“คุณหมอวีซ่า”

รูปภาพของฉัน
โดย Pip Panasbodi (MARN 9896337) ผู้เชี่ยวชาญด้านวีซ่าประจำ CP International Education & Migration Centre www.cpinter.com.au

วันศุกร์ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2560

Update วีซ่านักเรียนสำหรับเด็กไทย - เลือกปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อผลลัพธ์วีซ่าหลังถูกปฏิเสธที่ดีเกินคาด!

สวัสดีค่ะ แฟนคลับที่น่ารักของคุณหมอวีซ่าทุกท่าน พบกันอีกครั้งสำหรับบทความในเดือนเมษายนต้อนรับซัมเมอร์นี้นะคะ เริ่มต้นเลย คุณหมอวีซ่า มีข่าวสดๆ ร้อนๆ เกี่ยวกับวีซ่านักเรียนมา update ทุกท่านนะคะ เนื่องจากรัฐบาลออสเตรเลีย มีการประกาศเปลี่ยนระดับความเสี่ยงของประเทศไทย ตกลงไปเป็นอันดับที่ 3 ซึ่งจัดเป็นระดับความเสี่ยงสูงสุดในการขอวีซ่านักเรียนมาศึกษาต่อที่ประเทศออสเตรเลีย ผลกระทบที่เกิดขึ้นก็คือนักเรียนนักศึกษาที่สมัครวีซ่านักเรียนมาเรียนต่อในประเทศออสเตรเลีย ตั้งแต่วันที่ 31 March 2017 เป็นต้นไป จะต้องมีการแสดงหลักฐานสถานะทางการเงินที่เพียงพอ กับผลสอบภาษาอังกฤษ (จะเป็นผล PTE, TOEFL, IELTS, Cambridge Advance ก็ได้ทั้งนั้น) ควบคู่กันไปแล้ว  แสดงว่า ยากขึ้นกว่าเก่าแล้วนะคะ  การยื่นวีซ่านักเรียนในสมัยนี้จึงต้องทำด้วยความระมัดระวัง ตรงตามที่กฎหมายและนโยบายของรัฐบาลเรียกร้องมา ถึงจะมีโอกาสผ่านวีซ่านักเรียน   ทั้งนี้และทั้งนั้น เท่าที่คุณหมอวีซ่าเข้าใจ ในเรื่องของการจัดระดับความเสี่ยงของแต่ละประเทศนั้น จะขึ้นอยู่กับพฤติกรรมของราษฎรที่เป็นผู้สมัครวีซ่าของแต่ละประเทศนั้นๆ ยกตัวอย่างเช่น หากตามสถิติแล้วนักเรียนไทยมีการใช้เอกสารปลอม หรือสร้างเรื่องปลอม เช่น ไปเชื่อตามคำแนะนำของเอเย่นท์ที่มักชอบให้ผู้สมัครไปทำเรื่องจดทะเบียนสมรสปลอม  ทำเป็นวีซ่าติดตามนักเรียนให้ ทั้งๆที่ความสัมพันธ์ไม่เป็นจริง ซึ่งเป็นที่นิยมทำกันมากในหมู่นักเรียนไทยที่เลือกไปเรียนสถาบันในราคาถูกๆทั้งหลาย โดยไม่ได้มีเจตนาจะมาเรียนหนังสือที่ประเทศออสเตรเลียอย่างแท้จริง แต่กลับมีเจตนาที่จะมาทำงานที่นี่ จึงไปเชื่อและทำตามคำแนะนำของเอเย่นท์เหล่านั้นในการทำเรื่องแต่งงานปลอม และใช้เอกสารเท็จเหล่านั้นไปหลอกเจ้าหน้าที่เพื่อให้ได้มาซึ่งวีซ่า  นานๆ เข้าทางรัฐบาล ได้รวบรวมสถิติตัวเลขเหล่านี้ มากๆ เข้าก็จะมีการออกกฎให้เข้มงวดขึ้นสำหรับวีซ่าแต่ละตัวเหล่านั้นที่สร้างปัญหาให้ประเทศเขา และจะประกาศให้มีการเปลี่ยนกฎเกิดขึ้นให้ยากขึ้น แต่สำหรับราษฎรในประเทศที่ทำอะไรตรงไปตรงมา  จะสังเกตว่าจะไม่เคยตกจากอันดับ 1 เลย ทำให้การขอวีซ่าสำหรับประชากรในประเทศเหล่านั้น ได้มาอย่างง่ายๆ อย่างสม่ำเสมอ

ขอยกตัวอย่างที่ได้ลองตรวจเอกสารจาก website ของ อิมมิเกรชั่นของประเทศออสเตรเลีย  นักเรียนไทยคนนึงที่สมัครไปเรียนที่ University of Wollongong จะถูกเรียกทั้งเอกสารแสดงฐานะทางการเงินพร้อมเอกสารทักษะทางภาษาภาษาอังกฤษ ดังนี้





จึงอยากให้ผู้สมัครวีซ่านักเรียนทั้งหลาย ตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญครั้งนี้ และอย่าไปโทษ
เอเย่นท์ดีๆ ที่เขาเริ่มเรียกเอกสารเพิ่มเติมมากมาย บ้างก็จำเป็นต้องเริ่มเรียกเก็บค่าบริการเพื่อชดเชยกับเวลาในการเตรียมเอกสารที่ต้องทำมากขึ้น ยากขึ้น เพื่อให้ได้มาซึ่งวีซ่าและลดอัตราการถูกปฏิเสธวีซ่านะคะ

ในช่วงวันหยุดยาวเดือนนี้คาดว่าบรรดาแฟนคลับส่วนใหญ่ของคุณหมอวีซ่าต้องมีแพลนท่องเที่ยวไว้ในใจแล้วแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นทั้งในประเทศก็ดีหรือต่างประเทศก็ดีนะคะ แต่สำหรับใครที่ยังไม่มีแพลนบวกกับต้องการหลบอากาศร้อนอบอ้าวในไทยช่วงนี้ก็อาจเลือกเดินทางไปเที่ยวต่างแดน หรือไปเรียนภาษาระยะสั้นๆ เสริมทักษะ เปิดประสบการณ์ใหม่ๆให้กับตนเอง พร้อมกับเรียนรู้วัฒนธรรมชาติอื่นเพิ่มขึ้น เปิดโอกาสการเรียนรู้โลกกว้างให้กับตนเอง พร้อมได้พักผ่อนหย่อนใจกับครอบครัวหรือคนรักในช่วงหยุดยาวของเดือนนี้ก็น่าสนใจดีเหมือนกันนะคะ

ณ ขณะนี้ตัวคุณหมอวีซ่าเองประจำอยู่ที่สำนักงานซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย เห็นนักท่องเที่ยวหลั่งไหลมาเที่ยวออสเตรเลียจากทั่วโลกกันอย่างไม่ขาดสาย สำหรับประเทศออสเตรเลียเองการท่องเที่ยวช่วงเดือนมีนาคมถึงเดือนพฤษภาคมเองจัดว่าเป็นช่วง peak period  เลยก็ว่าได้ค่ะ เพราะอากาศกำลังสบายๆ ไม่ร้อนไม่หนาวจนเกินไป และเป็นช่วงที่ไม่ติดช่วงปิดเทอมซัมเมอร์ของนักเรียนที่นี่ ถนนจึงโล่งและเหมาะกับการเดินทางไปสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตได้อย่างสะดวกสบายค่ะ ด้วยเหตุนี้นักท่องเที่ยวจึงนิยมมาเที่ยวออสเตรเลียในช่วงนี้เป็นพิเศษ เพราะจะได้ลุยทำกิจกรรมได้หลากหลายให้คุ้มค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าที่พักและค่าวีซ่าท่องเที่ยวที่เสียไปค่ะ ส่วนนักเรียนนักศึกษาจากไทย ก็ประจวบตรงกับช่วงปิดเทอมซัมเมอร์ยาวที่ไทยพอดี คุณพ่อคุณแม่ก็เลยถือโอกาสส่งมาเรียนภาษาอังกฤษช่วงปิดเทอม ณ ประเทศที่เป็นที่นิยมมากในช่วงนี้ ก็คือ ออสเตรเลีย กับ นิวซีแลนด์ ด้วยสภาพแวดล้อมที่สะอาดปลอดภัย การเมืองสงบ ไม่วุ่นวาย ที่มาควบคู่กับคุณภาพทางการศึกษาที่ดีเป็นเลิศ คุณพ่อคุณแม่หลายท่านก็ตามมาท่องเที่ยวเปิดหูเปิดตาและถือโอกาสพักผ่อนไปในตัวด้วยพร้อมๆ ลูกไปเลย การเดินทางมาเรียนภาษาพร้อมการท่องเที่ยวในระยะสั้นไม่เกิน 3 เดือนเช่นนี้ หรือสำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่อยากเดินทางมาท่องเที่ยวหรือมาเยี่ยมเยียนลูกๆ ที่เรียนหนังสือที่นี่อยู่แล้ว ก็สามารถมาโดยการขอวีซ่าท่องเที่ยวได้ค่ะ

