“คุณหมอวีซ่า”

รูปภาพของฉัน
โดย Pip Panasbodi (MARN 9896337) ผู้เชี่ยวชาญด้านวีซ่าประจำ CP International Education & Migration Centre www.cpinter.com.au

วันศุกร์ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2557

สวัสดีปีใหม่ไทยกับเรื่องราวต่างๆของวีซ่านักเรียน


          สวัสดีค่ะ ก่อนอื่นก็ต้องขอส่งพรสวัสดีปีใหม่ไทยถึงท่านผู้อ่านทุกท่านนะคะ  เดือนนี้เป็นเดือนแห่งเทศกาลจริงๆนะคะ  ขณะที่คุณหมอวีซ่ากำลังนั่งเขียนบทความอยู่นี้ ก็ตรงกับวันสงกรานต์หรือวันปีใหม่ไทยพอดี  สำหรับน้องๆที่อยู่ในออสเตรเลีย ศุกร์ที่จะถึงนี้ (18 เมษายน) ก็จะตรงกับวันอีสเตอร์ ซึ่งเป็นเทศกาลสำคัญของที่นี่อีกได้หยุดยาวไปเที่ยวฮอลิเดย์กันถ้วนหน้า  ไม่ว่าจะอยู่ที่ไทยหรืออยู่ออสเตรเลีย  ก็ขอเที่ยวให้สนุกแต่ก็ให้ให้ฉลองกันอย่างมีสตินะคะ 

            ในช่วงนี้ หลายๆคนพูดกันว่าวีซ่านักเรียนมาออสเตรเลียนั้นง่ายขึ้น  แต่ในทางกลับกันวีซ่าคู่ครองกลับยากขึ้น  โดยเฉพาะในขั้นตอนพีอาร์ที่บางคู่ (เท่าที่ลูกค้ามาบอกต่อ)  โดนอิมฯจะมีการโทรไปสอบถามสัมภาษณ์ผ่านทางโทรศัพท์แบบไม่ให้รู้ตัวล่วงหน้าเลย บ้างก็ให้ส่งเอกสารเพิ่มเติมให้วุ่นวาย  หรือในบางคู่ (ที่เลิกกันแล้ว) แต่ก็ยังไม่ได้แจ้งยกเลิกเรื่อง   ก็โดนอิมฯโทรมาถามว่าคู่ยกเลิกกันแล้ว แต่ทำไมยังแจ้งว่าอยู่ด้วยกัน  เดี๋ยวนี้อิมมิเกรชั่นเค้าหูไวตาไวนะคะ  เพราะฉะนั้นใครจะทำเอกสารปลอม สร้างเรื่องปลอมไปหลอกอิมฯ ก็ต้องระวังไว้ให้มากๆนะคะ  เพราะมิฉะนั้นจะโดนปฏิเสธ แถมเสียประวัติโดยปฏิเสธวีซ่าอีกด้วย  จะกลับมาออสเตรเลียอีกครั้งก็ยากขึ้นแล้วละค่ะ ทางที่ดี คุณหมอวีซ่าว่าอย่าทำเลย การส่งเรื่องเข้าอิมฯ ควรเป็นเรื่องจริง เอกสารจริง เพราะอะไรก็หนีความจริงไปไม่พ้นค่ะ ยิ่งเดี๋ยวนี้มี PIC4020 เข้ามาลงโทษต่อกันยาวเป็น 10 ปีและกระทบไปถึงคู่และลูกหลานที่เกี่ยวข้องด้วย ยิ่งไม่คุ้มกันนะคะ ทำอะไรตรงไปตรงมาดีกว่าเยอะค่ะ ไม่ต้องมานั่งกังวลอะไรภายหลัง

