“คุณหมอวีซ่า”

รูปภาพของฉัน
โดย Pip Panasbodi (MARN 9896337) ผู้เชี่ยวชาญด้านวีซ่าประจำ CP International Education & Migration Centre www.cpinter.com.au

วันศุกร์ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2557

หมดเวลาของวีซ่าครอบครัว (แบบไม่สมทบทุนแล้ว)...

สวัสดีค่ะ ผู้อ่านทุกท่าน ขอต้อนรับเข้าสู่หน้าหนาว (ออสเตรเลีย) อย่างเป็นทางการนะคะ    ตอนนี้คุณหมอวีซ่าก็ไดกลับมาประจำการยังซิดนีย์อีกครั้ง  ญาติมิตรท่านไหนอยากจะเข้ามาปรึกษาปัญหาวีซ่า ก็สามารถโทรเข้ามาได้เลยที่ 02-9267-8522 นะคะ     

เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคมที่ผ่านมา ทางอิมมิเกรชั่นก็ได้ออกกฎหมายใหม่ยกเลิกวีซ่าบางประเภท  (มีการประกาศในพระราชบัญญัติแล้วเรียบร้อย)  และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 2 มิถุนายนที่ผ่านมา  ซึ่งวีซ่าที่โดนยกเลิกก็เป็นวีซ่าประเภทครอบครัว ได้แก่ 
·         Parent visa (subclass 103)
·         Aged Parent visa (subclass 804)
·         Aged Dependent Relative visa (subclasses 114 and 838)
·         Remaining Relative visa (subclasses 115 and 835)  
·         Carer visa (subclasses 116 and 836).

วีซ่าที่โดนยกเลิกไปก็ได้แค่ วีซ่าคุณพ่อคุณแม่ (รวมทั้งแบบธรรมดา และแบบผู้สูงอายุ)  วีซ่าญาติคนสุดท้าย และวีซ่าผู้ดูแล   ทั้งที่ยื่นในออสเตรเลียและยื่นนอกออเตรเลีย มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 2 มิถุนายนเป็นต้นไป    ทั้งนี้ก็เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล Tony Abbott  ที่ต้องการให้ความสนใจกับวีซ่าครอบครัวประเภทคู่ครอง ลูก และคุณพ่อคุณแม่ (แบบสมทบทุน) มากกว่า  ทั้งนี้ก็เพราะในบรรดาวีซ่าที่กล่าวไว้ด้านบนต่างเป็นวีซ่าที่มีระยะเวลารอค่อนข้างนาน  ในปัจจุบันหากยื่นวีซ่าคุณพ่อคุณแม่แบบไม่ต้องสมทบทุน อาจจะต้องรอถึง 13 ปี กว่าที่วีซ่าจะได้รับการพิจารณา  และถ้าจะยื่น Last Remaining Relative หรือวีซ่าทาญาติคนสุดท้ายด้วยแล้ว ก็อาจจะต้องรอถึง 16 ปีกันเลยทีเดียว    ในแต่ละปีอิมมิเกรชั่นจะมีการกำหนดจำนวนผู้ที่จะได้พีอาร์ภายใต้วีซ่าครอบครัว เช่นสมมุติปีนี้ (2013 – 2014) มีตำแหน่งพีอาร์ว่างสำหรับวีซ่าคุณพ่อคุณแม่ 1,500 คน  ถ้าหากคนสมัครเข้ามาเกินโควต้าของแต่ละปีนั้นๆ ก็ต้องรอปีต่อไป  นี่คือสาเหตุว่าทำไมระยะเวลาในการรอได้พีอาร์ถึงนานแสนนานปานนั้น 

        ต้องบอกว่าการที่อิมมิเกรชั่นออกมายกเลิกวีซ่าเหล่านี้ ก็เป็นเพราะวีซ่าเหล่านี้ไม่ใช่วีซ่าทำเงินให้กับรัฐบาลออสเตรเลีย  ท่านผู้อ่านหลายๆคนที่คอยติดตามข่าวงบประมาณออสเตรเลียในช่วง 2 – 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา ก็คงจะพอทราบว่าทางรัฐบาลมีการตัดงบประมาณตรงโน้นตรงนี้ และเพิ่มภาษีในบางส่วนขึ้นอีก  ยิ่งช่วงนี้รัฐบาลจำเป็นจะต้องหาเงินมาสำรองไว้เยอะๆ  ต้องบอกก่อนว่าข่าวเรื่องการยกเลิกวีซ่านี้เป็นข่าวเงียบมากๆนะคะ   แม้กระทั่งทาง Migration Alliance ที่คุณหมอวีซ่าเป็นสมาชิกอยู่ก็ยังกล่าวว่าทางอิมมิเกรชั่นแอบทำกันแบบเงียบๆ   ทางอิมฯเพียงแค่แจ้งไว้ในเว็บเฉยๆว่าวีซ่าประเภทนี้กำลังจะโดนยกเลิก แต่ก็ไม่ได้แจ้งวันที่แน่นอนไว้  พอมารู้อีกทีก็โดนปิดประตูไปซะแล้ว คนที่พลาดไปก็เยอะ สร้างความไม่พอใจให้เป็นอย่างยิ่ง

