“คุณหมอวีซ่า”

รูปภาพของฉัน
โดย Pip Panasbodi (MARN 9896337) ผู้เชี่ยวชาญด้านวีซ่าประจำ CP International Education & Migration Centre www.cpinter.com.au

วันจันทร์ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

ทำไมถึงเลือก Australia? คนไทยถือสองสัญชาติได้ไหม?


-->
ออสเตรเลีย เป็นประเทศที่พัฒนาแล้วและมีทั้งความมั่นคงกับความมั่งคั่งมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลกด้วยผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ หรือ GDP สูงถึง AUD$1.69 ล้านล้านเหรียญในปี ค.ศ. 2017 ที่เพิ่งผ่านมาสดๆร้อนๆ จัดเป็นประเทศที่มีอัตราความร่ำรวยต่อราษฎรผู้ใหญ่หนึ่งคนสูงเป็นอันดับที่สองของโลกรองจากประเทศ Switzerland ทรัพย์สินแห่งชาติของประเทศออสเตรเลียมีมูลค่าสูงถึง AUD$8.9 ล้านล้านเหรียญซึ่งเป็นตัวเลขที่คำนวณไว้เมื่อเดือนมิถุนายน 2016 นับเป็นเศรษฐกิจระดับชาติระหว่างประเทศที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 14 ของโลกโดย nominal GDP แถมยังเป็นประเทศที่มีการเติบโตของ GDP อย่างสม่ำเสมอด้วยดีมาโดยตลอด 26 ปีที่ผ่านมา ด้วยทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ และถึงแม้จะมีการถดถอยทางอุตสาหกรรมเหมืองแร่ในระยะปีหลังๆนี้ลงไปบ้าง แต่เศรษฐกิจของประเทศออสเตรเลียก็ไม่ได้รับผลกระทบกระเทือน กลับยังความยืดหยุ่น นำความเฟื่องฟู และคงความมั่นคงไว้ด้วยการค้าทางธุรกิจสายบริการและอื่นๆ จนสามารถรักษาระดับเศรษฐกิจให้ยั่งยืนนมนานมาตั้งหลายปีตั้งแต่ปี ค.ศ. 1991 จนปัจจุบัน ราษฎรจึงได้อยู่ดีกินดี ประเทศทวีปในขั้วโลกใต้แห่งนี้ จึงได้กลายเป็นหนึ่งในประเทศระดับแนวหน้าที่ได้รับความนิยมมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก  