    กลับมาที่เรื่องของวีซ่านักเรียนดีกว่า  นับตั้งแต่อิมมิเกรชั่นออกประกาศใช้ SVP “Streamlined Student Visa Processing”   ตั้งแต่เดือน November 2011 เป็นต้นมา ก็มีการแต่งตั้งและอำนวยความสะดวกให้กับสถาบันที่ได้เข้าร่วมโครงการกับอิมมิเกรชั่นที่ได้สถานภาพ SVP ไปให้มีการผ่านวีซ่าให้กับนักเรียนที่ลงเรียนในสถาบันเหล่านี้ได้ง่ายดายคล่องตัวยิ่งขึ้น  กล่าวคือ ถ้านักเรียนลงทะเบียนเรียนในสถาบันเหล่านี้ ทางอิมฯ จะถือว่าเป็นนักเรียนดี ไม่เกเร และมีเจตนาจะเข้ามาเรียนที่ออสฯจริงๆ ไม่ใช่อาศัยวีซ่านักเรียนเข้ามาแล้วไปทำอย่างอื่น  เพราะฉะนั้นในการพิจารณาให้วีซ่าก็จะง่ายขึ้น  ในบางคนก็ package มาเรียนภาษา + มหาวิทยาลัย  ทำให้ไม่ต้องแสดงหลักฐานการเงินให้ยุ่งยากเหมือนเคย   ในช่วงนี้จึงทำให้มีน้องๆนักเรียนคนไทยมาเรียนยังออสเตรเลียมากมาย  แถมส่วนใหญ่ก็จะได้วีซ่ายาวๆ เป็น 3 – 4 ปีมาเรียนออสเตรเลีย  หากน้องๆ ผู้อ่านที่ถือวีซ่านักเรียนอยู่ ก็คงจะพอทราบว่าวีซ่านักเรียนนั้นมีคอนดิชั่นห้อยท้ายอยู่ เช่นห้ามทำงานเกิน 40 ชั่วโมงต่อ 2 สัปดาห์  ต้องมีประกันสุขภาพ และอื่นๆ  อีกคอนดิชั่นที่สำคัญมากของวีซ่านักเรียนก็คือ คอนดิชั่น 8202 –  นักเรียนต่างชาติจะต้องลงเรียนในคอร์สที่มีหมายเลข CRICOS รองรับ  และนอกจากนี้จะต้องรักษาระดับการเรียนไม่ว่าจะเป็นจำนวนชั่วโมงเรียนและผลการเรียน    ตัวอย่างเช่นทางมหาวิทยาลัยบอกให้เรียน 20 ชั่วโมงในแต่ละสัปดาห์  เราก็ควรที่จะเข้าเรียนไม่ให้ขาด  หรือห้ามสอบตกเกิน 2 ตัวในแต่ละเทอม ก็อย่าให้ตกเกินคามที่กำหนด เป็นต้นค่ะ ตามข้างล่างนี้
           
8202
All
You must remain enrolled in a registered course (unless you are an AusAID/Defence student or secondary exchange student in which case you must maintain full-time enrolment in your course of study or training).
Note: a registered course is one that is on the Commonwealth Register of Institutions and Courses for Overseas Students (CRICOS).
See: 
CRICOS
You must maintain satisfactory attendance in your course and course progress for each study period as required by your education provider.