หลายท่านอาจคิดว่าการสมัครวีซ่าท่องเที่ยวไปออสเตรเลียเป็นเรื่องง่ายๆ ที่ใครๆ ก็ทำได้ จริงไหมคะ จริงอยู่สำหรับคนที่ไม่เคยมีประวัติเสียทางวีซ่ามาก่อนและมีคุณสมบัติครบตามที่ระบุไว้ในเงื่อนไขของการขอวีซ่าท่องเที่ยว ก็จะมีโอกาสผ่านวีซ่าได้ค่ะ แต่สำหรับใครก็ตามที่เคยมีประวัติเสียทางวีซ่ามาก่อน เช่น เคยถูก ban หรือถูกปฏิเสธวีซ่าตัวใดตัวหนึ่งมาก่อน และไม่มั่นใจว่าตนเองจะเสี่ยงต่อการถูกปฏิเสธวีซ่าซ้ำไหมก็ควรมาพบและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายวีซ่าอย่างคุณหมอวีซ่าเพื่อประเมินสถานการณ์ว่ามีโอกาสผ่านวีซ่าได้มากน้อยแค่ไหนก่อนยื่นวีซ่าน่าจะดีกว่าค่ะ คุณหมอวีซ่าว่าทำวีซ่าทั้งทีทำครั้งเดียวให้ผ่านฉลุยไปเลยดีกว่าค่ะจะได้ไม่ต้องเสียเงิน เสียเวลา เสียประวัติวีซ่า และที่สำคัญพลาดโอกาสได้ใช้เวลาท่องเที่ยวกับครอบครัวอีก แบบนี้ไม่คุ้มกันเลยค่ะ

พอพูดถึงเรื่องวีซ่าท่องเที่ยวก็ทำให้คุณหมอวีซ่านึกถึงเรื่องราวลูกค้าของเราท่านหนึ่งชื่อว่า คุณน่ารัก (นามสมมติ) คุณน่ารักเป็นลูกค้าที่ไว้วางใจให้ซีพีฯดูแลเรื่องวีซ่ามาโดยตลอดตั้งแต่สมัยถือ Student Guardian Visa เพื่ออยู่ดูแลลูกทั้งสองที่เรียน High School ที่เมลเบิร์น เนื่องจากวีซ่าประเภทนี้ไม่อนุญาตให้ทำงาน แต่สามารถเรียนหนังสือได้ คุณน่ารักเองก็ยังใช้บริการกับฝ่ายการศึกษาของเราและลงเรียนคอร์สถ่ายรูปกับสถาบันชื่อดังแห่งหนึ่งในเมลเบิร์น เรียกว่าเป็นลูกค้าขาประจำของซีพีฯเลยนะคะ ทีมงานทราบดีว่าคุณน่ารักเป็นคนซื่อสัตย์และทำตามกฎวีซ่าออสเตรเลียอย่างเคร่งครัดมาโดยตลอดไม่งั้นคงไม่ได้อยู่เมลเบิร์นดูแลลูกๆ ได้นานขนาดนี้ แต่ไม่น่าเชื่อว่าเมื่อเดือนมิถุนายนปีที่ผ่านมาคุณน่ารักร้อนใจติดต่อซีพีฯ อย่างด่วนให้ช่วยแก้วีซ่าท่องเที่ยวที่ไปยื่นเองและถูกปฏิเสธติดต่อกันถึง 2 ครั้ง ทางเราตกใจมากและคิดว่าต้องคุยกันโดยละเอียดว่าสถานการณ์เป็นมาอย่างไรถึงได้โดนปฏิเสธวีซ่ามา

