไม่คุ้มจริงๆค่ะ โดนจับได้ ผู้ยื่นพร้อมสมาชิกครอบครัวที่พ่วงกันมา จะต้องโทษตาม Public Interest Criteria หรือที่เรียกย่อๆว่า  PIC4020 โดยกฎเกณฑ์ข้อนี้จะเกี่ยวข้องกับผู้ยื่นวีซ่าที่ใช้ข้อมูลเท็จ ใช้เอกสารที่เป็นเท็จหรือปลอมแปลง มีระบุไว้ ดังนี้ If your visa is refused under PIC 4020 because you did not satisfy us of your identity, you may not be granted a visa for a period of ten years (where that visa includes PIC 4020 as part of the criteria) สรุปสั้นๆเลยก็คือ ผู้ใดต้องโทษตาม PIC4020 ก็จะไม่มีสิทธิ์ขอวีซ่าเข้าออสฯได้อีกเลยอย่างน้อย 10 ปี ยกเว้นแต่เป็นกรณีที่มีเหตุผลน่าสงสารน่าเห็นใจจริงๆ เท่านั้น
  3. เตรียมเอกสารให้ดีๆ โดยเฉพาะการเขียนเรื่องราวที่เป็น Statutory Declaration ก็จะต้องเป็นเรื่องจริงทั้งหมด โดยทั่วไปเอกสารกินอยู่ร่วมที่ใช้ประกอบการยื่นเรื่อง ควรจะสะสมด้วยกันมานานอย่างน้อย 6 เดือน อันนี้แค่เป็น guideline ให้เฉยๆนะคะ แต่หากท่านผู้อ่านบางท่านที่เก็บเอกสารมาไม่ถึง  6 เดือน ก็ไม่ต้องตกใจ เคยมีตัวอย่างเคสที่โดนอิมมิเกรชั่นปฏิเสธวีซ่า เนื่องจากมีหลักฐานกินอยู่แค่ 2  เดือน ก็ผ่านกันมาแล้วนะคะ ท่านผู้อ่านสามารถลองอ่านดูในบทความที่  published ไว้ใน Australian Immigration News Migration Alliance ฉบับลงวันที่ 18 January 2017 โดย คุณ Michael Arch ดังนี้  

How to Save a Partner (or any other) visa application!
Posted by Michael Arch on Wednesday, 18 January 2017 in General
What if the Department has refused your client’s application for a partner visa, and the Tribunal has in turn affirmed the refusal.
Suppose the evidence in support of the genuineness of the spousal relationship between your client and his sponsor is also pretty “thin”?
For example, what if your client and the sponsor had only known each other for 2 months before they married, had met with each other  on only six or seven separate occasions before the wedding, and the marriage took place shortly before the applicant’s student visa was due to expire?
What if the bank statements for the joint bank account of the applicant and the sponsor show almost no transactions, but the account held separately by the sponsor shows numerous transactions? What if the statements for the joint bank account so not show any withdrawals for mortgage payments or evidence of joint savings?
And what if there is evidence that the sponsor and the applicant had travelled  together to Thailand with another man who the sponsor referred to as her “best friend”, but the applicant returned to Australia several days before the sponsor came back with the “best friend”?
Suppose further that allegations are received by the Department, which come to the attention of the Tribunal, asserting that the sponsor married the applicant for financial gain, that the relationship was contrived, and that the sponsor had used money that she had received from the applicant to have cosmetic surgery and to take various holidays?
And imagine further that the Tribunal concludes that the allegation that was made to the Department that the relationship was contrived for migration purposes, and that the Tribunal finds that the documents and photographs that are provided to establish that a genuine relationship exists could equally have been obtained even if there was no genuine relationship?
In all of these circumstances, is your client’s case necessarily doomed to failure?
Well, if you find yourself in a situation where the Tribunal has relied on such an accumulation of doubts as the basis for affirming the refusal of a partner visa application, then it may be well to know about a decision that was handed down by the Federal Circuit Court back in September of last year, Tran & Anor v Minister for Immigration & Anor (2016) FCCA 2723 (7 September 2016).
In that case, it was claimed in the Federal Circuit Court that the Tribunal had failed to consider one of the matters listed in regulation 1.15A, namely, whether the applicant and the sponsor had actually lived together during the course of their marriage, and, if so, “how they lived together”.
And guess what? This claim was successful! It was sufficient to persuade the Federal Circuit Court to send the case back to the Tribunal for re-determination.
The Court concluded that because the Tribunal had failed to expressly refer to the question of whether the applicant and spouse had ever lived together, and the nature of their household arrangements, was sufficient to create cause for suspicion that these issues had been “overlooked”.  And that was the case even though the Tribunal had stated in its decision that it had “considered the evidence in relation to the nature of the household and the social aspects of the relationship”.
So there are a couple of “morals to the story” here. 
The first is that as a matter of general principle, if you are able to show that the Tribunal has failed to take into account an issue that is a “mandatory consideration”, then you may be able to unlock the door, and show that jurisdictional error has occurred at the Tribunal.
And secondly: it really (really!) can reward you to read an adverse decision from the Tribunal as closely and carefully as you possibly can (even if you’re initial instinct might be to throw your hands up in disgust, complain to any colleague within earshot that “the Tribunal got it all wrong and dealt my client an injustice”, and look for the nearest packet of matches to light the decision on fire (on a day like          today, it might be just enough to put the decision on the sidewalk and hold a magnifying glass over it!).
Seriously, if close reading of the decision shows that the Tribunal has not made express reference to a matter that is directly relevant to the determination of the case, you may be able to convince the court that the Tribunal has failed to consider a matter that is was required to consider.
Then you may be able to save the day for your client. And what could be better!