          เมื่อวันที่ 20 มีนาคม ที่ผ่านมา ท่านรัฐมนตรี Scott Morrison ก็ได้ออกแนวทางที่ 61 (Direction No. 61) ภายใต้มาตรา 499 ของพระราชบัญญัติการย้ายถิ่นฐาน ปีค.ศ. 1958 กล่าวถึงแนวทางในการพิจารณาแคนเซิลวีซ่านักเรียน หรือในกรณีพิจารณาให้วีซ่านักเรียน (สำหรับนักเรียนที่โดนยกเลิกวีซ่านักเรียนอัติโนมัติ)  - โดยปกติแล้ว ภายหลังจากโรงเรียนแจ้งนักเรียนว่าจะทำการยกเลิก CoE นักเรียนจะต้องไปรายงานตัวที่อิมมิเกรชั่นภายใน 28 วัน  ถ้าหากพ้น 28 วันไปแล้ว วีซ่านักเรียนก็จะโดนยกเลิกโดยอัติโนมัติ  ถึงแม้ตอนนี้ Automatic cancellation (การยกเลิกวีซ่านักเรียนโดยอัติโนมัติ) นั้นจะยกเลิกไปแล้วตั้งแต่ 13 เมษายน 2013 ที่ผ่านมาแล้วก็ตาม ทั้งนี้ก็เพื่อป้องกันไม่ให้สถาบันแคนเซิล CoE นักเรียนโดยไม่ยุติธรรม  แต่ว่าอย่างไรก็ตาม อาจจะยังมีนักเรียนบางคนที่โดนยกเลิกวีซ่านักเรียนโดยอัติโนมัติภายใต้กฎหมายเก่า ก็ยังสามารถขอวีซ่านักเรียนคืนได้อยู่ค่ะ     โดยแนวทางนี้ออกมาเพื่อให้เจ้าหน้าที่อิมมิเกรชั่นสามารถพิจารณาในการจะแคนเซิล หรือไม่แคนเซิลวีซ่านักเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น  ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วนักเรียนจะต้องไม่ทำผิดคอนดิชั่น 8202 ก็คือไม่ขาดเรียน และไม่สอบตก  หรือถ้าขาดเรียนหรือสอบตก ก็ต้องมีเหตุผลที่น่าเชื่อถือ หรือที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า exceptional circumstances beyond control” โดยมีเหตุผลที่ตัวนักเรียนไม่สามารถควบคุมได้  เช่นหกล้มขาหักทำให้ไปโรงเรียนไม่ได้   หรืออย่างเมื่อ 2 – 3 ปีที่แล้ว ประเทศไทยเกิดน้ำท่วมใหญ่  นักเรียนเกิดความเครียดว่าบ้านโดนน้ำท่วมทำให้สอบตก  หรือโรงเรียนไม่ให้ความยุติธรรมในการขอ appeal  เช่นอยู่ดีๆ โรงเรียนส่งจดหมายมาแคนเซิล CoE โดยไม่มีการเตือนล่วงหน้า เป็นต้น      

          ทุกครั้งที่น้องๆ นักเรียนเดินเข้ามาขอความช่วยเหลือเพราะว่าวีซ่านักเรียนกำลังจะโดนยกเลิก ไม่ว่าจะจากเหตุผลส่วนตัว หรือจากโรงเรียนเองก็ตาม คุณหมอวีซ่าก็มักจะรู้สึกเห็นใจและอยากช่วยเหลือให้น้องๆเหล่านี้ไม่โดนยกเลิกวีซ่านักเรียน  ในช่วงที่ผ่านมามีหลายต่อหลายเคสที่เข้ามาปรึกษาและประสบความสำเร็จในการไม่โดนยกเลิกวีซ่านักเรียน  คุณหมอวีซ่าจึงขอเขียนเล่าไว้เป็นปณิธานค่ะ  

