“คุณหมอวีซ่า”

รูปภาพของฉัน
โดย Pip Panasbodi (MARN 9896337) ผู้เชี่ยวชาญด้านวีซ่าประจำ CP International Education & Migration Centre www.cpinter.com.au

วันศุกร์ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2560

อย่าปล่อยให้ความรักมีปัญหาเพราะเรื่องวีซ่า

สวัสดีค่ะ แฟนคลับของคุณหมอวีซ่าทุกท่าน หัวข้อในวันนี้ อาจจะหวานแหววจนมดขึ้นนิดหน่อยนะคะ โดยเฉพาะสำหรับคนไทย ไม่ว่าจะเป็น คู่ชาย-หญิง หรือคู่เพศเดียวกัน ที่มีแฟนถือสัญชาติออสซี่หรือถือวีซ่าถาวรที่เรียกว่า Permanent Resident หรือเรียกสั้นๆว่า PR หลากหลายท่านได้เข้ามาพบกับคุณหมอวีซ่าเพื่อมาปรึกษาหารือว่าตนเองอยากจะย้ายไปอยู่กับแฟนที่ออสเตรเลียใจจะขาด  แต่มีความกังวลเรื่องวีซ่าคู่หมั้นหรือคู่รักกันอยู่เลยยังไม่กล้ายื่นเสียทีนะคะ จากที่ถามๆ ลูกค้าที่มากันส่วนใหญ่ก็มักจะมีเหตุผลดังต่อไปนี้เลยมาติดต่อให้คุณหมอวีซ่าช่วยดูแลวีซ่าให้ค่ะ


