“คุณหมอวีซ่า”

รูปภาพของฉัน
โดย Pip Panasbodi (MARN 9896337) ผู้เชี่ยวชาญด้านวีซ่าประจำ CP International Education & Migration Centre www.cpinter.com.au

วันพฤหัสบดีที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

กฎหมายวีซ่านายจ้างสปอนเซอร์เปลี่ยนอะไรบ้าง ยังข้ามฝั่งไปเป็น PR ได้อยู่หรือไม่

สวัสดีค่ะแฟนคลับของคุณหมอวีซ่าทุกท่าน  พบกันอีกแล้วฉบับเดือนกุมภาพันธ์ 2018 นะคะ  ต้อนรับเดือนแห่งความรัก และวันตรุษจีน ที่จะมีในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2018 นี้ ในโอกาสวันปีใหม่จีนที่กำลังจะมาถึงนี้ คุณหมอวีซ่าขออวยพรให้ทุกท่านเฮงๆ รวยๆ สุขภาพแข็งแรง ซินเจียยู่อี่ซินนี้ฮวดไช้ ทุกท่านนะคะ
หากพูดถึงข่าวคราววีซ่าอัพเดทในช่วงเดือนกุมภาและมีนาที่กำลังจะมาถึงนี้ อิมมิเกรชั่นประเทศออสเตรเลียหรือชื่อใหม่คือ Department of Home Affairs (DHA) ก็ยังคงคอยปรับปรุงเปลี่ยนแปลงกฎหมายตรวจคนเข้าเมืองอย่างต่อเนื่อง เรื่องแรกที่คุณหมอวีซ่าอยากอัพเดทคือ  เรื่องวีซ่านักเรียนค่ะ  สิ่งที่ทุกคนจะต้องระวังก่อนที่จะยื่นวีซ่าเร็วๆ นี้ก็คือ ผู้ที่ต้องการจะสมัครวีซ่านักเรียนตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2018 จะต้องแสดงหลักฐานทางการเงินเพื่อพิสูจน์ว่ามีเงินเพียงพอในขณะที่ไปเรียนในประเทศออสเตรเลีย จำนวนที่ว่านี้ เพิ่มมากขึ้นมาเล็กน้อย  ซึ่งสำหรับประเทศไทยนั้น  ทางอิมมิเกรชั่น  จะต้องดูว่าผู้สมัครนั้นมีเงินเพียงพอที่จะสามารถชำระค่าเล่าเรียน ค่าเดินทาง และค่าครองชีพโดยแท้ทรูหรือไม่  ทั้งนี้ ก็จะรวมไปถึง สมาชิกครอบครัวที่จะเดินทางติดตามตามไปอยู่ในประเทศออสเตรเลียด้วยนะคะ  ซึ่งทางอิมฯ ได้ทำการปรับค่าครองชีพต่อปีขึ้นมาประมาณ 2.3% โดยอ้างอิงจาก Consumer Price Index หรือเรียกย่อๆ ว่า CPI ดังนี้
·       ผู้ยื่นวีซ่านักเรียนหลักหรือผู้ปกครอง  จะต้องมีค่าครองชีพจำนวนไม่ต่ำกว่า 20,290 เหรียญดอลล่าร์ออสเตรเลียซึ่งในอดีตอยู่ที่เพียง 19,830 เหรียญออสเตรเลีย
·       ส่วนคู่ครองหรือคู่สมรสจะต้องมีค่าครองชีพไม่ต่ำกว่า 7,100 ดอลล่าร์ออสเตรเลียขึ้นไปซึ่งถูกปรับขึ้นมาจาก 6,940 เหรียญออสเตรเลีย
·       สำหรับลูกจะต้องมีค่าครองชีพขั้นต่ำ 3,040 เหรียญดอลล่าร์ออสเตรเลียซึ่งปรับขึ้นมาจาก 2,970 เหรียญออสเตรเลีย