ยิ่งกว่านั้น ออสเตรเลียยังเป็นประเทศที่มีทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์มากมาย มีทิวทัศน์ที่สวยงาม มีสภาพแวดล้อมที่สะอาดตระการตาเป็นระเบียบ สภาพภูมิอากาศอากาศที่เย็นสบาย ไม่มีหิมะตกให้ลำบากต่อการกินอยู่หรือสัญจร ประกอบกับอำนวยคุณภาพชีวิตที่ดีมากให้กับพลเมือง ไม่ว่าจะเป็นด้านสุขภาพ การศึกษา การงาน การทำธูรกิจ ความเสรีทางเศรษฐกิจ การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนและทางการเมือง เมืองต่างๆหลายเมืองในออสเตรเลีย เช่น นครเมลเบิร์น (Melbourne) ได้รับการจัดติดอันดับให้เป็นเมืองที่น่าอยู่ที่สุดในโลกมาแล้ว 7 ปีซ้อน และที่ติดอันดับใน 10 เมืองที่น่าอยู่ที่สุดในโลกก็โดนออสเตรเลียคว้าเพิ่มไปอีก 2 เมือง คือ นคร Adelaide กับ Perth
จากการที่รัฐบาลออสเตรเลียมีนโยบายสนับสนุนให้นักเรียนนักศึกษานานาชาติจากทั่วโลกให้เข้าไปทำการศึกษาต่อในประเทศออสเตรเลีย กับยินดีต้อนรับผู้ที่มีทักษะ มีวุฒิและความสามารถในวิชาชีพสายต่างๆให้สามารถเข้าไปตั้งหลักแหล่งอย่างถาวร เพื่อทำงาน สร้างครอบครัว และเป็นส่วนหนึ่งของการช่วยกันสร้างเศรษฐกิจของประเทศให้เจริญรุดหน้า และด้วยสภาพความเป็นอยู่ที่ดีเยี่ยม การบริการสวัสดิการสังคมที่หาประเทศอิ่นเทียบเคียงได้ยาก กับเศรษฐกิจที่เติบโตรุดหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง จึงทำให้ประเทศออสเตรเลีย กลายเป็นประเทศที่ดึงดูดให้นักเรียนนักศึกษาจากทั่วโลกอยากเข้ามาศึกษาต่อที่นี่ และนักลงทุน นักธุรกิจ กับผู้มีทักษะและความสามารถจากทั่วโลกก็อยากอพยพเข้ามาตั้งหลักแหล่งทำมาหากินและสำราญกับคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดียิ่งของที่นี่
หลายท่านพูดถึงออสเตรเลียว่าเป็น ดินแดนแห่งโอกาสทองสำหรับผู้คนที่อยากมีคุณภาพชีวิตที่ดีเยี่ยมทั้งกับการสร้างฐานะสร้างอนาคตให้ไม่แต่เฉพาะกับตนเอง หากแต่กับครอบครัวลูกหลานไปอีกหลายชั่วคน ด้วยสิทธิและผลประโยชน์ที่จะได้รับจากรัฐบาลของประเทศที่ยิ่งใหญ่ เงียบสงบ และน่าอยู่ที่สุดแห่งหนึ่งในโลกแห่งนี้ จากการได้ถือวีซ่าถาวร (Permanent Residence หรือเรียกย่อๆว่า PR) ของประเทศนี้ เพื่อให้ได้มาซึ่งสิทธิพิเศษต่างๆในฐานะที่เป็น PR ของออสเตรเลีย ยกตัวอย่าง เช่น
1.    สิทธิในการได้พักอาศัยอยู่ ทำงาน หรือเรียนหนังสือในประเทศออสเตรเลียได้อย่างถาวร สามารถเดินทางเข้าออกประเทศได้โดยรัฐบาลจะออกวีซ่าเดินทางที่เรียกว่า Resident Return Visa (RRV) ให้ครั้งละ 5 ปี ซึ่งจะอำนวยความสะดวกในการเดินทาง และเมื่อ RRV หมดอายุไป ผู้ที่ถือ PR ก็สามารถอาศัยอยู่ในออสเตรเลียต่ออย่างถาวรไปได้เรื่อยๆ จนกว่ามีความจำเป็นจะต้องเดินทาง ก็ไปยื่นขอ RRV ตัวใหม่ได้อีกเพื่อใช้เดินทางเข้าๆออกๆต่อไปอีก 5 ปีไปเรื่อยๆ จนกว่าเราจะได้สิทธิ์ขอสัญชาติออสเตรเลียได้
2.    จาก PR เราสามารถขอเป็น Australian Citizen ได้ในเวลาต่อมาหลังจากถือ PR ครบกำหนดตามจำนวนปีและมีคุณสมบัติครบถ้วนตามข้อกำหนดกฎเกณฑ์ของกฎหมายว่าด้วยการขอซิติเซ่น สำหรับคนไทยเรานั้นโชคดีมาก เพราะเรามีสิทธิ์ถือได้สองสัญชาติ เป็น dual citizens ถือพาสปอร์ตได้สองเล่ม สร้างความสะดวกให้กับการเดินทางไปไหนมาไหนทั่วโลกเป็นอย่างมาก หลายคนบอกว่า พาสปอร์ตออสเตรเลีย มีค่ายิ่งกว่าทองแท่ง เนื่องจากสามารถใช้เดินทางเข้าออกประเทศต่างๆทั่วโลกได้ถึง 169 ประเทศโดยไม่ต้องขอวีซ่า จึงจัดเป็นพาสปอร์ตที่ติดอันดับหนึ่งในสิบพาสปอร์ตที่ดีที่สุดในโลก
3.    ผู้ถือ PR สามารถทำงานได้เต็มเวลา ไม่ว่าจะทำให้กับนายจ้างคนใด ในงานสาขางานใดก็ตามที่ตนถนัด แต่ยังไม่สามารถรับราชการทหารหรือเล่นการเมืองได้จนกว่าจะขอสัญชาติเป็น Australian citizen เสียก่อน