เมื่อคุยแล้วได้ความว่า คุณน่ารักลับมาไทยและยื่นขอวีซ่าท่องเที่ยวเองผ่านระบบออนไลน์ตามปกติเพราะอยากไปร่วมงานรับปริญญาลูกชายและลูกสาวที่กำลังจะมาถึง ต้องบอกเลยนะคะว่าลูกชายลูกสาวของคุณน่ารักเป็นเด็กขยันและตั้งใจเรียนจนกระทั่งได้จบมหาวิทยาลัยดังที่ติดอันดับ Group of 8 อย่าง University of Melbourne และ Monash University ไม่แปลกใจเลยค่ะว่าทำไมคุณน่ารักถึงร้อนอกร้อนใจรีบติดต่อนัดปรึกษากับคุณหมอวีซ่าหลังโดนปฏิเสธวีซ่าด่วนขนาดนั้น เพราะว่าต้องการวีซ่าท่องเที่ยวไปร่วมแสดงความยินดีกับความสำเร็จของลูกทั้งสองที่ตนเองบากบั่นเลี้ยงดูส่งเสียมาจนจบปริญญาตรี อ่านดูแล้วก็ไม่น่ามีเหตุผลอะไรที่คุณน่ารักจะโดนปฏิเสธวีซ่าจริงไหมคะ พอเรามาดูรายละเอียดแล้ว ก็พบว่ามีเรื่องติดขัดเพียงเล็กน้อยที่สร้างความเข้าใจผิดให้กับสถานทูตฯ ในขณะที่คุณน่ารักถือ Student Guardian Visa อยู่ที่ออสเตรเลีย บวกกับตอนนั้นมหาวิทยาลัยยังไม่ได้กำหนดวันและมีจดหมายอย่างเป็นทางการ คุณน่ารักเลยไม่ได้แนบหลักฐานนี้เข้าไปมากมาย และคิดว่าตนไม่ได้ทำอะไรผิดและผ่านวีซ่าท่องเที่ยว ประวัติดีมาโดยตลอด จึงไม่คิดว่าจะมีปัญหาอะไร พอโดนปฏิเสธครั้งแรกยังลองยื่นขอวีซ่าอีกแต่ก็โดนปฏิเสธกลับมาอีกเช่นเดิม คุณหมอวีซ่าจำได้ว่า เนื่องจากเป็นเคสเร่งด่วน ตอนนั้นทีมงานของเรารีบเตรียมเอกสาร เขียนอธิบายเหตุผลที่ขอวีซ่าท่องเที่ยวพร้อมแนบหลักฐานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้เคสปฏิเสธวีซ่าท่องเที่ยวให้คุณน่ารักกัน ใช้เวลาเพียงแค่สัปดาห์เดียวซึ่งถือว่าทำงานกันเร็วมากกับเคสที่ถูกปฏิเสธมาถึง 2 ครั้งเพราะไม่อยากให้คุณน่ารักพลาดงานสำคัญของลูกรักทั้งสองไป ในที่สุดคุณน่ารักก็ได้วีซ่าท่องเที่ยวออสเตรเลียชั่วคราว 3 เดือน พอได้วีซ่าปุ๊บคุณน่ารักดีใจมากๆ รีบคอนเฟิร์มตั๋วเครื่องบินและบินไปร่วมงานรับปริญญาลูกชายในวันถัดไปพอดิบพอดี ส่วนงานรับปริญญาลูกสาวก็อยู่ใกล้วันหมดอายุวีซ่าของคุณน่ารัก คุณน่ารักก็รีบบินกลับทันทีหลังเสร็จธุระทั้งหมดในออสเตรเลียโดยไม่ผิดกฎวีซ่าแม้แต่นิดเดียว นับเป็นเคสวีซ่าที่ลุ้นตื่นเต้นกันสุดๆ เลยค่ะ

เมื่อต้นปี 2017 คุณน่ารักติดต่อกับซีพีฯอีกครั้งเพื่อขอวีซ่าท่องเที่ยว เพราะกลัวโดนปฏิเสธวีซ่าแบบครั้งก่อนจึงให้คุณหมอวีซ่าและทีมงานช่วยดูแลจะชัวร์กว่า ครั้งนี้คุณน่ารักคิดถึงลูกสาวที่กำลังเรียนต่อปริญญาโท และได้ข่าวว่าลูกสาวเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์จนรถพังเสียหาย โชคยังดีที่ตัวน้องเองไม่ได้เป็นอะไร แต่ความเป็นแม่ของคุณน่ารักอดห่วงไม่ได้ ต้องรีบบินไปหา จึงมาหาคุณหมอวีซ่าให้ขอวีซ่าท่องเที่ยวให้อีกครั้งโดยได้แจ้งว่าปลายปีอาจจะต้องไปงานรับปริญญาลูกสาวอีกครั้งนึง และอยู่ที่ออสเตรเลียนานไม่ได้เพราะมีพันธะธุรกิจที่ไทย ทางเราจึงพยายามเขียนเหตุผลและแนบเอกสารพร้อมเพื่อลองขอ Multiple Entry visa ให้คุณน่ารัก ก่อนทำวีซ่าคุณหมอวีซ่าเองก็เรียนคุณน่ารักตามตรงนะคะว่า ไม่สัญญาว่าจะได้ Multiple Entry visa หรือเปล่าเพราะคุณน่ารักเคยถูกปฏิเสธวีซ่ามาก่อน และตามจรรยาบรรณของ Registered Migration Agent (RMA) ไม่อนุญาตให้เราการันตีผลวีซ่าอยู่แล้ว เพราะการพิจารณาผลขึ้นอยู่กับดุลพินิจของเจ้าหน้าที่สถานทูตเท่านั้นค่ะ แต่เราก็เตรียมเอกสารให้ดีที่สุดเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดเหมือนเดิมค่ะ พอเรายื่นวีซ่าท่องเที่ยวให้คุณน่ารักไปไม่นานผลก็ออกและในที่สุดคุณน่ารักก็ได้วีซ่าท่องเที่ยว แถมได้แบบ Multiple Entry ไปเยี่ยมลูกสาวได้บ่อยๆ สมใจหายคิดถึงลูกกันไปเลยค่ะ เมื่อคุณน่ารักทราบข่าวดี ก็ดีใจยกใหญ่จนอีเมล์มาชื่นชมทีมงานอย่างที่เห็นกันด้านล่าง ทางเราก็ขอขอบคุณกับความร่วมมือและความไว้ใจที่คุณน่ารักมีให้กับทีมงานซีพีฯต้นเสมอปลายมาโดยตลอดนะคะ