นอกเหนือจากค่าครองชีพต่อปีดังกล่าวด้านบนแล้ว ที่ผู้สมัครวีซ่านักเรียนจะต้องบวกเพิ่ม ก็คือ ค่าเล่าเรียนค้างจ่ายในปีแรก และค่าเดินทางสำหรับผู้สมัครทุกคนเข้าไปด้วย ลูกค้าคุณหมอวีซ่าบางราย แม้จะเป็นผู้ติดตามก็มีใจใฝ่เรียนจึงสอบถามเข้ามาว่าผู้ติดตามเรียนได้ไหม ตอบเลยว่าได้นะคะ แต่ลงเรียนได้ไม่เกิน 3 เดือนค่ะ ในกรณีนี้ก็อย่าลืมบวกค่าเรียนค้างจ่ายของผู้ติดตามลงไปด้วยนะคะ ถ้าใครอ่านแล้วยังงงๆ อยากรู้ว่าต้องมีเงินโชว์เท่าไหร่ถึงจะขอวีซ่าไปเรียนที่ออสเตรเลียได้ และต้องใช้หลักฐานอะไรบ้าง ติดต่อสอบถามทีมงานของคุณหมอวีซ่าได้เลยค่ะ เพราะทีมงานเรานอกจากจะเลือกคอร์สเรียนที่ดีๆให้แล้ว เรายังดูแลเรื่องวีซ่านักเรียนให้โดยไม่คิดค่าบริการค่ะ (สำหรับผู้ที่มีประวัติใสๆ ไม่ติดประวัติทางวีซ่ามาก่อนนะคะ เนื่องจากผู้ติดประวัติ เช่น เคยถูกปฏิเสธ หรือถูกยกเลิกวีซ่ามาก่อน เรื่องก็จะซับซ้อนและทำยากขึ้นมาก อาจต้องนัดเข้ามาปรึกษากับคุณหมอวีซ่าโดยตรง กรณีเช่นนี้จะมีคิดค่าปรึกษากับค่าบริการค่ะ)
ขยับมาที่วีซ่าท่องเที่ยวบ้างนะคะ ช่วงนี้ใครจะยื่นวีซ่าตัวนี้ ก็ให้เผื่อเวลากันหน่อยนะคะเกรงว่าช่วงสงกรานต์คนไปเที่ยวออสเตรเลียเยอะจนกลายเป็น Peak Lodgment Period  จำนวนวีซ่าที่เจ้าหน้าที่อิมฯ ต้องพิจารณาจะมีมากเป็นพิเศษ เพราะฉะนั้นเผื่อเวลากันไว้ดีที่สุดค่ะ ทุกท่านจะได้ไม่ผิดหวังและได้วีซ่าทันก่อนไปเที่ยวกันนะคะ กระซิบบอกนิดนึงว่าตอนนี้หากยื่นวีซ่าท่องเที่ยวแบบ paper ที่ VFS ราคาวีซ่าท่องเที่ยวอย่างเดียวปรับขึ้นเป็น 3,850 บาทแล้วนะคะ และเดี๋ยวนี้ไม่มีการรับผลวีซ่าที่ VFS แล้วเพราะปัจจุบัน VFS  จะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มอีก  200 บาทเพื่อใช้เป็นค่า  EMS ส่งผลวีซ่าไปถึงผู้ยื่นเองค่ะ
ข้อมูลเพิ่มเติมดูได้ที่ http://www.vfsglobal.com/Australia/Thailand/thai/visitor_visa.html
สำหรับ วีซ่านายจ้างสปอนเซอร์ ซึ่งแต่ก่อนมีชื่อเรียกว่า Temporary Work Visa (subclass 457) ก็จะถูกเปลี่ยนชื่อเรียกเป็น Temporary Skill Shortage หรือเรียกย่อๆว่า TSS เกร๋ไกร๋นะคะ การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ มีจุดประสงค์หลักเพื่อให้แรงงานต่างชาติเข้ามาทำงานในตำแหน่งที่รัฐบาลขาดแคลนจริง และไม่เบียดเบียนงานของชาวออสซี่ค่ะ ประกาศนี้จะมีผลบังคับใช้ในเดือนมีนาคม 2018 นี้ค่ะ
การเปลี่ยนแปลงคือ TSS จะถูกแบ่งออกเป็น 2  streams ด้วยกัน ดังนี้
1.     Short-Term stream วีซ่าประเภทนี้เหมาะสำหรับนายจ้างที่ต้องหาลูกจ้างที่มีทักษะในสายอาชีพที่อยู่ภายใต้ Short-Term Skilled Occupational List (หรือ STSOL) โดยจะมีระยะเวลาว่าจ้างงาน หรือระยะเวลาการถือวีซ่าสูงสุดสองปี ต่อได้อีกสูงสุดสองปี ก็คือมากสุดอยู่ได้ถึงสี่ปีเท่านั้น ถ้าหากข้อบังคับกฎหมายการค้าระหว่างประเทศถูกนำมาประยุกต์ใช้ พูดให้ง่ายก็คือวีซ่า stream  นี้ไม่เอื้อให้ท่านข้ามฝั่งไปถือวีซ่าถาวร หรือ Permanent Resident visa (PR)  ได้ค่ะ ทำงานได้สูงสุดสี่ปีแล้วต้องหาวีซ่าอื่นๆ อยู่ทำงานต่อ หรือไม่อย่างนั้นก็ต้องกลับบ้านค่ะ