4.    ได้สิทธิ์ถือบัตรสุขภาพที่เรียกว่า Medicare ซึ่งใช้หาหมอรักษาโรคได้โดยไม่ต้องเสียค่ารักษาสำหรับแพทย์ที่มีระบบ bulk bill อีกทั้งผู้ที่เลือกซื้อประกันสุขภาพ ก็จะซื้อได้ในราคาที่ถูกลงในฐานะที่เป็น PR ของออสเตรเลีย เช่นกัน
5.    สิทธิประโยชน์ทางสวัสดิการทางสังคม ที่เรียกว่า Social Welfare โดยผู้ที่ถือ PR ของออสเตรเลียสามารถใช้บริการจากหน่วยงานบริการสวัสดิการทางสังคมที่ชื่อว่า Centrelink ได้ อย่างเช่น นักเรียนที่ยังเรียนหนังสืออยู่ ผู้อยู่ในยามตกงาน เจ็บไข้ได้ป่วยจนทำงานไม่ได้ คนชรา ผู้ที่เกษียณแล้ว หรือผู้มีอาการทุพพลภาพ เป็นต้น ก็สามารถรับเงินช่วยค่าครองชีพจากรัฐบาลได้ฟรี หรือบางส่วนตามแต่กรณีต่างๆ
6.    เรียนหนังสือฟรีตั้งแต่อนุบาลไปจนจบชั้นมัธยมตอนปลายในโรงเรียนของรัฐ พอเข้ามหาวิยาลัยก็สามารถเรียนโดยรัฐบาลจะให้เงินยืมให้เรียนฟรีไปก่อน ที่เรียกชื่อว่าระบบ HELP พอจบออกไปทำงาน ค่อยมาใช้คืนรัฐในรูปแบบของภาษีหักคืนทีละนิด แถมยังได้เรียนฟรีในวิทยาลัยอาชีวะของรัฐที่มีชื่อเรียกว่า TAFE ตามรัฐต่างๆทั่วทุกรัฐ
7.    เดินทางเข้าออกประเทศพี่น้อง คือ New Zealand โดยไม่ต้องขอวีซ่า
8.    สามารถเป็นสปอนเซอร์ให้กับครอบครัวให้มาร่วมถือ PR ที่ออสเตรเลียได้ เช่น คู่ครอง พ่อแม่ ลูก
9.    หากซื้อบ้านหลังแรก PR สามารถรับสิทธิประโยชน์ในฐานะที่ First Home Owner Grant เป็นจำนวนถึง AUD10,000 ได้ รวมยกเว้นค่าอากรซื้อบ้านเป็นหลังแรกในออสเตรเลียเพื่อการอาศัยอยู่ จึงไม่ต้องตกอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์การควบคุมของ Foreign Investment Review Board สำหรับชาวต่างชาติที่ประสงค์จะซื้ออสังหาริมทรัพย์ในออสเตรเลีย เพราะถือว่าเราป็นผู้ถือถิ่นฐานถาวร หรือเป็น PR แล้ว
10.  สิทธิ์ในการเป็น PR นั้น ยังเอื้อประโยชน์ให้กับลูกที่เกิดภายในประเทศออสเตรเลีย เนื่องจากลูกจะได้สัญชาติออสเตรเลียทันทีที่เกิด ซึ่งก็หมายถึงลูกก็จะได้ใช้สิทธิ์ต่างๆทั้งทางการศึกษา สุขภาพ สวัสดิการสังคมต่างๆในฐานะที่เป็นซิติเซ่นของออสเตรเลียคนหนึ่ง
11. การได้มาซึ่งสัญชาติออสเตรเลีย ยังช่วยให้เราได้ Credit rating ได้ง่ายขึ้นมากในการขอยืมเงินซื้อบ้าน ซื้อรถ กับการขอบัตรเครดิตทั้งปวง เป็นต้น
“Australia” เป็นประเทศที่ให้โอกาสกับคนทั่วโลก จึงเห็นได้ว่า คนหนุ่มคนสาวจากทั่วโลกในยุคปัจจุบัน จึงมักเลือกออสเตรเลียเป็น Study Destination ของพวกเขามาเป็นอันดับแรก เพราะเขารู้ว่าหลังเรียนจบแล้ว เขาสามารถขอวีซ่า Temporary Graduate ให้เขาได้สิทธิ์ทำงานในออสเตรเลียได้ 2 ปีด้วยวีซ่า 485 จากนั้นยังมีวีซ่านายจ้างสปอนเซอร์รองรับ กับวีซ่าทักษะประเภทต่างๆที่สามารถช่วยเขาให้ข้ามฝั่งไปเป็น Australian PR จนกลายเป็น Australian citizen ในวันหนึ่งข้างหน้า และเป็น dual citizens ในที่สุด
แต่หนทางการได้มาซึ่งวีซ่าถาวร (Permanent Residence หรือ PR) จนกลายเป็น Australian citizen นั้นเป็นกระบวนการขั้นตอนที่ต้องใช้เวลา และต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามกฎหมายและคล้องจองตามนโยบายของรัฐบาลออสเตรเลีย ณ เวลาที่สมัครวีซ่า ไม่ว่าจะผ่านช่องทางของการลงทุน การเปิดธุรกิจ การเรียน การใช้ทักษะจากวุฒิบัตรและประสบการณ์ทำงาน ทักษะทางภาษา เป็นต้น หากคุณต้องการทราบว่า คุณมีสิทธิ์ที่จะยื่นขอวีซ่านักเรียนเพื่อไปเรียนต่อที่ออสเตรเลีย หรือขอวีซ่าถาวร เพื่อไปอาศัยอยู่ และทำงานได้หรือไม่นั้น ขอแนะนำว่า นัดเข้ามาให้ Registered Migration Agent (RMA) ของเราประเมินดู อาจเป็นการคุยที่เปลี่ยนเข็มชีวิตของคุณในการสร้างโอกาสใหม่ให้กับอนาคตของตัวคุณเองก็ได้ ติดต่อที่:
คุณเมย์ 081-3596190