·      ส่วนใหญ่กลัวจะยื่นวีซ่าแล้วไม่ผ่าน เนื่องจากมีความซับซ้อนในกรณีของตนหรือแฟน และไม่รู้วิธีแก้ไข เช่น มีปัญหาวีซ่า เคยถูกปฏิเสธ ถูกยกเลิกวีซ่ามาก่อน มีคดีแพ่งหรือคดีอาญาติดมาในประวัติ มีโรคประจำตัวหรือโรคติดต่อร้ายแรงที่ไม่กล้าปรึกษาใครและกลัวมีผลกระทบต่อวีซ่า ความสัมพันธ์ซับซ้อน ปัญหาอดีตคนรักเก่าของแฟน และของเรา เรื่องลูกที่ติดมา หรือเรื่องอื่นๆซึ่งอาจจะมีผลต่อการพิจารณาวีซ่า·      อยู่กับแฟนมาหลายปีแล้วที่ออสเตรเลีย แต่แฟนเป็นผี ไม่มีวีซ่า ไม่กล้าไปยื่นวีซ่า เพราะกลัวแฟนถูกส่งออกนอกออสเตรเลียไปแล้วกลับเข้ามาไม่ได้อีก หลักฐานก็ไม่ได้เคยเก็บด้วยกัน เพราะไม่กล้าพาแฟนไปทำเอกสารธนาคาร หรือเอกสารราชการใดๆ กลัวแฟนจะถูกแจ้งเข้าอิมมิเกรชั่นแล้วโดนส่งกลับ
·      อ่านเว็บไซต์ของอิมมิเกรชั่นแล้วก็ยังไม่เห็นภาพ ข้อมูลสับสน จับต้นชนปลายทำวีซ่าด้วยตัวเองไม่ถูก ไม่รู้ว่าจะไปติดต่อถามคำถามกับใครที่ไหนที่ไว้ใจได้ ไม่หลอกเงินตนไปแล้วไม่ได้วีซ่า
·      หาข้อมูลใน Internet ที่แชร์กันไปมา แต่พอมาถึงเคสตนเอง นึกว่าทุกอย่างยื่นเข้าไปโอเคแล้ว แต่กลับรอผลนานมาก จึงไม่แน่ใจจริงๆ ว่าข้อมูลเหล่านั้นน่าเชื่อถือได้เพียงใด หรือเป็นข้อมูลที่อัพเดตจริงๆ หรือไม่
·      กรอกฟอร์มจนตาลาย กรอกผิดกรอกถูก ไม่สันทัดในภาษาอังกฤษ เลยไม่กล้ายื่นเพราะกลัวถูกปฎิเสธ·      ไม่แน่ใจว่าต้องใช้เอกสารมากน้อยเพียงใดจึงจะตอบโจทย์อิมมิเกรชั่น เอกสารชิ้นใดต้องยื่นตัวจริงไหม เป็นต้น·      เรื่องการถูกสัมภาษณ์ บางคนเตรียมเอกสารอย่างดี แต่พลาดเวลาสัมภาษณ์โดนปฏิเสธวีซ่ามา ทั้งๆ ที่ความสัมพันธ์เป็นจริงก็มี·      ค่ายื่นที่จะต้องชำระกับทางอิมมิเกรชั่นสูง ไม่กล้าเสี่ยง (ปัจจุบันอยู่ที่ 189,200 บาท ข้อมูล ณ วันที่ 6 ตุลาคม 2017) เพราะหากวีซ่าโดนปฏิเสธมา เงินก็เสียทั้งก้อน ไม่ได้คืน ซึ่งผู้ที่มาปรึกษาคุณหมอวีซ่า หลายๆคนไม่ได้เกรงเรื่องเงินที่จะเสียไป แต่ส่วนใหญ่แล้วมักจะไม่มั่นใจว่าวีซ่าจะผ่านหรือเปล่า บางคนเกรงว่าถ้าหากยื่นวีซ่าเข้าไปแล้วไม่ผ่านแล้วต้องทำเรื่องใหม่ขึ้นมาหรือยื่นอุทธรณ์นั้น เกรงว่าประวัติจะเสีย แถมยังอาจต้องรออีกเป็นปีๆ แฟนจะหายตัวไปซะก่อนด้วยสิ ระยะเวลารอผลวีซ่าก็ยาวนาน หากเป็นเคสมีปัญหาก็รอนานแรมเกินปี สองปี ก็เป็นไปได้·      กรณีที่มีแฟน มีความสัมพันธ์กัน รู้ว่าเขาคงรักเรา เรารักเขา