ท้ายที่สุดนี้ คุณหมอวีซ่าก็อยากฝากเรื่องราวของคุณน่ารักไว้เป็นอุทาหรณ์ สำหรับใครที่ไม่แน่ใจว่าตัวเองมีประวัติวีซ่าเสีย ร้ายแรงแค่ไหน มีทางแก้ไหม อย่าให้เรื่องไม่ผ่านวีซ่ามาทำให้แฟนคลับคุณหมอวีซ่าต้องปวดหัวและพลาดโอกาสสำคัญ หรือพลาดไม่ได้ไปท่องเที่ยวที่ออสเตรเลียกับครอบครัวหรือคนรักของเราเลยนะคะ หลายๆ ครั้ง ก็เป็นปัญหาที่แก้ไขได้ เพียงต้องใช้เวลาเขียนคำอธิบายให้ดีๆ อิงตามนโยบายของกฎหมาย ก็มีโอกาสผ่านค่ะ

ขอให้ทุกท่านมีความสุขในวันหยุดพักผ่อนเดือนเมษายนนี้ค่ะ คุณหมอวีซ่าต้องขอลาไปก่อน แล้วพบกับเรื่องราววีซ่าที่น่าสนใจในเดือนหน้านะคะ Happy Holidays Everyone!!

ด้วยความปรารณาดี


คุณหมอวีซ่า


วันอังคารที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2560

วีซ่านักเรียนออสเตรเลียโดนยกเลิกที่สนามบิน เอาคืนได้ – เรื่องของการตีความภาษากฎหมายง่ายๆ


เรื่องนี้เป็นเรื่องที่โพสท์โดย คุณ Michael Arch เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2017 ในวารสารอัพเดทข่าวสารที่ส่งถึง Migration agents ที่เป็นสมาชิกของ Migration Alliance ทั้งหลาย คุณหมอวีซ่าเห็นว่าข้อมูลนี้มีประโยชน์ต่อท่านผู้อ่าน เลยขออนุญาตถอดความย่อๆเป็นภาษาไทยมาแชร์ความรู้กับแฟนๆพันธุ์แท้ของคุณหมอวีซ่านะคะ