สำหรับใครที่ไม่อยากพลาดอัปเดทกฎอิมมิเกรชั่น อย่าลืมมาเจอคุณหมอวีซ่าในงาน CP Australian Education Fair 2018 วันเสาร์นี้ ห้ามพลาดค่าา ลงทะเบียนโทรเบอร์ตรง 02-2781236 ต่อ 15


เรื่องเรียนและวีซ่า ต้องยกให้ CP International Education & Migration Centre - ก้าวทันตามโลก เที่ยงแท้แน่นอน คุณภาพมาเป็นเลิศ!!

CP International - Globally Connected, Locally Talented!



วันพฤหัสบดีที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2561

เรียนเพลินจนลืมต่อวีซ่าต้องทำอย่างไรดี กับ Australian Citizenship เหลือเวลาไม่เยอะแล้ว


สวัสดีค่ะ ท่านผู้อ่านบล็อกคุณหมอวีซ่าทุกคน เผลอแป๊บเดียวก็จะครึ่งปีอีกแล้วนะคะ เวลาผ่านไปรวดเร็วมากๆเพราะฉะนั้นต้องใช้ชีวิตให้คุ้มค่ามากที่สุด วางแผนอะไรไว้ก็อย่ารีรอ รีบทำให้เสร็จเพื่อไปถึงเป้าหมายโดยเร็ว ส่วนเรื่องวีซ่านั้นใครที่ทราบว่าตอนนี้ตนมีคุณสมบัติพร้อมพอที่จะยื่นวีซ่าใดๆ ก็ตาม ก็อย่ามัวลังเลใจไป รีบทำรีบยื่นก่อนที่จะมีการเปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์วีซ่าที่มีให้เห็นกันทุกปีในช่วงสิ้นปีงบประมาณของประเทศออสเตรเลีย คือวันที่ 30 June ของทุกๆปี พอวันที่ 1 July ปุ๊บ ก็จะมีกฎใหม่ออกมา พร้อมมีการเปลี่ยนแปลงค่ายื่นเรื่องซึ่งรังแต่จะสูงขึ้นๆ ไม่ค่อยเห็นลดราคากันลงมาบ้างเลยค่ะ คุณหมอวีซ่าจึงอยากจะมา remind ทุกท่านล่วงหน้าในบทความนี้ค่ะ



