“คุณหมอวีซ่า”

รูปภาพของฉัน
โดย Pip Panasbodi (MARN 9896337) ผู้เชี่ยวชาญด้านวีซ่าประจำ CP International Education & Migration Centre www.cpinter.com.au

วันพฤหัสบดีที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2559

ทำไมถึงโดนปฏิเสธวีซ่านักเรียนกันเยอะมาก ขึ้นศาลตุลาการมีโอกาสเรียกคืนไหม?

  สวัสดีค่ะ ช่วงหลังๆมานี้...คุณหมอวีซ่างานยุ่งมากค่ะเรียกได้ว่าตัวเป็นเกลียวหัวเป็นน็อตกันเลยทีเดียว เพราะมีเคสที่ต้องพาลูกค้าที่โดนปฏิเสธวีซ่ามาจากเอเจนท์อื่นไปขึ้นศาลตุลาการเพื่อขอยื่นอุทธรณ์และโต้แย้งต่อท่านตุลาการขอให้ท่านทบทวนเรื่องให้จากการที่ลูกค้าไม่ได้รับความยุติธรรมจากการถูกปฏิเสธวีซ่าจากทางเจ้าหน้าที่อิมมิเกรชั่น จึงทำให้ไม่มีเวลามาเขียนบทความบ้างในบางฉบับ และได้ขอให้คุณจัสตินมาช่วยเขียนบทความที่มีประโยชน์ต่อท่านผู้อ่านให้บ้างในบางครั้ง หวังว่า ท่านผู้อ่านคงไม่ว่าอะไรนะคะ อย่างไรก็ดีคุณหมอวีซ่าก็ดีใจมากนะคะที่สามารถชนะคดีจากศาลตุลาการ หรือที่ชื่อภาษาอังกฤษเรียกกันว่า Administrative Appeal Tribunal (AAT) มาหลายต่อหลายเคส เพราะเท่ากับว่าเป็นการช่วยชุบอนาคตให้เด็กๆได้อยู่ได้เรียนกันต่อในประเทศออสเตรเลียโดยไม่ต้องกลับบ้านก่อนกำหนด และถือเป็นการ ชุบประวัติให้นักเรียนให้ขาวสะอาดอีกครั้งโดยไม่ต้องมามีประวัติติดตัวไปในทางลบจากการถูกปฎิเสธหรือยกเลิกวีซ่าอีกด้วยค่ะ การขึ้นศาลตุลาการทุกครั้งถือเป็นงานหนักและต้องใช้เวลามาก ต้องทำงานกันเป็นทีม เนื่องจากการเตรียมเคสแต่ละเคสเพื่อจะไปโต้แย้งให้ชนะหรือให้ท่านตุลาการเห็นด้วยกับเรานั้นเป็นเรื่องที่จริงจังมากๆ เรียกได้ว่าชี้เป็นชี้ตาย กันในวันที่ต้องไปขึ้นศาลกันนี่แหล่ะค่ะ หรือที่ฝรั่งมักจะพูดว่า “cannot take it lightly!” เพราะต้องมีทั้งการเขียนแก้ต่าง (submission) การจัดเอกสาร supporting documents ให้ครบถ้วนและสมเหตุสมผลตามข้อกำหนดของกฎหมายและนโยบายของรัฐบาลออสเตรเลีย อีกทั้งยังต้องมีการติวลูกค้าให้ตอบคำถามได้อย่างถูกต้องและตรงประเด็น เนื่องจากต้องชี้แจงให้เข้าใจถึงคำถามที่อาจจะถูกถามจากท่านตุลาการอย่างละเอียดก่อนที่จะต้องให้ข้อมูลในวันไต่สวน (Hearing Date) ค่ะ นี่คุณหมอวีซ่าเองก็เพิ่งกลับจากศาลตุลาการ ก็เลยอยากจะยกตัวอย่างบางเคสมาเล่าสู่กันฟังให้ทราบค่ะ