แต่ยังไม่แน่ใจว่าเขาจะยินดีตกลงปรงใจเป็นสปอนเซอร์ให้ ออกเงินค่าทำเรื่องให้เราหรือไม่ ครั้นจะคุยกับแฟน ก็เขินปาก แถมภาษาอังกฤษก็ไม่ได้แข็งแรงมาก ไม่รู้จะพูดอย่างไรดี ขอคุณหมอวีซ่าคุยกับแฟนให้หน่อย จะได้ปิดเคส·      อยากพาลูกไปอยู่ด้วย คุณหมอวีซ่าช่วยคุยถึงข้อดีข้อเสียให้สปอนเซอร์ฝั่งออสซี่ฟังให้เข้าใจและเห็นด้วยกับหนูให้หน่อย...ฯลฯ สารพัดตัวอย่าง มากมายหลายเคส คุณหมอวีซ่าก็ดีใจที่มีโอกาสช่วยปิดเคส สร้างความเข้าใจระหว่างทั้งสองฝ่ายให้ได้เป็นอย่างดี ทำวีซ่าให้ฝั่งแฟนคนไทยไปอยู่ร่วมกับฝั่งออสซี่ได้โดยราบรื่น ในหลายๆกรณีก็พ่วงลูกตามไปด้วย หรือไม่ก็สปอนเซอร์ลูกตามไปให้ทีหลังก็มี
เรื่องของเคสวีซ่าที่น่าสนใจในเดือนนี้ก็จะเป็นเคสวีซ่าคู่ครอง หรือ Partner Visa ที่เพิ่งได้รับอนุมัติผ่านมาสดๆร้อนๆค่ะ (ความจริง ทาง CP International เราก็มีเคสผ่านอยู่บ่อยๆเกือบทุกวันอยู่แล้ว ในวีซ่าต่างๆนานาประเภท ทั้งวีซ่าท่องเที่ยว-เยี่ยมญาติเยี่ยมเพื่อนเยี่ยมลูก วีซ่านักเรียน วีซ่าทำงานหลังเรียนจบ วีซ่าคู่ครอง-คู่หมั้น วีซ่านักธุรกิจ วีซ่านักลงทุน วีซ่าทำงานแบบมีนายจ้างสปอนเซอร์ วีซ่าทักษะที่อาศัยอาชีพวุฒิและประสบการณ์งานของตน วีซ่าลูก วีซ่าพ่อแม่ และอื่นๆ เป็นต้น) สำหรับเคสนี้ ลูกค้าเคยถือวีซ่านักเรียนมาก่อนแล้วไปพบรักที่ออสเตรเลีย แต่มีปัญหาวีซ่านักเรียนต้องขึ้นศาลอุทธรณ์ แต่ไม่ได้เข้าไปขึ้นศาลด้วยเหตุสุดวิสัย จึงต้องอยู่ในออสเตรเลียโดยไร้วีซ่า ตามประสาชาวบ้านที่เรียกว่า เป็นผีมาร่วม 6 เดือนเห็นจะได้  ใจนึงก็ไม่รู้จะติดต่อขอความช่วยเหลือจากใคร เพราะหาคนไว้ใจยาก กลัวจะโดนหลอก ตกเป็นเหยื่อของคนที่หวังจะฉกฉวยผลประโยชน์จากคนไทยที่อาศัยอยู่ในต่างประเทศ อีกใจนึงก็คิดว่าถ้าบินกลับไทยไปก็จะอาจไม่ได้เจอกับแฟนอีก การไม่ได้อยู่ใกล้ชิดกับแฟน ก็เกรงว่าความสัมพันธ์อาจจืดจางลงไปก็เป็นไปได้ เลยปล่อยเฉย ไม่ได้ไปทำอะไรกับสถานะวีซ่าตนเลย จนกระทั่งวันนึงไปจ๊ะเอ๋กับเจ้าหน้าที่ตำรวจในขณะขับรถและโดนขอตรวจวีซ่า ซึ่งก่อให้เกิดหลากหลายปัญหาตามมาหลายเรื่อง และหลังจากสืบสอบถามจากเพื่อนฝูงมามากมาย ก็ได้ความมั่นใจที่จะมาพบกับคุณหมอวีซ่าและทีมงาน และทีมงานเราก็ทำงานหนักและจริงใจ ช่วยกู้สถานการณ์ จนได้วีซ่าคู่รักมาครองค่อนข้างไว และวันนี้ทีมงานเราก็ปลื้มมากที่ได้ feedback
จากทางคู่หนุ่มสาวทั้งสองท่าน (เขียนมาให้ด้วยตนเองผ่านทางอีเมล) ดังนี้