          เริ่มจากเคสแรก  น้องเอ (นามสมมุติ) ที่เข้ามาหาคุณหมอวีซ่าเพราะทางโรงเรียนแจ้งยกเลิก CoE เพราะว่ามีผลการเรียนไม่เป็นที่พอใจ  จำเป็นจะต้องไปรายงานตัวที่อิมมิเกรชั่นภายใน 28 วัน   น้องเอก็เข้ามาขอคำปรึกษากับทางคุณหมอวีซ่าว่าทำอย่างไรดี  ทางโรงเรียนให้ไปที่อิมมิเกรชั่นเพราะสอบตก  ซึ่งน้องเอก็ส่งงานและเข้าเรียนทุกครั้ง  รายงานเองก็เป็นรายงานกลุ่ม ทำไมคนที่เหลือผ่านแล้วเค้าไม่ผ่านคนเดียว  โรงเรียนและอาจารย์ไม่ยุติธรรมกับเค้าเลย  น้องเอเองก็มีหลักฐานเก็บไว้ว่าเค้าได้ส่งงานอย่างสม่ำเสมอ เพราะฉะนั้นไม่มีทางที่เค้าจะสอบตกแน่นอน     หลังจากที่ได้พูดคุย คุณหมอวีซ่าก็ให้น้องเอไปรายงานตัวที่อิมมิเกรชั่น และให้เขียน statement เข้าไปว่าทำไมทางอิมมิเกรชั่นถึงไม่ควรยกเลิกวีซ่านักเรียน  ซึ่งตรงนี้ถือเป็นความผิดของทางโรงเรียนโดยเฉพาะที่ไม่ควบคุมดูแลผลการเรียนของนักเรียน  ทำไมอีกคนผ่าน แล้วอีกคนไม่ผ่านทั้งๆที่ทำรายงานกลุ่มเดียวกัน  ภายหลังจากที่ยื่นเรื่องเข้าไป  น้องเอก็ได้รับข่าวดีว่าวีซ่านักเรียนไม่โดนแคนเซิลแล้ว  สร้างความยินดีให้กับน้องเอมากค่ะ      

          เคสที่สองเป็นเรื่องของน้องบี (นามสมมุติ)  ที่อยู่ดีๆ ก็โดนยกเลิกวีซ่านักเรียนอัติโนมัติ  น้องบีนั้นไปเรียนโดยปกติ  ทุกครั้งที่ไปเรียนก็ไม่เคยมีปัญหาสักครั้ง   ซึ่งตัวเองก็ยังจ่ายเงินค่าเรียนไม่เคยขาด  แต่มาวันหนึ่ง ทางเอเจนท์นักเรียนของน้องเอก็แจ้งว่าทางโรงเรียนได้ยกเลิก  CoE ไปแล้ว  ให้ไปรายงานตัวที่อิมมิเกรชั่นภายใน 28 วัน  น้องบีก็งงมาก เพราะทุกครั้งที่ไปโรงเรียน ทางโรงเรียนเองก็ไม่เคยแจ้งอะไรเลย  จดหมายหรืออีเมลอะไรก็ไม่เคยได้   หลังจากที่ไปรายงานตัวที่อิมมิเกรชั่น  ทางอิมมิเกรชั่นก็แจ้งว่าวีซ่าน้องบีนั้นได้ขาดมาเป็นเวลาระยะหนึ่งแล้ว  น้องบีก็ได้โทรมาปรึกษาคุณหมอวีซ่าขอให้ได้วีซ่านักเรียนกลับคืน  ทางโรงเรียนแจ้งยกเลิก CoE ของน้องบี เพราะว่าน้องบีนั้นไม่ยอมส่งงาน เท่ากับว่าสอบไม่ผ่าน  ซึ่งน้องเอเองก็ยืนยันว่ามีการส่งงานครบ ทุกครั้งที่จะส่งงานช้าก็ได้ทำการขออนุญาตทางโรงเรียนแล้ว  สุดท้ายถึงได้รู้ว่าทางโรงเรียนได้ส่งจดหมายมาเตือนทางอีเมลเก่า  ซึ่งน้องบีนั้นเลิกใช้ไปแล้ว ทำให้น้องบีไม่ทราบเรื่องราวใดๆ ทั้งสิ้น   ซึ่งท้ายที่สุดน้องบีก็ได้วีซ่านักเรียนกลับคืนมา เพราะถือว่าน้องบีนั้นไม่เคยทราบเรื่องใดๆ ทั้งสิ้น  จดหมายหรืออีเมลไม่เคยได้รับทั้งสิ้น  ทั้งๆ ที่ทางโรงเรียนเองก็มีเบอร์โทรศัพท์ แต่ก็ไม่มีติดต่อกลับมา กลับติดต่อไปที่เอเจนท์ ซึ่งทางเอเจนท์หลังจากได้เงินค่าคอมฯไปแล้ว ก็ไม่คิดจะให้ความช่วยเหลือใดๆ กับน้องบี ทั้งสิ้น  แถมยังปิดมือถือหนีอีก      ตอนนี้น้องบีก็ได้ยื่นวีซ่าคู่ครองกับแฟนเป็นที่เรียบร้อย ได้ทั้งเมดิแคร์ และได้ทำงาน โชคดีไปแล้วค่ะ  