2.     Medium-Term stream วีซ่าประเภทนี้เหมาะสำหรับนายจ้างผู้ที่ต้องการกลุ่มลูกจ้างที่มีทักษะความเชี่ยวชาญการชำนาญสูงตามลิสต์ของ Medium and Long Term Strategic Skills List (หรือ MLTSSL) ภายใต้ stream นี้ ผู้ที่มีคุณสมบัติครบถ้วน จะสามารถยื่นวีซ่าต่อเพื่อข้ามฝั่งไปเป็นผู้ถือถิ่นฐานถาวร (PR) ได้หลังจากที่ถือวีซ่าทำงาน  TSS ผ่านมาอย่างน้อยสามปีขึ้นไป
3.    Labor Agreement stream วีซ่าประเภทนี้จะเหมาะสำหรับนายจ้างผู้ต้องการหาแรงงานต่างชาติตามสัญญาที่ต่อรองและทำไว้กับรัฐบาล Commonwealth ของออสเตรเลีย โดยอยู่บนพื้นฐานความต้องการแรงงานที่ไม่สามารถจัดหาได้จากตลาดแรงงานในประเทศออสเตรเลียและไม่มีวีซ่าในสายปัจจุบันรองรับให้คนทำงานเหล่านั้นเข้ามาได้ วีซ่าใน stream นี้ มีความเป็นไปได้ที่จะขอต่อรองข้ามฝั่งไปเป็น PR ได้ด้วย
หากผู้อ่านท่านใดที่ต้องการรายละเอียดของวีซ่า TSS และมีนายจ้างเตรียมจะสปอนเซอร์อยู่แล้ว คุณหมอวีซ่าแนะนำให้นัดปรึกษาส่วนตัวเพื่อดูแลเป็น  case by case basis ไปค่ะ เพราะการขอวีซ่าเข้าไปทำงานในต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศออสเตรเลียที่มีอัตราค่าจ้างค่อนข้างสูง และมีกฎหมายแรงงานที่เป็นกลาง แถมอากาศกับสภาพแวดล้อมก็ดี ไม่มีหิมะตกปกคลุมหลายเดือนของปีเยี่ยงหลายๆประเทศในแถบยุโรป หรืออเมริกาในหลายๆรัฐ ผู้คนเป็นมิตร น่าอยู่ จึงเป็นที่หมายปองของคนจากทั่วโลกที่อยากเข้ามาอยู่ มาทำงานที่นี่มากมายค่ะ ช่วงนี้ คุณหมอวีซ่า ก็มีเจ้าของฟาร์มหลายแห่งถามไถ่เรื่องการหาคนงานจำนวนมาก เพราะเป็นที่ขาดแคลนอย่างมากในออสเตรเลียในปัจจุบัน เนื่องจากวีซ่าทำงานไม่ได้เข้ากันมาง่ายๆค่ะ
ว่าก็ว่ากันเหอะ หลายคนที่ไม่สามารถได้วีซ่ามาเรียน หรือมาทำงานในออสเตรเลียได้ แต่ chat online เก่งมากจนได้แฟนเป็นคนที่นี่เป็นสปอนเซอร์ให้ ทางทีมงานเราก็ยินดีทำวีซ่าคู่ครองให้มามากต่อมากคู่ จนนับไม่ถ้วนใน 20 กว่าปีของการทำงานแล้ว ขอเพียงให้ความสัมพันธ์เป็นจริง เรายินดีช่วยแนะนำวิธีและหลักฐานให้ จะได้ไม่ผิดหวังเรื่องการได้วีซ่ามาอยู่กับคู่รักของท่านนะคะ
ไหนๆก็คุยเรื่องของวีซ่าคู่ครองละ ก่อนจะจากกันไปวันนี้ คุณหมอวีซ่าขอย้ำโปรโมชั่น Partner visa อีกทีว่านอกจากจะได้รับส่วนลด 20% แล้ว ยังแพคเกจทำวีซ่าท่องเที่ยวให้ฟรี 1  ครั้งเพื่อให้คู่รักได้เจอหน้ากันให้หายคิดถึง เหมาะมากเลยค่ะใกล้ช่วงวันวาเลนไทน์พอดี สนใจสามารถติดต่อมาได้เลยค่ะ