-    ผู้สมัคร (): ตอนแรกผมกังวลเรื่องการยื่นวีซ่าครั้งใหม่กลัวจะมีปัญหาและจะใช้เวลานานเพราะผมเคยวีซ่าขาด เมื่อนัดหลังนัดปรึกษาส่วนตัวแล้วก็รู้สึกโอเคขึ้นมา มีความหวังขึ้นหลังจากที่ได้ฟังคำอธิบายในหลายๆเรื่อง ส่วนทางการบริการของทีมงานคุณหมอวีซ่าโอเคมากๆ ติดตามดีมาก และคอยช่วยเตือนเราตลอดทุกครั้งอย่างรวดเร็วเมื่อทางสถานทูตติดต่อมา ช่วยแบ่งเบาได้เยอะมากคอยแนะนำและให้คำปรึกษา เลยอยากให้ผู้ที่พบปัญหาคล้ายๆ กัน ก็ขอให้อย่าเพิ่งหมดหวัง ลองเข้าไปปรึกษาดูก่อนครับ


-    สปอนเซอร์ (): คิดว่าวีซ่าของแฟนดิฉันจะไม่ผ่านแน่ๆ ความหวังน้อยมาก เพราะทางฝ่ายชายมีคดีด้วย และยังโดนจับและต้องส่งกลับเมืองไทย วีซ่าขาดก็ขาดนานแล้ว ไม่รู้จะทำอย่างไร เพราะเพื่อนคนไทยที่ออสเตรเลียด้วยกัน เขาบอกว่ายังไงแฟนก็ต้องโดนแบน 3 ปีแน่นอนเพราะวีซ่าเดี๋ยวนี้ขอยาก แต่โชคดีที่ปรึกษาคุณหมอวีซ่าก่อน คุณหมอวีซ่าก็ประเมินเคสและหาทางแก้ไขให้อย่างถูกต้อง จึงมีความหวังมากขึ้น เพราะถึงแม้จะมีคดีก็จริง ทางคุณหมอวีซ่าก็จะช่วยให้ดีที่สุดเพื่อที่จะทำให้เราได้กลับมาอยู่ด้วยกันที่ออสฯอีกครั้ง เพราะทางดิฉันก็มีหน้าที่การงานและมีทุกอย่างอยู่ที่ออสฯ ไม่สามารถย้ายมาอยู่เมืองไทยแบบถาวรได้ จริงๆแล้ว ทางแฟนเองก็สำนึกผิดที่เคยทำผิดกฎโดยไม่ตั้งใจและเข้าใจสถานการณ์หลายๆ อย่างดีขึ้น ทางทีมจะแนะนำทางด้านการเตรียมเอกสารให้ครบก่อน และได้แบ่งเบาการทำ paperwork เพื่อจะทำให้เคสสมบูรณ์อย่างสุดฝีมือ ดิฉันก็มีความหวังมากขึ้น และคิดว่าทุกอย่างไม่น่าจะเลวร้ายมากขนาดนั้น ทางทีมมีการ follow up และ อัพเดทเคสอย่างต่อเนื่อง แบ่งเบาภาระได้เยอะมาก ให้การแนะนำที่ถูกต้อง ดิฉันกับแฟนเองก็ให้ความร่วมมือกับทางทีมเต็มที่เช่นกัน ทางแฟนอังกฤษไม่ค่อยแข็งแรง ทางทีมงานช่วยบริการทางด้านภาษาอย่างดี ให้ข้อมูลตามเคสจริง ไม่มีปิดบังใดๆ ทั้งสิ้น แม้จะมีปัญหาในอดีตเยอะ แต่ทางทีมงานก็เน้นหาทางออกให้อย่างเต็มที จึงเป็นบทเรียนที่ดีว่า ถึงแม้ว่าวีซ่าจะมีปัญหา ไม่ต้องกังวล ให้มาปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญจริงๆ เพราะจริงๆแล้ว เคสของแฟนเราหนักมาก แต่ก็ผ่านมาได้ด้วยดี don’t give up on your hope และอยากให้กำลังใจ คนที่มีปัญหาวีซ่าอยู่ว่าให้ตัดสินใจมาปรึกษาผู้เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์จะดีกว่าคอยหาในอินเตอร์เนทหรือลองเสี่ยงทำเอง เพราะทางผู้เชี่ยวชาญจะทราบข้อกฏหมายดีกว่า และเนื่องจากกฏหมายเปลี่ยนตลอด ถ้าเราทำเคสเข้าไปเองแล้วต้องมาหาทางแก้ไขภายหลัง อาจจะไม่มีโอกาสแก้ได้อีกก็ได้ อาจจะต้องกลับไทยมาถาวร จึงแนะนำให้คนที่ประสบปัญหาเหมือนกันศึกษาดูดีๆ ก่อนจากแหล่งข้อมูลที่ถูกต้องจริงๆ

ลูกค้าอีกรายที่เพิ่งผ่านวีซ่าไปไม่นานเป็นเคสที่หนักหนามากๆ จนคุณหมอวีซ่าออกปากปฏิเสธไม่รับเคสในครั้งแรก เพราะเปอร์เซ็นต์วีซ่าไม่ผ่านน่าจะสูง แล้วต้องโยงยาวไปถึงระดับศาลอุทธรณ์  Administrative Appeal Tribunal (AAT) เกรงว่าค่าใช้จ่ายจะสูงสำหรับลูกค้าด้วย เพราะคิดว่าการทำงานในสายงานนี้ต้องมีจรรยาบรรณในวิชาชีพ หากเคสไหนมีความเป็นไปได้ในการได้รับวีซ่าน้อย คุณหมอวีซ่าจะแจ้งไม่รับเคสอย่างตรงไปตรงมาตั้งแต่แรก เพราะถ้ายื่นวีซ่าเข้าไปแล้วไม่ผ่าน ลูกค้าจะเสียทั้งเงิน เสียทั้งเวลา และเสียประวัติวีซ่าเพิ่มเติม สร้างความรู้สึกที่ไม่ดีให้ทั้งสองฝ่าย แต่ลูกค้าทั้งสองท่านนี้รักกันมากๆ และไม่อยากที่จะต้องอยู่แยกกันเป็นเวลานานคนละประเทศ แถมเชื่อมือทีมงานคุณหมอวีซ่าอย่างแรงกล้า เพราะได้ติดตามผลงานทีมงานคุณหมอวีซ่ามานานนับสิบปีเศษเลยก็ว่าได้ จึงขอให้คุณหมอวีซ่าช่วยทำเคสให้ ยอมเสี่ยงยื่นวีซ่าทั้งๆ ที่มีเปอร์เซ็นต์การผ่านน้อย เรียกได้ว่าถ้าวีซ่านี้ไม่ผ่าน ทางสปอนเซอร์ก็ยอมทิ้งงานทิ้งชีวิตที่ออสเตรเลียมาอยู่กับผู้สมัครที่ประเทศไทยเลยก็ว่าได้ ทั้งๆที่ทั้งสองคนคุ้นเคยกับชีวิตที่ออสเตรเลียมานานมากแล้วก็ตาม คุณหมอวีซ่าเห็นอย่างนี้อดเห็นใจไม่ได้ จึงพยายามหาทางแก้ปัญหาถึงที่สุดเพื่อพาผู้สมัครกลับไปอยู่กับสปอนเซอร์ให้ได้ ในกรณีนี้ ทีมงานเราทำงานกันอย่างหนักมากจนในที่สุดอิมมิเกรชั่นแจ้งข่าวดีว่าได้รับวีซ่าแล้ว แถมได้ลูกตามไปอยู่ด้วยอีกสองคน ครอบครัวหรรษา ทางทีมงานเราขอแสดงยินดีเป็นอย่างมากที่ทำให้คู่รักอีกคู่หนึ่งได้อยู่ด้วยกันพร้อมหน้าพร้อมตา และมีความสัมพันธ์กันยาวนานต่อไป ไม่ต้องอยู่แยกประเทศกันอีกแล้ว พวกเราขอแสดงความยินดีมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ

ท้ายที่สุดเราขอแสดงความยินดีกับลูกค้าอีกรายที่เพิ่งได้รับวีซ่าคู่หมั้น Prospective Marriage visa ในระยะเวลาอันสั้น แม้ว่าจะมีประวัติเคยถูกปฏิเสธวีซ่ามาถึง 2 ครั้งซ้อนแล้วก็ตาม เป็นคู่รักที่เป็นผู้ใหญ่แล้วทั้งคู่ ทางเราดีใจเป็นอย่างมากที่ทำให้คู่รักหลายต่อหลายคู่ได้อยู่ด้วยกัน โดยไม่มีวีซ่ามาเป็นอุปสรรคกั้นกลางความรักค่ะ ได้ข่าวว่าเดินทางถึงซิดนีย์ กอดกันร้องไห้ดีใจมาก เพราะไม่คิดว่าจะมีวันนี้ คุณหมอวีซ่าก็ขออวยพรให้อนาคตสดใสทั้งคู่นะคะ รักกันให้มากๆ ค่ะ

สำหรับผู้ที่มีเจตนาอยากทำเคสวีซ่าให้สำเร็จจริงจัง การมาปรึกษากับคุณหมอวีซ่าก่อนเริ่มเคส ก็จะเปรียบเสมือนคนไข้ที่ควรเข้าปรึกษาแพทย์ในขั้นต้นที่ป่วย เพื่อวินิจฉัยว่าตนเองเป็นโรคอะไรกันแน่ เพื่อหมอจะได้จ่ายยารักษาถูก และการหาทางแก้ไขปัญหาด้วยวิธีที่ถูกต้อง ก็จะช่วยประหยัดเงิน ประหยัดเวลา ประวัติไม่เสีย และไม่ต้องทนอยู่ห่างไกลกับคู่รักเพียงเพราะติดปัญหาเรื่องวีซ่านะคะ คุณหมอวีซ่าเชื่อว่าคนเราต้องเคยมีเรื่องผิดพลาดพลั้งในชีวิตมาก่อนกันทั้งนั้น ไม่มีใคร perfect หากเรายอมรับในสิ่งที่ผิดและแก้ไขเพื่อจะได้เดินหน้าให้ถูกทางต่อไป คนเหล่านี้ก็มักจะได้รับการให้อภัยจากเจ้าหน้าที่เพราะความพูดตรงๆ ไม่สร้างเรื่องโกหกปดเท็จใช้เอกสารปลอมไปหลอกลวงเจ้าหน้าที่ฯ คุณหมอวีซ่าขอฝากเรื่องราววีซ่าคู่รักและคู่หมั้นของบทความเดือนนี้ไว้เพียงเท่านี้

ก่อนจบ คุณหมอวีซ่าขอฝากกิจกรรมดีๆ ที่ทีมงาน CP International ช่วยกันสร้างสรรค์ให้กับลูกค้าและท่านผู้อ่านที่รักของคุณหมอวีซ่า ก็ขอฝากประชาสัมพันธ์บอกข่าวต่อให้เพื่อนฝูงญาติพี่น้องที่เมืองไทยให้มาร่วมงานกันให้มากๆ จะได้รับผลประโยชน์จากกิจกรรมดีๆทั่วหน้ากันค่ะ หากท่านใดสนใจเข้าร่วมกิจกรรมดีๆ แบบนี้ก็กดรูปด้านล่างเพื่อลงทะเบียนเข้าร่วมสัมมนาฟรีได้เลยค่ะ

ลงทะเบียนที่นี่


-->
คุณหมอวีซ่าขอลาไปก่อนและพบกันใหม่ในเดือนพฤศจิกายนค่ะ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น