ดังนั้น ก็อยากเป็นกำลังใจให้ท่านผู้อ่าน “Don’t give up hope”  นะคะ คุณหมอวีซ่าเชื่อว่า ทเรื่องมีทางออก แก้ไขได้ค่ะ ดังเช่น กรณีของลูกค้ารายนึงของ CP International Migration ได้แก่ คุณรุ่งกับคุณโอเชียเนีย คู่ชีวิตที่เพิ่งผ่านวีซ่าคู่ครองกันมาไม่นานมานี่เอง เป็นเรื่องราวของคนสองคนที่เจอกันบนเวทีมวยไทย Boxing ring คุณรุ่งเป็นครูสอนมวยหนุ่ม เจอสาวออสซี่แข็งแกร่งสุดน่ารักที่มาเรียนมวยไทยด้วย จนชอบพอกัน จนตกลงปลงใจผูกข้อมือกัน ระหว่างยื่นเรื่อง ก็มีเจออุปสรรคบ้าง แต่เขาสองคนก็ไม่เคยย่อท้อ จูงมือ fighto กับทีมงานคุณหมอวีซ่าด้วยดีมาโดยตลอด จนเพิ่งได้รับอนุมัติวีซ่าไปเมื่อไม่นานมานี่เอง ดีใจกันมา จนคุณโอเซี่ยเนียอีเมลมาขอบคุณทีมงานของคุณหมอวีซ่า ชมเชยมาอย่างงดงาม ซึ่งทีมเราก็ขอน้อมรับด้วยความขอบคุณนะคะ


สุดท้ายนี้ คุณหมอวีซ่าอยากจะขอฝากประชาสัมพันธ์งานดีๆที่ทาง  CP International กำลังจะจัดขึ้น สำหรับผู้ที่สนใจจะมาร่วมฟังสัมมนาและเรียนรู้เรื่องราวของวีซ่าคู่หมั้นและคู่รักในเดือนแห่งความรัก กุมภาพันธ์ 2017 นี้ ที่ทาง CP International สำนักงานเชียงใหม่และกรุงเทพฯ ร่วมกันจัดขึ้น นะคะ (จองด่วน! ที่นั่งมีจำนวนจำกัด) โดยผู้ที่ต้องการเข้าร่วมสัมมนา สามารถลงทะเบียนได้ก่อนวันร่วมงาน ที่ https://goo.gl/12pIjU แล้วพบคุณหมอวีซ่าได้ในวันงานดังกล่าวนี้เลยค่า

  • วันพฤหัสบดีที่ 9 กุมภาพันธ์ 2017 เวลา 13:00-15:00 . ณ สำนักงาน CP International สาขาเชียงใหม่
  • วันอังคารที่ 14 กุมภาพันธ์ 2017 เวลา 13:00-15:00 . ณ สำนักงาน CP International สาขากรุงเทพฯ


โดยผู้ที่เข้าร่วมงานจะได้รับส่วนลด 20,000 บาทหากมีการแต่งตั้งให้บริษัท  CP International เป็นผู้ดำเนินเคสให้ท่าน (ซึ่งมีแต่แม่นกับ sure ค่ะ) พร้อม สิทธิ์การนัดปรึกษาแบบส่วนตัวกับคุณหมอวีซ่า ฟรี (ราคาปกติ 6,600 บาท) โอกาสดีๆอย่างนี้ ห้ามพลาดเด็ดขาดนะคะ แล้วพบกันค่ะ! Happy Partner Visa, everyone!!