กรณีที่ 1: นักเรียนที่เปลี่ยนคอร์สเปลี่ยนโรงเรียนบ่อยๆ และเรียนแต่ในสถาบันระดับล่างราคาถูก และอยู่ในออสเตรเลียด้วยวีซ่านักเรียนเป็นเวลานานหลายปี - เจ้าหน้าที่อิมมิเกรชั่นมักทำการปฏิเสธวีซ่านักเรียนสำหรับผู้ที่ลงทะเบียนเรียนคอร์สสั้นๆประเภท Certificate หรือ Diploma จบตัวหนึ่งแล้วไปต่ออีกตัวหนึ่ง หรือบางครั้งก็ย้ายคอร์สย้ายโรงเรียนเป็นว่าเล่น โดยมักตอบท่านตุลาการว่า ทำไปเพราะคำแนะนำของเอเท์ตัวแทนการศึกษา จนอยู่มากว่า 7 ปีแล้วก็ยังเรียนไม่จบซักที โดยเฉพาะในหมู่นักเรียนไทยที่มักมากันเป็น pattern เลยก็ว่าได้ ที่จริงคุณหมอวีซ่าจำได้ว่าเคยเขียนถึงเรื่องทำนองเดียวกันนี้มาแล้ว แต่คิดว่าน่าจะต้องเขียนซ้ำอีกทีเพื่อทบทวนให้ท่านผู้อ่านทราบว่ามันมีผลเสียมากกว่าผลดีจากการกระทำแบบนี้ และถือเป็นการให้ความรู้ให้กับท่านที่ไม่ได้อ่านบทความของคุณหมอวีซ่าเกี่ยวข้องกับเรื่องทำนองเดียวกันนี้มาก่อนอีกด้วยละกันค่ะ โดยก่อนอื่นคุณหมอวีซ่าจะขออธิบายและชี้แจงเบื้องต้นเกี่ยวกับการทำธุรกิจเอเจนท์การศึกษาให้ท่านผู้อ่านเข้าใจเสียก่อน หลังจากนั้นหากได้ทราบเรื่องกันแล้วยังคิดว่าจะเลือกเดินในทางที่มันต้องเสี่ยงกับการถูกปฏิเสธวีซ่า เสี่ยงต่อการเสียประวัติ ซ้ำร้ายอาจจะเสียอนาคตที่ดีในภายภาคหน้าก็เป็นทางเลือกของท่านผู้อ่านเองแล้วค่ะ เข้าใจว่าทุกๆคนมีเหตุผลของตัวเอง เจตนาของการเขียนในวันนี้คือเป็นห่วงด้วยความจริงใจ ไม่ได้ต้องการจะโจมตีหรือดูแคลนใครแต่อย่างใดนะคะ เพราะถ้าหากเกิดขึ้นกับตัวท่านเองหรือคนใกล้ตัวแล้วมันเป็นกรณีที่ร้ายแรงมากๆ ใครก็ไม่สามารถช่วยท่านได้แล้วเหมือนกันค่ะ...คุณหมอวีซ่าขอเริ่มด้วยการอธิบายถึงข้อเท็จจริงให้ท่านฟังว่า ในโลกของการทำธุรกิจนั้น ไม่มีเอเจนท์ไหนใจดีทำงานให้ท่านฟรีๆโดยไม่ได้รับค่าตอบแทนหรอกค่ะ ในการประกอบกิจการสายเอเจนท์ตัวแทนการศึกษาต่อต่างประเทศแบบนี้ ทางสถาบันการศึกษาก็จะมีเอเจนท์ตัวแทนช่วยโปรโมทและขายคอร์สหานักเรียนให้เขา ซึ่งทุกครั้งที่มีการลงทะเบียนส่งเด็กให้กับทางสถาบัน เอเจนท์ก็จะได้รับค่าตอบแทนในรูปแบบของคอมมิชชั่นจากทางสถาบันในอัตราแตกต่างกันไป บางที่นี่ร้ายแรงมากถึงกับที่ว่ามีจุดประสงค์ในการก่อตั้งโรงเรียนขึ้นมาแบบชั่วคราว