“คุณหมอวีซ่า”

รูปภาพของฉัน
โดย Pip Panasbodi (MARN 9896337) ผู้เชี่ยวชาญด้านวีซ่าประจำ CP International Education & Migration Centre www.cpinter.com.au

วันจันทร์ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2560

ใบทะเบียนรับรองความสัมพันธ์ (Relationship Registration) คืออะไร ดีต่อการยื่น Partner Visa อย่างไร

สวัสดีค่ะ ท่านผู้อ่านแฟนคลับคุณหมอวีซ่าที่รักทุกท่าน กลับมาพบกันอีกครั้ง  เผลอแป๊บเดียวก็เข้าสู่เดือนพฤศจิกายนใกล้สิ้นปีแล้ว เวลาช่างผ่านไปไวมากเลยนะคะ อย่างที่ฝรั่งมักพูดว่า “Time and Tide waits for no one!” จริงยิ่งกว่าจริงเลยค่ะ!  วันที่ 26 ตุลาคม  2560 ที่ผ่านมา คุณหมอวีซ่าถือว่าตัวเองเป็นคนไทยคนหนึ่งที่มีบุญมากๆ ที่ได้มีโอกาสอยู่ในประเทศไทย ร่วมกายร่วมใจกันน้อมส่งเสด็จในหลวงรัชกาลที่   9 ที่เป็นที่รักยิ่งสุดดวงใจ ไม่เพียงแต่ปวงชนชาวไทยทุกท่าน หากแต่ชาวต่างชาติรวมไปถึงเชื้อพระวงศ์ชั้นสูงชาติต่างๆ อีกด้วย พวกเราคนไทยโชคดีที่เกิดมาเป็นลูกพ่อหลวง คุณหมอวีซ่าก็โชคดี ที่ได้มีโอกาสเกิดและโตในแผ่นดินไทย ลืมตามาเห็นโลก ก็เป็นยุคที่ปกครองโดยพ่อหลวง ร. 9 แล้ว คุ้นเคยและชินกับการเห็นภาพเห็นข่าวพระองค์ท่านกับสมเด็จพระราชินีทรงงานหนักมาก เสด็จไปทั่วทุกทิศ เยี่ยมเยียนและเป็นห่วงราษฎรประชาชนของพระองค์ พัฒนาโครงการหลวงอย่างมากมายจนนับไม่ถ้วนมาตั้งแต่สมัยเรายังเป็นเด็ก ต่อไปนี้ คงจะคิดถึงท่านสุดหัวใจ พูดแล้วน้ำตาซึมเลยค่ะ
อีกไม่นาน ก็จะเข้าสู่เทศกาล Christmas ของเมืองฝรั่งแล้ว และปีใหม่ก็ตามกันมาอีกครั้ง ซึ่งคุณหมอวีซ่าเองก็กำลังจะเตรียมตัวเดินทางกลับออสเตรเลีย ไปฉลองเทศกาลที่โน่น และจะอยู่ประเทศไทยโดยสามารถรับนัดปรึกษาเกี่ยวกับปัญหาวีซ่าเข้าออสเตรเลียต่างๆ ได้จนถึงวันศุกร์ที่ 10 พฤศจิกายน 2017 เท่านั้นนะคะ ตอนนี้คิวเริ่มแน่นแล้ว หากท่านใดมีปัญหาวีซ่า หรือเรียนต่อ อยากจะปรึกษา ก็ให้รีบจองผ่านเบอร์ 02-278-1236 ได้เลยค่ะ ถามหาน้องโอ๋ หรือ น้องเม ได้เลยค่ะ หลังจากนั้น คุณหมอวีซ่าก็จะเดินทางกลับนคร Sydney โดยจะเดินทางไป Melbourne พบลูกค้าที่โน้นแล้วค่ะ มาอยู่เมืองไทยนานจนคนฝั่งโน้นบ่นคิดถึงแล้วอ่ะค่ะ สำหรับผู้ที่จองนัดไม่ทัน ก็ไม่เป็นไรนะคะ เรายังเปิดรับปรึกษาแบบ VDO หรือ  LINE หรือ SKYPE call ได้เช่นกันค่ะ การปรึกษากับผู้ที่รู้กฎหมาย ก็จะเสมือนกับคนไข้ที่ป่วยไปหาหมอ เพื่อจะได้รับการรักษาให้ถูกวิธีกับจ่ายยาถูกขนานซะตั้งแต่ต้น จะได้ลดปัญหาโรคแทรกซ้อนที่อาจตามมาภายหลังมากมาย เสมือนกฎหมายกับนโยบายรัฐบาลที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่บ่อยๆเป็นประจำ หากได้รับการดูแลจากคนที่เรียนและมีประสบการณ์ทางด้านกฎหมายเข้าเมืองมา ก็จะช่วยลดปัญหาความเป็นไปได้ของการที่วีซ่าจะโดนปฏิเสธ เยี่ยงเดียวกัน ค่ะ
อย่างที่หลายๆท่านรู้สึกกัน เวลาช่างผ่านไปอย่างรวดเร็วเสียจริงๆ  เหลืออีกไม่ถึง 2 เดือนดีก็จะเข้าสู่เทศกาลเฉลิมฉลองปีใหม่กันแล้ว  มีใครวางแผนจะไปเที่ยวที่ไหนกันหรือเปล่าคะ ช่วงนี้ น่าจะมีหลายๆท่านเตรียมยื่นวีซ่าท่องเที่ยว ไปเยี่ยมญาติพี่น้องเพื่อนฝูงหรือไปชื่นชมประเทศออสเตรเลียกันมากมาย ยังไงก็อย่าลืมเผื่อเวลา processing time กันยาวหน่อยนะคะ เพราะอิมมิเกรชั่นอาจมีเคสต้องดูแลมากมายในช่วงนั้น จึงอาจเกิดการล่าช้าในการดำเนินวีซ่าของเราค่ะ และที่สำคัญ จากสถิติไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทุกๆสิ้นปี ก็จะมักจะมีการเปลี่ยนแปลงของกฏตรวจคนเข้าเมืองออสเตรเลียเป็นประจำ รวมไปถึงการปรับค่าวีซ่าด้วย ซึ่งหลายๆท่านอาจจะได้ยินข่าวว่าปีก่อนหน้านี้ ค่า Visa Application Charge ของวีซ่าคู่หมั้น (Prospective Marriage visa -subclass 300)  และวีซ่าคู่ครอง (Partner Visa -subclass 309) นั้น ได้มีการปรับขึ้นกันเยอะมาก โชคดีที่ปีที่ผ่านมา ไม่ได้มีการปรับขึ้น ยังคงๆอยู่ที่ประมาณ AUD$ 7,000 อยู่นะคะ  ผุ้ใดที่กำลังเตรียมตัวที่จะยื่นวีซ่าตัวนี้ก่อนที่จะมีการเปลี่ยนแปลงต่างๆภายใจสิ้นปีนี้ อย่าลืมศึกษาข้อมูลให้ดีๆ และหากไม่มั่นใจ ให้ปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญโดยเฉพาะเพื่อจะได้ประเมินความเป็นไปได้ก่อนตัดสินใจยื่นวีซ่าให้ดีก่อนนะคะ เพราะค่า Visa Application Charge นั้น เสียแล้วเสียเลยค่ะ
ในวันนี้ ด้วยเวลาที่จำกัด คุณหมอวีซ่าขอมาแชร์สาระความรู้ดีๆที่มีประโยชน์ต่อคู่รักหนุ่ม-สาว หนุ่ม-หนุ่ม และ สาว-สาว ที่ไม่ประสงค์ หรือยังไม่พร้อมที่จะจดทะเบียนสมรส หรือ ถ้าในกรณีที่คุณเป็น คู่รักเพศเดียวกันนั้น ก็มักจะจดทะเบียนสมรสกันไม่ได้อยู่แล้ว และแต่ละคู่ก็ต้องทนทุกข์ทรมานในการที่จะต้องสะสมหลักฐานกินอยู่ร่วมกันเกิน 12 เดือน กว่าจะได้ยื่นวีซ่าคู่ครองได้ คราวนี้ ก็มีคำถามมาหลากหลายว่าถ้าหากอยู่คนละประเทศ แล้วกว่าจะมีโอกาสบินไปบินมาหาสู่กัน เพื่อที่จะไปอยู่ด้วยกันอีก จะต้องรออีกยาวนานแค่ไหน วันนี้คุณหมอวีซ่าจะมาไขข้อข้องใจเกี่ยวกับเอกสารสำคัญชิ้นหนึ่ง ที่หลายๆท่านอาจจะยังไม่คุ้นเคย หรือ ไม่เคยได้ยิน ที่ชื่อว่า  Relationship Registration ว่าคืออะไร แล้วถ้ามีแล้วดีกว่ายังไง ใช้แทนใบทะเบียนสมรสได้ไหม เป็นต้น ให้ทุกๆคนทราบและเข้าใจกันนะคะ
Relationship Registration คืออะไร ?
แปลกันตรงๆ ก็คือ เป็น ใบทะเบียนรับรองความสัมพันธ์ แต่ไม่ใช่ทะเบียนสมรสนะคะ เพราะว่าใบทะเบียนรับรองความสัมพันธ์นี้ อนุญาตให้คนที่เป็นแฟนกัน ไม่ว่าจะเพศเดียวกันหรือต่างเพศก็สามารถจดได้ในรัฐส่วนใหญ่ในประเทศออสเตรเลียค่ะ
ใบทะเบียนรับรองความสัมพันธ์นั้นดีอย่างไรต่อกการยื่นวีซ่าคู่ครอง ?
โดยปกติแล้ว สำหรับคู่รักต่างเพศที่ยังไม่ประสงค์หรือยังไม่พร้อมที่จะจดทะเบียนสมรสกัน แต่อยากยื่นวีซ่าไปอยู่กับคู่รักของตนที่ออสเตรเลีย ก็จะมีอยู่ 2 ทางเลือก ก็คือ
1.      ไปแบบ คู่หมั้น (Prospective Marriage visa) หรือ
2.      ไปแบบ de facto คือเก็บสะสมหลักฐานกินอยู่มาให้ครบ 12 เดือนตามที่กฏหมายกำหนด  จึงจะมีสิทธิ์ยื่นวีซ่าภายใต้กฏเกณฑ์ของ de facto ground หรือที่เรียกกันว่าเป็นการกินอยู่ร่วมกันฉันท์สามีภรรยาในเชิงพฤตินัย โดยไม่มีการจดทะเบียนสมรสตามกฎหมาย นั้นเอง แต่จะต้องพิสูจน์โดยมีหลักฐานการอยู่ด้วยกันขั้นต่ำ 12 เดือน
แต่หากไม่มีเงื่อนไขครบให้ยื่นตามสองข้อข้างต้นได้  คือ มีหลักฐานกินอยู่ไม่ถึง 12 เดือน ไม่มีใบสมรส และไม่อยากไปแบบ คู่หมั้น ก็สามารถจดทะเบียนรับรองความสัมพันธ์ ได้เช่นกันค่ะ
รัฐไหนที่สามารถจด Relationship Registration หรือ ใบทะเบียนรับรองความสัมพันธ์ ได้บ้าง
แต่ละรัฐ จะมีเงื่อนไขในการให้จดทะเบียนรับรองความสัมพันธ์ เช่น residency requirement ว่าคุณควรจะอยู่ในรัฐๆนั้นมากี่เดือนด้วยขั้นต่ำ และ ค่าใช้จ่าย หลักฐานที่จะต้องใช้ต่างกันด้วยนะคะ วันนี้คุณหมอวีซ่า สรุปมาให้ดูง่ายๆ ตามนี้ค่ะ
1.    NSWสามารถจดได้ที่ Registry of Death Birth and Marriages
2.    Victoria - สามารถจดได้ที่ Births Deaths and Marriages Victoria แต่แฟนเราต้องอยู่ในรัฐนี้อย่างน้อย 3 เดือนที่ผ่านมานะคะ
3.    Queenslandจดได้เช่นกันค่ะแต่แฟนเราต้องอยู่ในรัฐนี้อย่างน้อย 6 เดือนที่ผ่านมา พร้อมต้องส่งหลักฐานประกอบด้วยนะคะ
4. Tasmania สามารถจดทะเบียนได้ แต่ทั้งสอง (เราและแฟน) จะต้องเป็น Resident ของรัฐนี้นะคะ สามารถติต่อได้ที่ Tasmania Department of Justice ค่ะ