อีกไม่กี่วันคุณหมอวีซ่าก็จะเดินทางกลับไทยแล้ว เพราะมีคิวเดินสายไปจัดสัมมนาให้กับชาวเชียงใหม่ในงาน นิทรรศการศึกษาต่อประเทศออสเตรเลีย CP Chiang Mai Australia Education Fair” ที่จะจัดขึ้นที่โรงแรม U-Nimman เชียงใหม่ ในวันเสาร์ที่ 10 มีนาคมนี้ เวลา 12:00-17:00 น. ท่านผู้อ่านที่อยากมาคุย อยากมาเจอเจ้าหน้าที่จากสถาบันออสเตรเลียโดยตรง หรือเพียงแค่อยากมาทักทายฟังสัมมนาคุณหมอวีซ่า ก็รีบล็อกวันใน diary ของท่านไว้เลยนะคะ งานนี้ลงทะเบียนเข้าร่วมงานฟรี! มาร่วมงานกันเยอะๆ นะเจ้า



-->

วันจันทร์ที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2561

ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ เฉลิมฉลอง Same Sex Marriage ผ่านรัฐสภาออสเตรเลียอย่างเป็นทางการแล้ว...

Happy New Year 2018 นะคะ แฟนคลับของคุณหมอวีซ่าทุกท่าน 


คุณหมอวีซ่าขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามข่าวสารอัพเดทกับ Blog คุณหมอวีซ่าด้วยดีมา โดยตลอด 20 ปีนะคะ ในขณะที่ประเทศไทยได้สัมผัสกับอากาศที่หนาวเย็นเมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา  คุณหมอเห็นเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ บอกผ่านโซเชียลมีเดียมาว่าประเทศไทยหนาวมาก! ในขณะที่คุณหมอวีซ่าเองอยู่ที่ออสเตรเลียท่ามกลางบรรยากาศช่วงเทศกาลงานเฉลิมฉลองคริสต์มาสและปีใหม่แบบออสซี่ๆ  อากาศที่นี่ช่างอบอุ่นแบบเย็นๆสบายๆ มีสองสามวันที่เข้าขั้นร้อนแบบแดดแรงตอนกลางวันแสกๆ แต่ตกเย็นก็จะมีลมเย็นพัดมาสบายๆ ช่วงนี้จัดเป็นช่วงซัมเมอร์ของออสเตรเลีย ข้อแตกต่างคือที่ออสเตรเลียจะร้อนแห้ง ไม่ค่อยมีเหงื่อ แต่ที่เมืองไทยจะร้อนชื้น เหงื่อออกเยอะ ทางที่ดี ท่านผู้อ่านที่ถือทั้งสองสัญชาติ ก็ไปๆกลับๆ ตามล่าช่วงอากาศดีๆ ของแต่ละประเทศได้ ก็ถือว่าเป็นโชคดีของชีวิตอย่างหนึ่งนะคะ
เวลาช่างผ่านไปไวเหลือเกิน แป๊บๆ ก็ได้เขียนฉบับต้อนรับปีใหม่กันอีกแล้ว และช่วงนี้หลายๆ คนก็จะเฝ้าจับตามองค่าธรรมเนียมวีซ่าของอิมมิเกรชั่นที่ผ่านมา  ซึ่งทุกๆ ต้นปีจะมีการปรับเปลี่ยนกฎหมายตรวจคนเข้าเมืองต่างๆ  ไม่ว่าจะเป็นค่ายื่นวีซ่า  แบบฟอร์มการยื่นวีซ่า  ส่วนปีนี้ที่เห็นชัดที่สุด ณ ปัจจุบันก็คือ  รูปแบบของเว็บไซต์อิมมิเกรชั่นที่มีการเปลี่ยนแปลงไปเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2017 จากเดิมคือ www.border.gov.au เปลี่ยนเป็นเว็บไซต์ www.homeaffairs.gov.au และจากชื่อเดิม Department of Immigration and Border Protection (DIBP) เปลี่ยนชื่อใหม่ของกระทรวงฯเป็น Department of Home Affairs (DHA) เนื่องจากมีการรวมหลากหลายหน่วยงานที่ปกป้องความปลอดภัยของประเทศชาติบ้านเมืองเข้าไว้ด้วยกันไว้ก็คือ Australia's Federal Law Enforcement, National and Transport Security, Criminal Justice, Emergency Management, Multicultural Affairs and Immigration and Border-Related Functions and Agencies นะคะ หลังการเปลี่ยนแปลง ประชากรที่นี่เริ่มกังวลเล็กน้อย  เพราะกลายเป็นว่า รัฐมนตรีตรวจคนเข้าเมืองคนเดิมที่ได้รับการแต่งตั้งใหม่ คือ  Hon Peter Craig Dutton  กลายเป็นตำแหน่งคล้ายรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยของบ้านเรา และมีอำนาจมากขึ้นกว่าเก่า คือท่านไม่ได้ดูแลเฉพาะเรื่องตรวจคนเข้าเมืองแต่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น หากแต่อำนาจท่านยังขยายครอบคลุมถึงการบังคับใช้กฎหมายของประเทศออสเตรเลียไปดูแลทั้งความปลอดภัยของบ้านเมืองและการคมนาคม กฎหมายอาญา การจัดการเหตุฉุกเฉิน และงานทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับการปกป้องพิทักษ์ดินแดนของประเทศออสเตรเลีย งานเยอะซะขนาดนี้ สงสัยว่าท่านคงจะไม่มีเวลาเหลือให้พักผ่อนแน่ๆเลยค่ะ


จากความเดิมตอนที่แล้วที่คุณหมอวีซ่าได้อัพเดทเรื่องกฎหมายอนุมัติให้เพศเดียวกันจดทะเบียนสมรส แต่งงานกันได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายเยี่ยงหญิง-ชายนั้น ได้ผ่านรัฐสภาเรียบร้อยแล้ว โดยกฎหมายฉบับนี้มีผลบังคับใช้ได้อย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 9 ธันวาคม 2017 เป็นต้นไป นั่นหมายถึงชาวสายรุ้งที่ต้องการจะแต่งงานจดทะเบียนสมรสอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ก็สามารถทำเรื่องจองวันแต่งงานได้เลย แต่จะต้องจองล่วงหน้าอย่างน้อย 1 เดือน เพราะฉะนั้นคู่แรกที่จะได้แต่งงานจะเป็นวันที่ 9 มกราคม 2018 เป็นต้นไปนะคะ คอยรอลุ้นกันว่าคู่ไหนจะเป็นคู่แรกที่ตกเป็นข่าวใหญ่กันต่อไปค่ะ ข้อดีจุดหนึ่งที่คุณหมอวีซ่าชอบเกี่ยวกับประเทศออสเตรเลียก็คือเป็นประเทศเสรี ที่ประชากรมีสิทธิ์มีเสียงอย่างเสมอภาคเท่าเทียมกัน โดยมีกฎหมาย Anti-discrimination law ที่บังคับไม่ให้มีการแบ่งเพศ เชื้อชาติ ศาสนา และในอีกหลายๆด้าน ตามคำจำกัดความที่ Wikipedia ลงไว้ดังนี้
Anti-discrimination law refers to the law on the right of people to be treated equally. Some countries mandate that in employment, in consumer transactions, and in political participation people must be dealt with on an equal basis regardless of economic status, sex, age, raceethnicitynationalitydisability, mental illness or abilitysexual orientationgendergender identity/expression/dysphoriasex characteristicsreligiouscreed, or individual political opinions.