เรื่องของเรื่อง คือ มีผู้ถือวีซ่านักเรียนเดินทางออกนอกประเทศ เพื่อกลับไปเยี่ยมบ้าน แต่จู่ๆเจ้าหน้าที่อิมมิเกรชั่นที่สนามบินก็แจ้งว่า วีซ่านักเรียนของคุณถูกยกเลิกไปแล้ว คุณบินออกไปแล้ว ไม่สามารถกลับเข้าออสเตรเลียด้วยวีซ่าตัวนี้ได้อีกแล้ว (จะด้วยสาเหตุใดก็ตาม) คุณควรทำอย่างไร เพราะ airport ถือว่าเป็นเขต immigration clearance หมายความว่าเจ้าหน้าที่มีอำนาจ cancel visa คุณเพื่อส่งกลับทันที แล้วคุณก็จะโดนสั่งห้าม (ban) ไม่ให้กลับเข้ามาออสเตรเลียในช่วงที่โดน ban จะเป็นกี่ปีก็ตาม  คำถาม ก็คือ คุณจะเพียงแค่ยอมรับชะตากรรม ขึ้นเครื่องกลับบ้านแต่โดยดี โดยไม่รู้สิทธิ์ของตนเองตามกฎหมาย ไม่ตั้งคำถาม ไม่สู้ ยอมแพ้เลย ทั้งๆที่ยังไม่ผ่านการพิสูจน์ว่าคุณถูกหรือผิดเลยหรือ?
เรื่องทำนองเดียวกันนี้ จะเห็นมีการลงข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์อยู่บ่อยๆ โดยเฉพาะช่วงนี้ ข่าวทำนองนี้ที่อเมริกามากันแรงมาก ส่วนที่ออสเตรเลีย ก็มีกรณีเช่นนี้เกิดขึ้นเป็นประจำหลายกรณีผู้ถูกปรักปรำที่ไม่ยอมแพ้ ก็จะสู้เพื่อสิทธิ์ของตนเองโดยการจ้างทนาย นำเรื่องไปขึ้นศาล Federal Courts ดั่งกรณีที่เพิ่งเกิดขึ้นไม่กี่วันก่อนคริสต์มาสที่เพิ่งผ่านมาปีที่แล้ว คือเรื่องของ Kaur v Minister for Immigration and Border Protection (2016) FCA 3289 (22 December 2016) เป็นต้น
ข้อเท็จจริงก็คือ ผู้ถือวีซ่าท่านนี้ อายุ 21 ปี สัญชาติอินเดีย ได้รับการอนุมัติวีซ่านักเรียนมาตั้งแต่เดือน May 2014  ตอนช่วงต้นปี 2016 หล่อนได้ไปสมัครเรียนหลักสูตร Diploma of Hospitality เป็นเวลายาวไปตลอดถึงสิ้นปี แต่หล่อนได้ไปยกเลิกถอนคอร์สเรียนไปในระหว่างปี 2016 ตอนสัมภาษณ์ที่สนามบิน หล่อนก็ยอมรับว่าตนเองได้ไปทำงาน 5 วันต่อสัปดาห์ ตั้งแต่ 12:30 p.m. ถึง 10 p.m. เจ้าหน้าที่มีหลักฐานที่ค้นพบจากโทรศัพท์หล่อนว่าหล่อนได้ทำงานเกิน 40 ชั่วโมงต่อทุกสองสัปดาห์จริงตลอดเดือนดังกล่าว  
ดูตามสถานการณ์แล้ว วีซ่าหล่อนไปไม่รอดแน่ๆ จริงไหมคะ? เจ้าหน้าที่ที่สนามบินก็อาศัยมาตรากฎหมายตามเงื่อนไขวีซ่านักเรียนข้อที่ 8105(1) ยกเลิกวีซ่าหล่อนไปอย่างเรียบร้อย
โดยเงื่อนไขข้อนี้มีความว่า
“8105….(1)….the holder must not engage in work in Australia for more than 40 hours a fortnight during any fortnight when the holder’s course of study or training is in session”.1
สั้นๆคือห้ามทำงานเกิน 40 ชั่วโมงต่อทุกสองสัปดาห์ ในช่วงที่เปิดเรียน นั่นเอง
เรื่องที่โต้แย้งกันใน Federal Circuit Court เรื่องหนึ่ง ก็คือ เงื่อนไข 8105 นี้ มีผลใช้บังคับตลอดระยะเวลาของหลักสูตรที่ผู้ถือวีซ่านักเรียนได้ลงทะเบียนไว้ หรือ เฉพาะช่วงที่นักเรียนต้องไปเข้าเรียน หรือ มีผลบังคับให้เรียนเพื่อให้จบหลักสูตรเพียงเท่านั้น  