5.    ACT สามารถติดต่อได้ที่ Access Canberra โดยแฟนออสซี่ของเราจะต้องอาศัยอยู่ในรัฐนี้และต้องมีหลักฐานในการอยู่อาศัยเช่นกัน
6.    South Australia (SA)จดได้เช่นกันถ้าหากแฟนเราอาศับอยู่ในรัฐนั้นค่ะ
7.    Western Australiaจดทะเบียนได้ แต่ทางอิมมิเกรชั่นอาจจะยังไม่ยอมรับนะคะ
8.    Northern Territoryไม่มีให้จดนะค้า
ดังนั้น การทะเบียนความสัมพันธ์นั้นก็ช่วยให้ผู้ที่มีหลักฐานความสัมพันธ์สั้นกว่า 12 เดือนมีโอกาสที่จะยื่นขอวีซ่าได้บ้าง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ขึ้นอยู่กับน้ำหนักของเอกสารหลักฐานด้วย ไม่ใช่ว่าการที่เรามีทะเบียนรับรองความสัมพันธ์ หรือทะเบียนสมรสแล้ว จะทำให้เราได้วีซ่านะคะ นอกเหนือจากนี้ ด้วยความหวังดีจากคุณหมอวีซ่า อย่าลืมคำนึงถึงกฏในการยื่นจดทะเบียนความสัมพันธ์ในแต่ละรัฐด้วยว่าเราจะสามารถยื่นจดได้ไหมด้วยนะคะ โดยเฉพาะระยะเวลาที่ต้องรอในการดำเนินการ รวมไปถึงกฏเกณฑ์ว่าด้วยการเป็น Resident หรือผู้พักอาศัยในแต่ละรัฐนั้น ว่าต้องพิสูจน์ทางด้านเอกสารอย่างไรบ้าง
จริงๆแล้ว การยื่นวีซ่าของแต่ละคู่นั้นจะมีความแตกต่างกันอยู่แล้วเนื่องจากประวัติความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นมาไม่เหมือนกัน หรือบางทีก็มีเหตุการณ์อะไรบางอย่างที่ไม่คาดคิดที่เกิดขึ้นมาในระหว่างรอผลวีซ่า หรือบางครั้ง ทางอิมมิเกรชั่นนั้นอาจจะส่งจดหมายมาขอข้อมูลเพิ่มเติมที่เราอาจจะไม่เข้าใจขนาดนั้นว่าเรื่องดังกล่าวมีผลต่อวีซ่ามากน้อยแค่ไหน ลักษณะคำถามของการสัมภาษณ์และวีธีทดสอบต่างๆของสถานทูตนั้น ถือว่าเป็นเรื่องที่หลายๆคนค่อนข้างกังวลและไม่ทราบว่าควรจะรับมืออย่างไร เพราะฉะนั้น จะเห็นได้ว่า การยื่นวีซ่าเข้าออสเตรเลียนั้น ต้องอาศัยความละเอียดถี่ถ้วน และดำเนินการโดยผู้เชี่ยวชาญที่รู้กฎหมายเข้าเมืองของประเทศออสเตรเลียอย่างแท้จริง หากเดินผิดพลาด อาจส่งผลกระทบให้เสียประวัติ เสียเวลา เสียเงินทอง และแถมอาจจะส่งผลกระทบกับแผนอนาคตครอบครัของทั้งตนเองที่เคยวางไว้ได้ จึงควรปรึกษาผู้รู้ เสมือนเวลาป่วยก็ควรหาหมอรักษาเสียให้ถูกวิธี เป็นต้น
  ช่วงนี้ ทางคุณหมอวีซ่าฝากประชาสัมพันธ์โปรโมชั่นพิเศษนะคะ สำหรับผู้ที่ตกลงจะแต่งตั้งทางบริษัท CP International ให้ช่วยดำเนินการยื่นวีซ่าคู่หมั้นและคู่รักให้ คุณหมอวีซ่ายินดี waive หรือยกเว้นค่าปรึกษา 6,600 บาทให้ฟรี พร้อมกับส่วนลดพิเศษเป็นของขวัญคริสต์มาสสูงสุดถึง 15% เพื่อเป็นของขวัญสำหรับคู่รักทุกท่านส่งท้ายสิ้นปีนี้ โดยเฉพาะตอนนี้คุณหมอวีซ่าจะอยู่ที่ไทยจนถึงวันที่ 10 พฤศจิกายนนี้เท่านั้น สำหรับท่านผู้ติดตามที่อยู่ทางซิดนีย์ ก็สามารถติดต่อเพื่อจองปรึกษากับคุณหมอวีซ่าได้เช่นกันตั้งแต่วันที่ 13 พฤศจิกายน เป็นต้นไปนะคะ
   ก่อนทิ้งท้ายบทความในเดือนนี้ คุณหมอวีซ่าขออัปเดทการขอสัญชาติออสเตรเลียที่ต้องถือ Permanent visa อยู่พำนักอาศัยในออสเตรเลีย 4 ปีก่อนยื่นสมัครขอสัญชาติ มีการยื่นผลภาษา และมีการเปลี่ยนข้อสอบชุดใหม่ ซึ่งจะมีผลบังคับใช้วันที่ 1 กรกฎาคม 2018 ที่จะถึงนี้ และ ผู้ที่ยื่นการสมัครสอบสัญชาติไปก่อนวันที่ 1 กรกฎาคม 2018 ก็จะเข้าข่ายการประเมินตามกฎใหม่ค่ะ 
สำหรับ Issue นี้ คุณหมอวีซ่าขอฝากกิจกรรมดีๆที่ทาง CP International จะจัดทำขึ้นอีกครั้งในวันเสาร์ที่ 25 พฤศจิกายน นี้เวลา 13:00 – 15:00 . ที่ CP International สาขากรุงเทพฯ ชั้น 9 อาคารพหลโยธินเพลส ใกล้ BTS อารีย์ สำหรับผู้ต้องการชิงทุนการศึกษาภาษาอังกฤษ ปริญญาตรี โท และพร้อมสมัครเข้าเรียนมหาวิทยาลัยชั้นนำ Top12 ของประเทศออสเตรเลีย รวม Macquarie University ที่โด่งดังนะคะ ลงทะเบียนเข้างานได้ โดยคลิกรูปด้านล่างนี้เลยค่ะ