ตอนนี้กฎยื่น Australian Citizenship ยังคงเหมือนเดิมคือ อยู่ออสเตรเลียอย่างถูกกฎหมายมาแล้ว 4 ปีรวมถือ PR 1 ปีใน 4 ปีนี้ก็สามารถยื่นขอสัญชาติเพิ่มได้ โดยต้องเข้าสอบให้ผ่าน ไม่ต้องมีผลภาษาอังกฤษค่ะ ยกตัวอย่างเช่น น้องหนูดีถือวีซ่านักเรียนเรียนป.โทมาแล้ว 2 ปี เมื่อเรียนจบได้วีซ่าทำงานไปได้ซัก 1 ปีก็ขอ PR ได้สำเร็จ จึงรอขอสัญชาติทันทีเมื่อถือ PR อยู่ออสเตรเลียครบ 1 ปี เป็นต้น ง่ายๆเลยค่ะ ช่วงนี้จึงมีลูกค้าหลายท่านชิงยื่นขอสัญชาติออสเตรเลียให้เรียบร้อย คงจะช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้นมากจากการถือสองสัญชาติ ถือพาสปอร์ตสองเล่มค่ะ

แต่เมื่อมีข่าวแว่วมาจากหลายสำนักว่าอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงกฎอีก ซึ่งถ้าเปลี่ยนจริงตามข่าวที่ออกมานั้นคือถือ PR ทั้งหมด 4 ปีเลย ต้องเข้าสอบความรู้เกี่ยวกับการถือสัญชาติออสเตรเลียและแนบผลสอบภาษาที่ถึงเกณฑ์ ตรงนี้ก็ใช้เวลาอยู่ไม่น้อยเลยกว่าจะได้สัญชาติมาครอบครอง ดังนั้นใครที่คิดว่าตนมีคุณสมบัติขอสัญชาติได้ก่อนวันที่ 1 กรกฎาคมนี้ รีบหน่อยค่ะ หรือใครไม่ชัวร์อยากได้รับคำปรึกษาว่าตนมีคุณสมบัติพร้อมขอหรือยัง หรือเอกสารครบถ้วนแล้วหรือไม่ ก็ติดต่อทีมงานเรากันเข้ามาได้ค่ะ ได้ทั้งที่ CP Melbourne [Facebook
CP International Melbourne] กับ CP Bangkok [Facebook CP International] นะคะ ทั้งสองออฟฟิศชำนาญการยื่นสัญชาติค่ะ เรามีบริการให้ค่ะ สำหรับคุณหมอวีซ่าเองจะกลับไทยไปประจำที่สำนักงานกรุงเทพเร็วๆ นี้แล้ว ใครต้องการนัดเข้ามาปรึกษาก็ยินดีค่ะ


เมื่อเดือนที่ผ่านมา ทีมงานคุณหมอวีซ่ามีเรื่องตื่นเต้นมากเมื่อพบว่านักเรียนคนหนึ่งที่กำลังเรียนที่ออสเตรเลียวีซ่าหมดอายุแล้ว สอบถามกันคร่าวๆ ก็พบว่าน้องเรียนเพลินจนลืมต่อวีซ่าค่ะ ทีมงานลมแทบจับเพราะเคยเจอเคสที่วีซ่าหมดจนต้องออกจากออสเตรเลียเพื่อกลับมาทำเรื่องกลับไปใหม่ ซึ่งกว่าจะทำให้ได้กลับไปเรียนต่อได้ ต้องผ่านกระบวนการที่ยากมากเลย เนื่องจากติดเงื่อนไขโดน ban 3 ปีกลับเข้าออสเตรเลียไม่ได้ แต่ทีมงานเราก็พยายามทำจนสำเร็จ สำหรับน้องที่น่ารักคนนี้ถือว่ายังโชคดีที่ติดต่อเข้ามาทันการณ์ทันทีที่รู้ตัวว่าวีซ่านักเรียนตนได้หมดไปเรียบร้อยแล้ว ปกติกฎหมายอนุญาตให้นักเรียนที่ลืมต่อวีซ่าทำการยื่นวีซ่าภายใน 28 วันนับจากวันที่วีซ่าหมดอายุได้ แต่ให้โอกาสเพียงครั้งเดียวในชีวิตหนึ่งเท่านั้นค่ะ เคสนี้จากที่ปกติจะใช้เวลาเป็นอาทิตย์เพื่อขอวีซ่านักเรียน ก็รีบปั่นงานยื่นวีซ่ากันเสร็จสรรพภายใน 2 วันค่ะ และแล้ว ความพยายามของทีมงานเราก็ได้ผลตอบแทนที่คุ้มค่าเป็นอย่างยิ่ง นั่นก็คือ ได้รับข่าวดีว่าน้องได้วีซ่าแล้ว จึงโล่งอกดีใจกันเป็นยกใหญ่ค่ะ คุณหมอวีซ่าก็ขอฝากเคสนี้ไว้เป็นอุทาหรณ์นะคะว่า ผู้ถือวีซ่าต้องรู้จักดูแลรักษาเงื่อนไขวีซ่าของตนให้ดีๆ ถ้าวีซ่าจวนจะหมดก็ต้องรีบต่อก่อนที่จะหมดอายุจะดีกว่าค่ะ