          ทั้งสองเคสนี้เป็นเคสตัวอย่างของน้องที่โดนยกเลิกวีซ่านักเรียนนะคะ   คุณหมอวีซ่าเชื่อว่าคงไม่มีใครอยากโดนยกเลิกวีซ่านักเรียนไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม  แต่ถ้าหากน้องๆ ผู้อ่านท่านใดที่กำลังประสบปัญหาเช่นนี้อยู่ ก็สามารถโทรเข้ามาปรึกษากับทางซีพีฯได้ทุกสาขานะคะ   ทีมงานคุณหมอวีซ่าเองก็มักจะได้รับโทรศัพท์ โทรเข้ามาปรึกษาทำนองนี้อยู่บ่อยครั้ง  บางคนพอรู้ว่าจะต้องไปรายงานตัวที่อิมฯ ก็กลัว ไม่กล้า  ไหนจะกลัวว่าที่บ้านจะเสียใจ กลัวอิมฯจับ กลัวไปหมดทุกอย่าง  แต่ทุกอย่างอาจมีทางแก้ไขนะคะ  ไม่แน่เราอาจจะมีเหตุผลที่ดีมากพอในการจะไม่ให้อิมมิเกรชั่นยกเลิกวีซ่านักเรียนของเรา  เช่นเจ็บหนัก เรียนไม่ไหว และอื่นๆ  เป้นต้น  อย่าปล่อยให้วีซ่านักเรียนเราโดนยกเลิกเพราะจะส่งผลไม่ดีให้กับตัวเองในระยะยาว คุณหมอวีซ่าพูดเสมอว่า อยู่บ้านเขาก็ต้องทำตามระเบียบของบ้านเขาเสียให้ถูกต้อง จะได้อยู่อย่างสบายใจ  หลายๆคนพอโดนยกเลิกก็อยู่เป็นผี กล้าๆกลัวๆ ไม่กล้าไปไหน  ผ่านไปสักพักแล้วอยากกลับมาถือวีซ่านักเรียนเหมือนเดิม ก็ไม่มีโอกาสแล้วนะคะ หรืออาจจะมีแต่ก็โอกาสน้อยมากค่ะ  พอกลับไปไทยจะทำวีซ่าตัวอื่นกลับมา ก็ต้องโดนแบน 3 ปี  มีแต่ข้อเสียกับข้อเสียทั้งนั้นเลยค่ะ   ทางที่ดีที่สุดคือตั้งใจเรียนดีกว่าค่ะ  ไหนๆก็ต้องเสียเงินค่าเล่าเรียนเป็นจำนวนมากแล้ว  เราก็ควรที่จะตั้งใจเรียนให้สมความปรารถนาของคุณพ่อคุณแม่    

          สำหรับฉบับนี้คุณหมอวีซ่าขอลาไปก่อนค่ะ  สวัสดีปีใหม่ไทย และขอให้ทุกคนเดินทางปลอดภัยตลอดช่วงเทศกาลนี้นะคะ ไม่ว่าจะเป็นสงกรานต์หรืออีสเตอร์ก็ตาม  พักผ่อนและเที่ยวกันให้สนุกนะคะ แล้วเจอกันใหม่ฉบับหน้าค่ะ