ดังนั้น ทางด้านกฎหมายตรวจคนเข้าเมืองของประเทศออสเตรเลียนั้น จึงได้มีการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายข้อนี้เช่นกัน  ซึ่งแต่ก่อนชาวสายรุ้งที่ต้องการยื่นวีซ่าคู่ครองนั้น  จะต้องยื่นโดยมีความสัมพันธ์อยู่กินฉันท์สามีภรรยาไม่ต่ำกว่า 12 เดือนภายใต้กฎของ de-facto relationship หรือจดทะเบียนความสัมพันธ์ที่เรียกว่า Relationship Registration ที่เป็นกฎหมายรองรับมาตั้งแต่ครั้งปี ค.ศ. 2004 เป็นต้นมา และบัดนี้ ตั้งแต่วันที่ 9 ธันวาคม 2017 เป็นต้นไป  คู่ชาวสายรุ้งที่ได้จดทะเบียนสมรสกันเรียบร้อยแล้ว  ก็สามารถจะยื่นวีซ่าคู่ครองได้โดยที่ไม่ต้องอาศัยความสัมพันธ์แบบ de-facto หรือจด Relationship Registration อีกต่อไป สิทธิเท่าเทียมไม่ว่าจะเป็นเพศใด ตอนนี้ออสเตรเลียเลยกลายเป็นเมืองสวรรค์ที่ผู้คนจากต่างแดนต่างชาติทั่วโลกใฝ่ฝันที่จะเข้ามาใช้ชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการมาท่องเที่ยว มาเรียนต่อ มาทำงาน หรือมีคู่รักเป็นคนที่นี่ที่เป็นสปอนเซอร์ให้เข้ามาอยู่ในประเทศนี้ก็ตาม

และที่น่ายินดีไปยิ่งกว่านั้น  การเปลี่ยนแปลงของกฎหมายแต่งงานเพศเดียวกันนี้  ได้ส่งผลกระทบไปถึงการยื่นวีซ่าคู่หมั้นด้วย โดยจากนี้คู่รักเพศเดียวกันก็สามารถยื่นวีซ่าคู่หมั้นได้แล้วค่ะ!!! คู่รักท่านไหนที่อยากจะไปหาแฟนเร็วๆ ก็ไม่ต้องเหนื่อยกับการเก็บหลักฐานให้นานแสนนานกันอีกต่อไปแล้ว  ให้รีบมาติดต่อทีมงานคุณหมอวีซ่านะคะเพื่อประเมินว่า คุณอาจเข้าข่ายยื่นวีซ่าคู่หมั้น หรือยื่นวีซ่าคู่ครองโดยตรงได้เลยหรือไม่  ตอนนี้ทางทีมงานคุณหมอวีซ่ามีโปรโมชั่นพิเศษฉลองกฎหมายแต่งงานเพศเดียวกันผ่านรัฐสภา  โดยตอนนี้เรามีค่าบริการราคาพิเศษสุดๆ แถมยัง package วีซ่าท่องเที่ยวเผื่ออยากจะเตรียมตัวเข้าไปจองวันแต่งงานในประเทศออสเตรเลีย  หรืออาจจะไปเยี่ยมแฟนให้หายคิดถึงก็ได้ค่ะ สามารถติดต่อทีมงานคุณหมอวีซ่าเพื่อการวางแผนให้ถูกต้องตามนโยบายของกฎหมายที่เพิ่งมีผลบังคับใช้สดๆร้อนๆได้เลยที่ 02-278-1236 นะคะ