วันศุกร์ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2560

อย่าปล่อยให้ความรักมีปัญหาเพราะเรื่องวีซ่า

สวัสดีค่ะ แฟนคลับของคุณหมอวีซ่าทุกท่าน หัวข้อในวันนี้ อาจจะหวานแหววจนมดขึ้นนิดหน่อยนะคะ โดยเฉพาะสำหรับคนไทย ไม่ว่าจะเป็น คู่ชาย-หญิง หรือคู่เพศเดียวกัน ที่มีแฟนถือสัญชาติออสซี่หรือถือวีซ่าถาวรที่เรียกว่า Permanent Resident หรือเรียกสั้นๆว่า PR หลากหลายท่านได้เข้ามาพบกับคุณหมอวีซ่าเพื่อมาปรึกษาหารือว่าตนเองอยากจะย้ายไปอยู่กับแฟนที่ออสเตรเลียใจจะขาด  แต่มีความกังวลเรื่องวีซ่าคู่หมั้นหรือคู่รักกันอยู่เลยยังไม่กล้ายื่นเสียทีนะคะ จากที่ถามๆ ลูกค้าที่มากันส่วนใหญ่ก็มักจะมีเหตุผลดังต่อไปนี้เลยมาติดต่อให้คุณหมอวีซ่าช่วยดูแลวีซ่าให้ค่ะ