        อย่างไรก็ตาม นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าท่านผู้อ่านที่เป็นพีอาร์หรือซิติเซ่นจะไม่สามารถพาคุณพ่อคุณแม่มาอยู่ออสเตรเลียอย่างถาวรได้อีก  เพราะว่าวีซ่าคุณพ่อคุณแม่ (ประเภทสมทบทุน) ก็ยังสามารถยื่นสมัครได้อยู่ค่ะ   ภายใต้คอนดิชั่นที่ว่าถ้าหากท่านผู้อ่านสามารถจ่ายเงินสมทบให้กับอิมมิเกรชั่นเป็นจำนวน $42,220 และอาจต้องมีการวางเงินค้ำประกันด้วยค่ะ   วีซ่าคุณพ่อคุณแม่ที่ว่านี้ซึ่งยังเปิดให้สมัครได้อยู่มีชื่อว่า Contributory Parent visa (subclass 143)  และ Contributory Aged Parent visa (subclass 864)   - วีซ่าทั้งสองประเภทนี้เป็นประเภทวีซ่าถาวหรือพีอาร์ (PR) ซึ่งต้องมีการจ่ายเงินสมทบเป็นจำนวน $42,220 (ตัวเลขปัจจุบัน) ให้กับทางอิมมิเกรชั่น  และช่วงระยะเวลาในการรอวีซ่าก็หดสั้นลงเหลือเพียงแค่ประมาณ 2 ปีเท่านั้น  และถ้าหากคุณพ่อคุณแม่อายุมากกว่า 65 ปี และถือวีซ่าท่องเที่ยวอยู่ (โดยไม่มีคอนดิชั่น 8503  No Further Stay ติดมา) ก็สามารถที่จะยื่นวีซ่า Contributory Aged Parent ภายในออสเตรเลียได้โดยไม่จำเป็นต้องกลับไปยื่นที่ไทยค่ะ    
       
        แต่ถ้าหากท่านผู้อ่านไม่ต้องการที่จะจ่ายเงินก้อนโตทีเดียว ก็สามารถที่จะสปอนเซอร์คุณพ่อคุณแม่ภายใต้  Contributory (Temporary) Parent visa (subclass 173) และ Contributory (Temporary) Aged Parent visa (subclass 884) ซึ่งถือเป็นวีซ่าชั่วคราว ปี หรืออีกนัยหนึ่งเป็นวีซ่าข้ามฝั่งไปเป็นพีอาร์ โดยจะต้องสมัครวีซ่าพีอาร์ภายใน 2 ปี นับจากได้วีซ่าชั่วคราวค่ะ  แต่ค่าใช้จ่ายที่เป็นเงินสมทบที่จะต้องจ่ายให้กับอิมมิเกรชั่นก็มีการแบ่งจ่ายเป็น 2 งวดแทน  โดยจะต้องจ่ายในขั้นตอนวีซ่าชั่วคราวอยู่ที่ $16,885 เท่านั้น อีกงวดก็ไว้จ่ายอีกสองปีให้หลังตอนทำ PR เสมือนการผ่อนจ่ายนั่นเอง

        จะว่าไปแล้วข้อดีของวีซ่าประเภทสมทบทุนก็มีอยู่เยอะนะคะ  นอกจากจะรอเพียงแค่ 2 ปีแล้ว คุณพ่อคุณแม่ก็สามารถได้สิทธิเช่นเดียวกับพีอาร์คนอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นสิทธิในการทำงาน การเรียน เมดิแคร์ และอื่นๆ  ถึงแม้ว่าคุณพ่อคุณแม่จะถือวีซ่าชั่วคราว (subclass 173 หรือ subclass 884) ก็มีสิทธิที่จะได้เมดิแคร์ และอื่นๆ เช่นเดียวกับวีซ่าตัวถาวรค่ะ     แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นคุณลูกๆจะต้องผ่าน Balance of Family Test กล่าวคือมีลูกอย่างน้อยครึ่งหนึ่งเป็น Australian PR or citizen ก่อนถึงจะสปอนเซอร์พ่อแม่ได้นะคะ  ถ้าหากท่านผู้อ่านท่านไหนสงสัยในการยื่นวีซ่าคุณพ่อคุณแม่ และคุณสมบัติของลูกในการยื่นวีซ่าแล้ว เพื่อความแน่นอนก็สามารถโทรมาสอบถามที่ 02-92678522 ได้เลยค่ะ  ทีมงานซีพี อินเตอร์ฯ ยินดีตอบคำถามทุกท่านค่ะ