มีการยื่นเรื่องอุทธรณ์เข้าไปในระดับศาล Federal Court ตามข้อสรุปของท่านผู้พิพากษา Judge Pagone ท่านสรุปว่ากรณีนี้ ตัดสินได้ง่ายๆและอย่างตรงไปตรงมา เลยทีเดียว
กล่าวคือ: เนื่องจากผู้ยื่นเรื่องไม่ได้มีการลงทะเบียนเรียนในหลักสูตรใดๆ ในช่วงที่หล่อนทำงานเกิน 40 ชั่วโมงต่อสองสัปดาห์ ตรงกับช่วงที่หล่อนเพิกถอนหลักสูตรพอดี  Condition 8105 ก็เลยใช้บังคับหล่อนไม่ได้ สรุปกันง่ายๆ ก็คือ เงื่อนไขตัวนี้ใช้บังคับผู้ถือวีซ่านักเรียนที่ไม่ได้อยู่ในช่วงลงทะเบียนในหลักสูตรไม่ได้ ดังนั้น จดหมายยกเลิกวีซ่านักเรียนของหล่อนที่ออกโดยอิมมิเกรชั่นจึงถือว่าใช้งานตามกฎหมายไม่ได้ หล่อนชนะเคสในชั้นศาล และได้วีซ่านักเรียนคืนมาเรียบร้อย
อีกประการที่น่าสนใจ คือ เจ้าหน้าที่อิมฯที่สนามบิน ได้เขียนเพิ่มในเหตุผลของการยกเลิกวีซ่าของนักเรียนท่านนี้ โดยไม่เพียงแต่อาศัยเหตุผลของการทำผิดเงื่อนไข 8105 เท่านั้น หากแต่ยังไปอ้างโยงถึงการผิดเงื่อนไข 8202 ด้วย (ซึ่งปกติจะไม่ค่อยใช้เป็นฐานในการยกเลิกวีซ่า) ว่า
 “…you have not complied with Condition 8105 of your visa because you have engaged in work in Australia for more than 40 hours a fortnight and also because you worked whilst not holding a certificate of enrolment and were not enrolled in any further course of study. These activities are not within the scope of activities allowed under Condition 8105.”
ปัญหาก็คือ เหตุผลที่เจ้าหน้าที่ใช้อ้างอีกประการว่าเด็กทำผิดเงื่อนไข 8105 เพราะเด็กไม่ได้ถือ COE ปัจจุบันนั้น แท้จริงเป็นการอ้างผิดเงื่อนไข เพราะ 8105 ไม่เกี่ยวกับเงื่อนไขการถือหรือไม่ถือ COE ตัวปัจจุบันแต่อย่างใด แต่เป็นเรื่องของเงื่อนไขตัว 8202 ตามกฎหมาย
ดังนั้น จากการที่เจ้าหน้าที่อิมฯสับสนต่อการอ้างเหตุผลผิดๆถูกๆตามเนื้อหาของกฎหมายที่ถูกต้อง  ท่านผู้พิพากษา Judge Pagone จึงตัดสินว่าทางอิมมิเกรชั่นไม่ได้ทำหน้าที่ระบุเงื่อนไขในการยกเลิกวีซ่านักเรียนในครั้งนี้อย่างถูกต้อง (ตามที่ มาตรา sections 119 and 120 of the Migration Act บังคับ) จึงส่งผลให้จดหมายยกเลิกวีซ่าครั้งนี้ไม่มีผลบังคับใช้ได้ตามกฎหมาย วีซ่านักเรียนของนักเรียนท่านนี้ จึงต้องคืนวีซ่าตัวนี้ให้เด็ก 
เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า: การที่จู่ๆวีซ่านักเรียนถูกเขายกเลิกนั้น  ไม่ได้ถือว่าเป็นจุดจบ จนท่านต้องแพ๊คกระเป๋ากลับบ้านนะคะ ท่านยังสามารถสู้คดีในชั้นศาลเพราะอาจพบความผิดปกติในจดหมายยกเลิกวีซ่าที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย หากเป็นเช่นนั้น การยกเลิกวีซ่าของท่านก็ถือว่าเพิกถอนไปได้ตามอำนาจศาล ส่งผลให้ท่านได้วีซ่านักเรียนกลับไปครอบครองอีกทีได้นะคะ  
(บทความนี้แปลมาจาก คดีที่ดำเนินการโดย Concordialaw)