·      ส่วนใหญ่กลัวจะยื่นวีซ่าแล้วไม่ผ่าน เนื่องจากมีความซับซ้อนในกรณีของตนหรือแฟน และไม่รู้วิธีแก้ไข เช่น มีปัญหาวีซ่า เคยถูกปฏิเสธ ถูกยกเลิกวีซ่ามาก่อน มีคดีแพ่งหรือคดีอาญาติดมาในประวัติ มีโรคประจำตัวหรือโรคติดต่อร้ายแรงที่ไม่กล้าปรึกษาใครและกลัวมีผลกระทบต่อวีซ่า ความสัมพันธ์ซับซ้อน ปัญหาอดีตคนรักเก่าของแฟน และของเรา เรื่องลูกที่ติดมา หรือเรื่องอื่นๆซึ่งอาจจะมีผลต่อการพิจารณาวีซ่า·      อยู่กับแฟนมาหลายปีแล้วที่ออสเตรเลีย แต่แฟนเป็นผี ไม่มีวีซ่า ไม่กล้าไปยื่นวีซ่า เพราะกลัวแฟนถูกส่งออกนอกออสเตรเลียไปแล้วกลับเข้ามาไม่ได้อีก หลักฐานก็ไม่ได้เคยเก็บด้วยกัน เพราะไม่กล้าพาแฟนไปทำเอกสารธนาคาร หรือเอกสารราชการใดๆ กลัวแฟนจะถูกแจ้งเข้าอิมมิเกรชั่นแล้วโดนส่งกลับ
·      อ่านเว็บไซต์ของอิมมิเกรชั่นแล้วก็ยังไม่เห็นภาพ ข้อมูลสับสน จับต้นชนปลายทำวีซ่าด้วยตัวเองไม่ถูก ไม่รู้ว่าจะไปติดต่อถามคำถามกับใครที่ไหนที่ไว้ใจได้ ไม่หลอกเงินตนไปแล้วไม่ได้วีซ่า
·      หาข้อมูลใน Internet ที่แชร์กันไปมา แต่พอมาถึงเคสตนเอง นึกว่าทุกอย่างยื่นเข้าไปโอเคแล้ว แต่กลับรอผลนานมาก จึงไม่แน่ใจจริงๆ ว่าข้อมูลเหล่านั้นน่าเชื่อถือได้เพียงใด หรือเป็นข้อมูลที่อัพเดตจริงๆ หรือไม่
·      กรอกฟอร์มจนตาลาย กรอกผิดกรอกถูก ไม่สันทัดในภาษาอังกฤษ เลยไม่กล้ายื่นเพราะกลัวถูกปฎิเสธ·      ไม่แน่ใจว่าต้องใช้เอกสารมากน้อยเพียงใดจึงจะตอบโจทย์อิมมิเกรชั่น เอกสารชิ้นใดต้องยื่นตัวจริงไหม เป็นต้น·      เรื่องการถูกสัมภาษณ์ บางคนเตรียมเอกสารอย่างดี แต่พลาดเวลาสัมภาษณ์โดนปฏิเสธวีซ่ามา ทั้งๆ ที่ความสัมพันธ์เป็นจริงก็มี·      ค่ายื่นที่จะต้องชำระกับทางอิมมิเกรชั่นสูง ไม่กล้าเสี่ยง (ปัจจุบันอยู่ที่ 189,200 บาท ข้อมูล ณ วันที่ 6 ตุลาคม 2017) เพราะหากวีซ่าโดนปฏิเสธมา เงินก็เสียทั้งก้อน ไม่ได้คืน ซึ่งผู้ที่มาปรึกษาคุณหมอวีซ่า หลายๆคนไม่ได้เกรงเรื่องเงินที่จะเสียไป แต่ส่วนใหญ่แล้วมักจะไม่มั่นใจว่าวีซ่าจะผ่านหรือเปล่า บางคนเกรงว่าถ้าหากยื่นวีซ่าเข้าไปแล้วไม่ผ่านแล้วต้องทำเรื่องใหม่ขึ้นมาหรือยื่นอุทธรณ์นั้น เกรงว่าประวัติจะเสีย แถมยังอาจต้องรออีกเป็นปีๆ แฟนจะหายตัวไปซะก่อนด้วยสิ ระยะเวลารอผลวีซ่าก็ยาวนาน หากเป็นเคสมีปัญหาก็รอนานแรมเกินปี สองปี ก็เป็นไปได้·      กรณีที่มีแฟน มีความสัมพันธ์กัน รู้ว่าเขาคงรักเรา เรารักเขา