        ส่วนญาติท่านอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นพี่น้อง พี่ป้าน้าอา ปู่ย่าตายาย ก็คงต้องอาศัยความสามารถตัวเองในการสมัครพีอาร์ประเทศออสเตรเลียแทน  ถ้าหากมีความสามารถก็อาจจะมาโดยวีซ่าทำงาน  หรือถ้าเพิ่งเรียนจบก็สามารถสมัคร SkillSelect หรือจะหานายจ้างออสเตรเลียเป็นสปอนเซอร์ให้ หรือถ้ามีแฟนเป็น PR or citizen ก็สามารถสมัครวีซ่าคู่ครองได้เช่นเดียวกัน   หรือจะเป็นวีซ่าท่องเที่ยวทั้งแบบสปอนเซอร์ตัวเอง หรือให้ญาติสปอนเซอร์ ก็มาออสเตรเลียได้เช่นเดียวกัน  แต่ไม่ว่าจะมาด้วยวีซ่าประเภทใดก็ตาม  ขอให้ผู้อ่านทุกท่านปฏิบัติตามกฎวีซ่า เช่นวีซ่าหมดวันไหนก็ต้องกลับไทยก่อนวันที่วีซ่าขาด หรือไปต่อวีซ่าให้ถูกต้องตามกฎหมายซะ  ไม่ใช่หนีวีซ่าแล้วอยู่แบบหลบๆ ซ่อนๆ  เพราะยิ่งมีประวัติไม่ดีเท่าไร วีซ่าก็จะผ่านยากยิ่งๆขึ้นหลายเท่าตัวเลยค่ะ     

ผลกระทบจากการประกาศโดยไม่รู้ตัวครั้งนี้ บอกได้เลยว่าน่าจะเกิดกับคุณลูกๆทั้งหลายที่กำลังวางแผนจะยื่นวีซ่าคุณพ่อคุณแม่โดยไม่อยากจ่ายเงินสมทบมากที่สุด  ดังนั้น เมื่อทราบเช่นนี้ ท่านผู้อ่านท่านใดที่ต้องการจะสปอนเซอร์คุณพ่อคุณแม่มาออสเตรเลีย ก็ต้องเริ่มเก็บเงินกันแล้วละค่ะ  เพราะบอกตรงๆว่าค่าใช้จ่ายตรงนี้ค่อนข้างสูง  แต่คุณพ่อคุณแม่ของเราก็มีโอกาสที่จะได้รับสิทธิเฉกเช่นเดียวกับพีอาร์หรือซิติเซ่นออสเตรเลียคนอื่นๆค่ะ  และหากคำนวณให้ดีๆ เงินสมทบที่ต้องจ่ายในการสปอนเซอร์คุณพ่อคุณแม่มาอยู่ด้วยกันที่ออสเตรเลียนั้น ถึงจะเป็นจำนวนสูงถึงเมื่อเทียบเป็นเงินไทยก็กว่าล้านบาทไทยก็จริง แต่หากคุณพ่อคุณแม่เกิดเจ็บป่วยเข้าโรงพยาบาลที่เมืองไทย ท่านก็คงต้องควักจ่ายค่ารักษาค่าหมอค่าโรงพยาบามเป็นล้านๆบาทอยู่ดี ในขณะที่พ่อแม่สามารถรักษาฟรีภายใต้ระบบ Medicare ของ Australia แถมได้มาอยู่ช่วยงานเรา เลี้ยงหลาน ใกล้หูใกล้ตาให้เราดูแลท่านได้อย่างอบอุ่น จริงไหมคะ อันนี้ก็ต้องลองชั่งใจไตร่ตรองดูให้ดีๆนะคะ

ถ้าหากต้องการอ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวีซ่าที่โดนยกเลิกไป สามารถติดตามอ่านเพิ่มเติมได้ที่   http://www.immi.gov.au/Live/Pages/certain-family-visas-closure.aspx  ค่ะ

       ก่อนจะจากกันไป  ตอนนี้ก็เข้าเดือนมิถุนายนกันแล้วนะคะ  ในวันที่ 1 กรกฎาคมนี้ ทางอิมมิเกรชั่นจะมีการเปลี่ยนแปลงกฎและเงื่อนไขต่างๆเกี่ยวกับวีซ่า โดยเฉพาะในเรื่องของค่าสมัครวีซ่าที่มักจะขึ้นทุกๆวันที่ 1 กรกฎาคม  เพราะฉะนั้นน้องๆคนไหนที่ต้องการจะสมัครวีซ่า ก็ควรจะรีบยื่นก่อน 30 มิถุนายนนะคะ    ตอนนี้ซีพี ซิดนีย์เองก็มีโปรโมชั่นสุดพิเศษ น้องๆคนไหนที่เลือกใช้บริการยื่นวีซ่ากับทางซีพี ซิดนีย์ก่อนวันที่ 30 มิถุนายน รับไปเลยส่วนลด 10 %ค่ะ* 
*Conditions apply  

ทิ้งท้ายไว้ด้วยภาพสวยๆจากแคนาดาที่คุณหมอวีซ่าได้ไปประชุมและพบกับสถาบันการศึกษาคุณภาพของแคนาดาค่ะ





สำหรับฉบับนี้ขอลาไปก่อนค่ะ