ขาดไม่ได้เลยนะคะสำหรับรีวิวจากลูกค้าที่ได้รับ Partner visa ในเดือนที่ผ่านมา คู่นี้เป็นเพื่อนกันมานานหลายสิบปี จนมารู้ตัวอีกทีก็หลงรักเพื่อนตัวเองซะอย่างนั้น ยากก็ตรงตอนสารภาพรักเพราะเป็นเพศเดียวกัน กลัวว่าสารภาพรักแล้วจะเสียมิตรภาพ แต่สุดท้ายก็ได้รับวีซ่าไปอยู่ด้วยกัน Happy Ending ค่ะ!



ขอฝากนิดนึงกับงานนิทรรศการศึกษาต่อประเทศออสเตรเลียที่ตั้งใจจัดกันทุกปี โดยเชิญตัวแทนสถาบันหลากหลายจากประเทศออสเตรเลียมาให้คำแนะนำการศึกษาต่อโดยตรง มีสัมมนาดีๆ เช่นเคยกับ คุณ Andrew Biggs และคุณหมอวีซ่า มางานนี้ครบจบในที่เดียว แล้วเจอกันค่ะ!




ก่อนจะจากกันไป คุณหมอวีซ่าว่าสมัยนี้มีเทรนด์ใหม่สำหรับนักลงทุนยุคใหม่ซึ่งกำลังสืบทอดธุรกิจของคุณพ่อคุณแม่ซึ่งคุณหมอวีซ่าได้พบปะกับนักลงทุนสมัยใหม่ในหลายธุรกิจและได้สัมผัสถึงวิสัยทัศน์ความเป็น Global Citizen อันกว้างไกลของคนสมัยนี้ จึงได้เขียนบทความและจะตีพิมพ์ใน นิตยสาร Forbes ฉบับเดือนมิถุนายน 2018 นี้ ในหัวข้อ "Next Tycoons : A profile of the heir-apparent of the family-run business empire and how they have been groomed to one day take over the helm" ด้วยประโยชน์ที่ว่า นักธุรกิจรุ่นใหม่อยากให้ตนเองหรือลูกหลานผู้สืบทอดมรดกได้รับสิทธิประโยชน์จากการถือสองสัญชาติและลงทุนในต่างประเทศที่ได้กำไรเยอะกว่า  แถมลงทุนกินกำไรโดยที่เงินต้นไม่หายไปไหน และยังได้รับวีซ่าถาวรในอนาคตเพื่อรับสิทธิประโยชน์และสวัสดิการเช่นเดียวกันกับชาวออสเตรเลีย อย่าลืมติดตามคุณหมอวีซ่าได้ที่นิตยสารForbes Thailand ที่กำลังวางแผงต้นเดือนมิถุนายนนี้นะคะ

ไว้พบกันใหม่ในบล๊อคฉบับหน้าด้วยเรื่อง updates และข่าวอิมมิเกรชั่น กับเคสแปลกๆที่ไม่น่าเป็นไปได้ แต่ก็เป็นไปได้ด้วยกลยุทธิ์วิธีการแก้ปัญหาวีซ่าจากหัวคิดดีๆและประสบการณ์นานปีกว่า 21 ปีในงานสายนี้ของทีมงานคุณภาพของคุณหมอวีซ่า ด้วยความเข้าใจอย่างถ่องแท้ในตัวบทกฎหมายและนโยบายของรัฐบาลเพื่อนำมาปรับเอื้อให้เป็นผลประโยชน์ต่อเคสของผู้ยื่นตรงตามเป้าหมายให้ได้มาซึ่งวีซ่าอย่างถูกต้องตามกฎหมายค่ะ ที่ CP International เราชอบ Happy Endings ค่ะ