แต่ยังไม่แน่ใจว่าเขาจะยินดีตกลงปรงใจเป็นสปอนเซอร์ให้ ออกเงินค่าทำเรื่องให้เราหรือไม่ ครั้นจะคุยกับแฟน ก็เขินปาก แถมภาษาอังกฤษก็ไม่ได้แข็งแรงมาก ไม่รู้จะพูดอย่างไรดี ขอคุณหมอวีซ่าคุยกับแฟนให้หน่อย จะได้ปิดเคส·      อยากพาลูกไปอยู่ด้วย คุณหมอวีซ่าช่วยคุยถึงข้อดีข้อเสียให้สปอนเซอร์ฝั่งออสซี่ฟังให้เข้าใจและเห็นด้วยกับหนูให้หน่อย...ฯลฯ สารพัดตัวอย่าง มากมายหลายเคส คุณหมอวีซ่าก็ดีใจที่มีโอกาสช่วยปิดเคส สร้างความเข้าใจระหว่างทั้งสองฝ่ายให้ได้เป็นอย่างดี ทำวีซ่าให้ฝั่งแฟนคนไทยไปอยู่ร่วมกับฝั่งออสซี่ได้โดยราบรื่น ในหลายๆกรณีก็พ่วงลูกตามไปด้วย หรือไม่ก็สปอนเซอร์ลูกตามไปให้ทีหลังก็มี
เรื่องของเคสวีซ่าที่น่าสนใจในเดือนนี้ก็จะเป็นเคสวีซ่าคู่ครอง หรือ Partner Visa ที่เพิ่งได้รับอนุมัติผ่านมาสดๆร้อนๆค่ะ (ความจริง ทาง CP International เราก็มีเคสผ่านอยู่บ่อยๆเกือบทุกวันอยู่แล้ว ในวีซ่าต่างๆนานาประเภท ทั้งวีซ่าท่องเที่ยว-เยี่ยมญาติเยี่ยมเพื่อนเยี่ยมลูก วีซ่านักเรียน วีซ่าทำงานหลังเรียนจบ วีซ่าคู่ครอง-คู่หมั้น วีซ่านักธุรกิจ วีซ่านักลงทุน วีซ่าทำงานแบบมีนายจ้างสปอนเซอร์ วีซ่าทักษะที่อาศัยอาชีพวุฒิและประสบการณ์งานของตน วีซ่าลูก วีซ่าพ่อแม่ และอื่นๆ เป็นต้น) สำหรับเคสนี้ ลูกค้าเคยถือวีซ่านักเรียนมาก่อนแล้วไปพบรักที่ออสเตรเลีย แต่มีปัญหาวีซ่านักเรียนต้องขึ้นศาลอุทธรณ์ แต่ไม่ได้เข้าไปขึ้นศาลด้วยเหตุสุดวิสัย จึงต้องอยู่ในออสเตรเลียโดยไร้วีซ่า ตามประสาชาวบ้านที่เรียกว่า เป็นผีมาร่วม 6 เดือนเห็นจะได้  ใจนึงก็ไม่รู้จะติดต่อขอความช่วยเหลือจากใคร เพราะหาคนไว้ใจยาก กลัวจะโดนหลอก ตกเป็นเหยื่อของคนที่หวังจะฉกฉวยผลประโยชน์จากคนไทยที่อาศัยอยู่ในต่างประเทศ อีกใจนึงก็คิดว่าถ้าบินกลับไทยไปก็จะอาจไม่ได้เจอกับแฟนอีก การไม่ได้อยู่ใกล้ชิดกับแฟน ก็เกรงว่าความสัมพันธ์อาจจืดจางลงไปก็เป็นไปได้ เลยปล่อยเฉย ไม่ได้ไปทำอะไรกับสถานะวีซ่าตนเลย จนกระทั่งวันนึงไปจ๊ะเอ๋กับเจ้าหน้าที่ตำรวจในขณะขับรถและโดนขอตรวจวีซ่า ซึ่งก่อให้เกิดหลากหลายปัญหาตามมาหลายเรื่อง และหลังจากสืบสอบถามจากเพื่อนฝูงมามากมาย ก็ได้ความมั่นใจที่จะมาพบกับคุณหมอวีซ่าและทีมงาน และทีมงานเราก็ทำงานหนักและจริงใจ ช่วยกู้สถานการณ์ จนได้วีซ่าคู่รักมาครองค่อนข้างไว และวันนี้ทีมงานเราก็ปลื้มมากที่ได้ feedback
จากทางคู่หนุ่มสาวทั้งสองท่าน (เขียนมาให้ด้วยตนเองผ่านทางอีเมล) ดังนี้