ก่อนจะจบบทความวันนี้ คุณหมอวีซ่าขอแสดงความยินดี กับ นักศึกษาดีเด่นสองท่านที่ทางบริษัท CP International เพิ่งส่งข้ามฝั่งไปเรียนต่อที่ประเทศออสเตรเลียด้วยความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง

1.    น้องเบน หรือ Poot Archavakom 

น้องอายุ 19 ปี จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 จากโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย รังสิตค่ะ
โดยคุณแม่ของน้องติดต่อเข้ามาทางโทรศัพท์ ประมาณ ปลายปีที่แล้ว (ปี 2016) ว่ามีแพลนต้องการให้น้องไปเรียนต่อที่ Sydney ตอนแรกคุณแม่อยากจะให้น้องลงเรียนแค่ Diploma ทางด้าน Business อย่างเดียว เพราะไม่มั่นใจว่าน้องจะชอบไหม  แต่เนื่องจากวีซ่านักเรียนค่อนข้างยากในสมัยนี้ หากลงแต่ Diploma ในโรงเรียนธรรมดาย่อมสร้างความเสี่ยงได้ เพราะน้องจบเพียงชั้นม. 6 พี่ที่ปรึกษาฝ่ายวีซ่านักเรียนที่ ซีพี อินเตอร์ฯ จึงแนะนำให้คุณแม่ลองดูคอร์ส Diploma ในมหาวิทยาลัย หรือ TAFE แทน จากนั้นคุณแม่ตัดสินใจให้น้องสมัคร Diploma of Business ที่ Insearch พี่ที่ซีพี อินเตอร์ฯ จึงแนะนำเพิ่มเติมให้ทำเป็น Package กับทางมหาวิทยาลัย University of Technology หรือ UTS เลยทีเดียว เพื่อที่น้องจะได้วีซ่ายาว คุณแม่จะได้ไม่ต้องกังวลใจเรื่องการต่อวีซ่าภายหลัง

ทั้งนี้น้องเองก็เป็นเด็กเก่ง มีผล IELTS มาให้แล้ว แต่เนื่องจากเกณฑ์การเข้าเรียนมาตรฐานสูง จึงลงเรียนภาษาอังกฤษเพิ่มเติม พี่ๆยื่นวีซ่านักเรียนให้น้องไปเมื่อวันที่ 23 January 2017 และวีซ่าก็ผ่านในวันที่ 1 February 2017 ภายในหนึ่งสัปดาห์ค่ะ ทั้งๆที่พิจารณาที่ Perth ซึ่งทุกคนก็รู้ว่าเคี่ยวฝุดๆ
ตอนนี้น้องได้เดินทางไปเรียนที่ Insearch เรียบร้อยแล้วค่ะ คุณหมอวีซ่าก็ขอแสดงความยินดีกับคุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกเรียนเก่ง ตั้งใจ และน่ารักมาก ขอให้น้องประสบความสำเร็จในการศึกษาต่อต่างประเทศครั้งนี้ และถ้าอนาคต อยากทำงานหรืออยู่ต่อจนได้สัญชาติที่ออสเตรเลีย ก็มาพบคุณหมอวีซ่านะคะ ยินดีแนะแนวและชี้แนะตามกฎหมายให้ค่ะ



2.    น้องวอม (อุเทน วงศ์วัฒนาอารี)

น้องวอมก็เป็นเด็กเก่งอีกคน ที่สร้างความภาคภูมิใจให้กับคุณพ่อคุณแม่ น้องพึ่งจะจบปริญญาตรี คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมเครื่องกล จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2559 ก่อนจะเรียนจบ น้องมาทำเรื่องสมัครเรียนภาษา + Master of Management (Extension) ที่ UTS มหาวิทยาลัยที่ดังทางวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี่ ไว้ก่อนล่วงหน้า และได้เข้ามาทำข้อสอบของ Insearch ที่ออฟฟิศ CP Bangkok พอจบปุ๊บ  พี่ที่ CP Inter ยื่นวีซ่านักเรียนให้ไปเมื่อวันที่ 10/02/2017 วีซ่าผ่านเมื่อวันที่ 21/02/2017 ตอนนี้กำลังเตรียมตัวเดินทางไปศึกษาต่อต่างประเทศแล้วค่ะ

สาขาวิศวะฯ เป็นอาชีพขาดแคลนของประเทศออสเตรเลีย เช่นเดียวกับน้องเบน หากน้องวอใกล้จบหรือในระหว่างเรียน อยากวางแผนว่าจบแล้ว อยากทำงานต่อ หรืออาศัยอยู่ต่อในประเทศออสเตรเลีย จนสามารถได้เพิ่มมาอีกหนึ่งสัญชาติ ว่าจะต้องทำวีซ่าอย่างไร ก็นัดเข้ามาพบคุณหมอวีซ่าเลยนะคะ จะช่วยดูแลให้ด้วยความยินดีเป็นอย่างยิ่งค่ะ


Footnote:

       ปัจจุบัน ทางอิมมิเกรชั่นได้แก้ไข Condition 8105 ใหม่ และได้ตีพิมพ์ลงบนเว็บไซต์ https://www.border.gov.au/Trav/Stud/More/Visa-conditions/visa-conditions-students ดังนี้

You cannot work more than 40 hours per fortnight when your course is in session (other than work which has been registered as a part of the course). A fortnight means any period of 14 days commencing on a Monday and ending at the end of the second following Sunday.

You can work for more than 40 hours per fortnight during recognised vacation periods offered by your education provider.

You cannot start paid work until you have started your course in Australia.

No work limits apply if you are studying a Masters by research or Doctorate course in Australia.”