ส่วนอีกหนึ่งข่าวดีประจำเดือนนี้สำหรับชาว CP International  ก็คือ ทางอิมมิเกรชั่น (เอ๊ย ต้องเรียกว่า  โฮม แอ๊ฟแฟร์ แล้วนะคะ) ใจดี ผ่านวีซ่าคู่รักเพศเดียวกันของทางทีมงาน CP International เรา คู่นี้นับว่าต่อสู้กันมานานแรมปี เสียเงินทองเสียเวลาให้กับเอเจ้นท์ในออสเตรเลียไปเยอะมว๊ากกกก่อนจะมาถึงมือคุณหมอวีซ่า ไม่ว่าจะเป็นการถูกหลอกให้ยื่นวีซ่าในออสเตรเลียทั้งๆ ที่ไม่เข้าข่ายกฎหมาย โดนปฏิเสธวีซ่ามา แล้วซ้ำยังถูกหลอกให้ขึ้นศาลอุทธรณ์ซึ่งเคสก็ไม่ผ่านอีก ผ่านเรื่องร้ายๆมามากต่อมากแล้ว เสียเงินเสียเวลาด้วยความที่ไม่ทราบกฎหมายอิมมิเกรชั่นและยังน่าสงสารถูกเอเจ้นท์อื่นหลอกซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนผู้สมัครต้องกลับบ้าน ผ่านร้อนผ่านหนาวมานานหลายปี แต่ความรักของทั้งสองคนยังเหนียวแน่นแม้ว่าจะอยู่คนละประเทศ ผู้สมัครอยู่ไทยแต่สปอนเซอร์ก็อุตส่าห์ละทิ้งงานที่ออสเตรเลียบินกลับมาเจอหน้าที่ไทยบ่อยมาก คู่นี้ทีมงานคุณหมอวีซ่าที่ CP Bangkok ยื่น Partner visa (subclass 309) ทำงานหนักให้ผู้สมัครและพยายามพร้อมลงแรงให้สุดๆ และผลงานก็ปรากฏออกมาให้เห็น อย่างที่ทุกท่านทราบกันดีว่าการทำวีซ่าคู่ครองนั้น ส่วนใหญ่ทุกคู่จะได้เป็นแค่วีซ่าชั่วคราวก่อน และจะต้องสะสมหลักฐานความสัมพันธ์กันไปอีกสองปีจนกว่าจะได้ยื่น PR visa อีกครั้ง
แต่ Big Surprise สำหรับคู่นี้นะคะ ถึงแม้ประวัติวีซ่าจะซับซ้อนเพียงไร แต่ด้วยความชำนาญของทีมงานคุณหมอวีซ่าที่กรุงเทพฯ ในการรวบรวมเอกสาร เขียนเรื่องราวความสัมพันธ์ที่ยาวนานและเป็นจริงให้อย่างละเอียด อิมฯ จึงอนุมัติให้ Partner Permanent visa (subclass 100) กับผู้สมัครของเราเลยทันทีโดยไม่ต้องรออีก 2 ปีค่ะ ฝ่ายสปอนเซอร์ดีใจที่ได้แฟนกลับไปเป็นของขวัญวันคริสต์มาส ส่วนผู้สมัครก็ดีใจเหลือเกินเขียนอนุญาตมาให้คุณหมอวีซ่าช่วยลงเรื่องราวเพื่อเป็นกำลังใจให้กับท่านอื่นที่กำลังประสบปัญหาเช่นเดียวกับตัวเขามาด้านล่างค่ะ

Sponsor

Applicant

จากเหตุการณ์ครั้งนี้สอนให้คนเราได้รู้ว่าจงเชื่อมั่นและศรัทธาหากความสัมพันธ์คนเป็นจริงนะคะ อย่ายอมแพ้เป็นอันขาดค่ะ!


สุดท้ายนี้ คุณหมอวีซ่าฝากโปรโมชั่นดีๆ ฉลองกฎหมายแต่งงานเพศเดียวกันที่ประกาศกฎหมายออกมาอย่างเป็นทางการ ติดต่อทางเราเข้ามาเยอะๆ นะคะ คุณหมอวีซ่าลาไปก่อน แล้วเจอกันใหม่บทความหน้าค่ะ

-->