-    ผู้สมัคร (): ตอนแรกผมกังวลเรื่องการยื่นวีซ่าครั้งใหม่กลัวจะมีปัญหาและจะใช้เวลานานเพราะผมเคยวีซ่าขาด เมื่อนัดหลังนัดปรึกษาส่วนตัวแล้วก็รู้สึกโอเคขึ้นมา มีความหวังขึ้นหลังจากที่ได้ฟังคำอธิบายในหลายๆเรื่อง ส่วนทางการบริการของทีมงานคุณหมอวีซ่าโอเคมากๆ ติดตามดีมาก และคอยช่วยเตือนเราตลอดทุกครั้งอย่างรวดเร็วเมื่อทางสถานทูตติดต่อมา ช่วยแบ่งเบาได้เยอะมากคอยแนะนำและให้คำปรึกษา เลยอยากให้ผู้ที่พบปัญหาคล้ายๆ กัน ก็ขอให้อย่าเพิ่งหมดหวัง ลองเข้าไปปรึกษาดูก่อนครับ


-    สปอนเซอร์ (): คิดว่าวีซ่าของแฟนดิฉันจะไม่ผ่านแน่ๆ ความหวังน้อยมาก เพราะทางฝ่ายชายมีคดีด้วย และยังโดนจับและต้องส่งกลับเมืองไทย วีซ่าขาดก็ขาดนานแล้ว ไม่รู้จะทำอย่างไร เพราะเพื่อนคนไทยที่ออสเตรเลียด้วยกัน เขาบอกว่ายังไงแฟนก็ต้องโดนแบน 3 ปีแน่นอนเพราะวีซ่าเดี๋ยวนี้ขอยาก แต่โชคดีที่ปรึกษาคุณหมอวีซ่าก่อน คุณหมอวีซ่าก็ประเมินเคสและหาทางแก้ไขให้อย่างถูกต้อง จึงมีความหวังมากขึ้น เพราะถึงแม้จะมีคดีก็จริง ทางคุณหมอวีซ่าก็จะช่วยให้ดีที่สุดเพื่อที่จะทำให้เราได้กลับมาอยู่ด้วยกันที่ออสฯอีกครั้ง เพราะทางดิฉันก็มีหน้าที่การงานและมีทุกอย่างอยู่ที่ออสฯ ไม่สามารถย้ายมาอยู่เมืองไทยแบบถาวรได้ จริงๆแล้ว ทางแฟนเองก็สำนึกผิดที่เคยทำผิดกฎโดยไม่ตั้งใจและเข้าใจสถานการณ์หลายๆ อย่างดีขึ้น ทางทีมจะแนะนำทางด้านการเตรียมเอกสารให้ครบก่อน และได้แบ่งเบาการทำ paperwork เพื่อจะทำให้เคสสมบูรณ์อย่างสุดฝีมือ ดิฉันก็มีความหวังมากขึ้น และคิดว่าทุกอย่างไม่น่าจะเลวร้ายมากขนาดนั้น ทางทีมมีการ follow up และ อัพเดทเคสอย่างต่อเนื่อง แบ่งเบาภาระได้เยอะมาก ให้การแนะนำที่ถูกต้อง ดิฉันกับแฟนเองก็ให้ความร่วมมือกับทางทีมเต็มที่เช่นกัน ทางแฟนอังกฤษไม่ค่อยแข็งแรง ทางทีมงานช่วยบริการทางด้านภาษาอย่างดี ให้ข้อมูลตามเคสจริง ไม่มีปิดบังใดๆ ทั้งสิ้น แม้จะมีปัญหาในอดีตเยอะ แต่ทางทีมงานก็เน้นหาทางออกให้อย่างเต็มที จึงเป็นบทเรียนที่ดีว่า ถึงแม้ว่าวีซ่าจะมีปัญหา ไม่ต้องกังวล ให้มาปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญจริงๆ เพราะจริงๆแล้ว เคสของแฟนเราหนักมาก แต่ก็ผ่านมาได้ด้วยดี don’t give up on your hope และอยากให้กำลังใจ คนที่มีปัญหาวีซ่าอยู่ว่าให้ตัดสินใจมาปรึกษาผู้เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์จะดีกว่าคอยหาในอินเตอร์เนทหรือลองเสี่ยงทำเอง เพราะทางผู้เชี่ยวชาญจะทราบข้อกฏหมายดีกว่า และเนื่องจากกฏหมายเปลี่ยนตลอด ถ้าเราทำเคสเข้าไปเองแล้วต้องมาหาทางแก้ไขภายหลัง อาจจะไม่มีโอกาสแก้ได้อีกก็ได้ อาจจะต้องกลับไทยมาถาวร จึงแนะนำให้คนที่ประสบปัญหาเหมือนกันศึกษาดูดีๆ ก่อนจากแหล่งข้อมูลที่ถูกต้องจริงๆ

ลูกค้าอีกรายที่เพิ่งผ่านวีซ่าไปไม่นานเป็นเคสที่หนักหนามากๆ จนคุณหมอวีซ่าออกปากปฏิเสธไม่รับเคสในครั้งแรก เพราะเปอร์เซ็นต์วีซ่าไม่ผ่านน่าจะสูง แล้วต้องโยงยาวไปถึงระดับศาลอุทธรณ์  Administrative Appeal Tribunal (AAT) เกรงว่าค่าใช้จ่ายจะสูงสำหรับลูกค้าด้วย เพราะคิดว่าการทำงานในสายงานนี้ต้องมีจรรยาบรรณในวิชาชีพ หากเคสไหนมีความเป็นไปได้ในการได้รับวีซ่าน้อย คุณหมอวีซ่าจะแจ้งไม่รับเคสอย่างตรงไปตรงมาตั้งแต่แรก เพราะถ้ายื่นวีซ่าเข้าไปแล้วไม่ผ่าน ลูกค้าจะเสียทั้งเงิน เสียทั้งเวลา และเสียประวัติวีซ่าเพิ่มเติม สร้างความรู้สึกที่ไม่ดีให้ทั้งสองฝ่าย แต่ลูกค้าทั้งสองท่านนี้รักกันมากๆ และไม่อยากที่จะต้องอยู่แยกกันเป็นเวลานานคนละประเทศ แถมเชื่อมือทีมงานคุณหมอวีซ่าอย่างแรงกล้า เพราะได้ติดตามผลงานทีมงานคุณหมอวีซ่ามานานนับสิบปีเศษเลยก็ว่าได้ จึงขอให้คุณหมอวีซ่าช่วยทำเคสให้ ยอมเสี่ยงยื่นวีซ่าทั้งๆ ที่มีเปอร์เซ็นต์การผ่านน้อย เรียกได้ว่าถ้าวีซ่านี้ไม่ผ่าน ทางสปอนเซอร์ก็ยอมทิ้งงานทิ้งชีวิตที่ออสเตรเลียมาอยู่กับผู้สมัครที่ประเทศไทยเลยก็ว่าได้ ทั้งๆที่ทั้งสองคนคุ้นเคยกับชีวิตที่ออสเตรเลียมานานมากแล้วก็ตาม คุณหมอวีซ่าเห็นอย่างนี้อดเห็นใจไม่ได้ จึงพยายามหาทางแก้ปัญหาถึงที่สุดเพื่อพาผู้สมัครกลับไปอยู่กับสปอนเซอร์ให้ได้ ในกรณีนี้ ทีมงานเราทำงานกันอย่างหนักมากจนในที่สุดอิมมิเกรชั่นแจ้งข่าวดีว่าได้รับวีซ่าแล้ว แถมได้ลูกตามไปอยู่ด้วยอีกสองคน ครอบครัวหรรษา ทางทีมงานเราขอแสดงยินดีเป็นอย่างมากที่ทำให้คู่รักอีกคู่หนึ่งได้อยู่ด้วยกันพร้อมหน้าพร้อมตา และมีความสัมพันธ์กันยาวนานต่อไป ไม่ต้องอยู่แยกประเทศกันอีกแล้ว พวกเราขอแสดงความยินดีมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ

ท้ายที่สุดเราขอแสดงความยินดีกับลูกค้าอีกรายที่เพิ่งได้รับวีซ่าคู่หมั้น Prospective Marriage visa ในระยะเวลาอันสั้น แม้ว่าจะมีประวัติเคยถูกปฏิเสธวีซ่ามาถึง 2 ครั้งซ้อนแล้วก็ตาม เป็นคู่รักที่เป็นผู้ใหญ่แล้วทั้งคู่ ทางเราดีใจเป็นอย่างมากที่ทำให้คู่รักหลายต่อหลายคู่ได้อยู่ด้วยกัน โดยไม่มีวีซ่ามาเป็นอุปสรรคกั้นกลางความรักค่ะ ได้ข่าวว่าเดินทางถึงซิดนีย์ กอดกันร้องไห้ดีใจมาก เพราะไม่คิดว่าจะมีวันนี้ คุณหมอวีซ่าก็ขออวยพรให้อนาคตสดใสทั้งคู่นะคะ รักกันให้มากๆ ค่ะ

สำหรับผู้ที่มีเจตนาอยากทำเคสวีซ่าให้สำเร็จจริงจัง การมาปรึกษากับคุณหมอวีซ่าก่อนเริ่มเคส ก็จะเปรียบเสมือนคนไข้ที่ควรเข้าปรึกษาแพทย์ในขั้นต้นที่ป่วย เพื่อวินิจฉัยว่าตนเองเป็นโรคอะไรกันแน่ เพื่อหมอจะได้จ่ายยารักษาถูก และการหาทางแก้ไขปัญหาด้วยวิธีที่ถูกต้อง ก็จะช่วยประหยัดเงิน ประหยัดเวลา ประวัติไม่เสีย และไม่ต้องทนอยู่ห่างไกลกับคู่รักเพียงเพราะติดปัญหาเรื่องวีซ่านะคะ คุณหมอวีซ่าเชื่อว่าคนเราต้องเคยมีเรื่องผิดพลาดพลั้งในชีวิตมาก่อนกันทั้งนั้น ไม่มีใคร perfect หากเรายอมรับในสิ่งที่ผิดและแก้ไขเพื่อจะได้เดินหน้าให้ถูกทางต่อไป คนเหล่านี้ก็มักจะได้รับการให้อภัยจากเจ้าหน้าที่เพราะความพูดตรงๆ ไม่สร้างเรื่องโกหกปดเท็จใช้เอกสารปลอมไปหลอกลวงเจ้าหน้าที่ฯ คุณหมอวีซ่าขอฝากเรื่องราววีซ่าคู่รักและคู่หมั้นของบทความเดือนนี้ไว้เพียงเท่านี้

ก่อนจบ คุณหมอวีซ่าขอฝากกิจกรรมดีๆ ที่ทีมงาน CP International ช่วยกันสร้างสรรค์ให้กับลูกค้าและท่านผู้อ่านที่รักของคุณหมอวีซ่า ก็ขอฝากประชาสัมพันธ์บอกข่าวต่อให้เพื่อนฝูงญาติพี่น้องที่เมืองไทยให้มาร่วมงานกันให้มากๆ จะได้รับผลประโยชน์จากกิจกรรมดีๆทั่วหน้ากันค่ะ หากท่านใดสนใจเข้าร่วมกิจกรรมดีๆ แบบนี้ก็กดรูปด้านล่างเพื่อลงทะเบียนเข้าร่วมสัมมนาฟรีได้เลยค่ะ

ลงทะเบียนที่นี่


-->
คุณหมอวีซ่าขอลาไปก่อนและพบกันใหม่ในเดือนพฤศจิกายนค่ะ