พอโกยเงินไปได้ก้อนนึงแล้วก็ปิดโรงเรียนไปก็เคยเกิดขึ้นให้เห็นมาแล้วในอดีต ซึ่งด้วยความที่มันเคยเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นมาทาง CP International ของเราก็เลือกที่จะไม่เซ็นสัญญาเป็นตัวแทนให้กับโรงเรียนสถาบันที่ด้อยคุณภาพหรือไม่มีคุณภาพแบบนั้นหรอกค่ะ บางครั้งตัวแทนของโรงเรียนที่เข้ามาคุยกับเรายังดูไม่มีความน่าเชื่อถืออีกด้วย และทางเราเองก็มีนโยบายและความเชื่อที่ว่าอยากให้ท่านผู้อ่านเองก็ดีหรือลูกหลานของท่านผู้อ่านมีอนาคตที่ดี สามารถต่อยอดได้ โดยที่ไม่ต้องเอาตัวเองมาเสี่ยงกับการลงทะเบียนเรียนไปเรื่อยๆ พออยู่ไปนานๆก็มีสิทธิ์โดนปฏิเสธวีซ่าอยู่ดีค่ะ สู้หาอะไรเรียนที่มันมีคุณภาพแล้วสามารถต่อยอดให้ตัวเองสามารถแอพพลายเป็นคนที่นี่ไม่ดีกว่าหรอคะ จากจุดยืนที่เราคำนึงถึงอนาคตของนักเรียนคนไทยมากกว่าการลงทะเบียนไปเรื่อยๆเพื่อให้ได้ค่าคอมฯจากทางสถาบัน คุณหมอวีซ่าคิดว่าท่านผู้อ่านน่าจะเข้าใจมากขึ้นว่าทำไมบางครั้งเราถึงไม่ได้ตามใจนักเรียนที่เข้ามาขอคำปรึกษาจากทางทีมงานของเรานะคะ นี่คงเข้ากับสำนวนที่ว่าไว้ด้วยว่า “ถูกต้องแต่ไม่ถูกใจ” ค่ะ เพราะอย่างที่บอกไปว่าเอเจนท์ตัวแทนต่างๆ รวมถึง CP International ด้วยก็ดีจะได้ค่าคอมฯจากทางสถาบันทุกครั้งที่มีการลงทะเบียนเรียนกับสถาบันนั้นๆนะคะ ซึ่งก็จะไปเข้าทางของน้องๆนักเรียนคนไทยหลายๆคนพอดีที่ชอบของถูก ชอบของง่าย ชอบสนุก ชอบฟังคำหวานๆ และไม่ชอบที่ต้องไปเรียนในหลักสูตรที่ยากหรือแพงตามสถาบันดีๆ จนลืมคำนึงถึงอนาคตของตัวเองว่า หลักสูตรที่เรียนเนี่ยะสามารถเอาไปต่อยอดอนาคตได้อย่างไร ช่วยยกระดับความก้าวหน้าให้กับงานของเรา หรือใช้หางานทำในต่างประเทศเพื่อสร้างประวัติงานที่ดีให้ตนเองจนในนำไปสู่การยื่นขอ PR หรือ Citizen ให้ได้วีซ่าอาศัยอยู่ในออสเตรเลียอย่างถาวรในอนาคต ด้วยเช่นนี้ทำให้หลายๆคนกลายเป็นเหยื่อของเอเจนท์ตัวแทนที่เน้นขายคอร์สมากกว่าการเป็นที่ปรึกษาทางการศึกษาที่แท้จริง ที่ต้องยึดผลประโยชน์ของลูกค้ามาเป็นอันดับแรก ลองคิดกันดูเล่นๆว่าท่านผู้อ่านทั้งหลายอยากให้ลูกหลานของตัวเองมาตกอยู่ในสภาวะแบบนี้หรอคะที่อยู่ไปเรื่อยๆ เรียนหรือย้ายไปโรงเรียนไปเรื่อยๆ พอถึงเวลาที่ต่อวีซ่าที่เจ้าหน้าที่เขาพบว่าอยู่มานานแล้วแต่ยังวนเวียนอยู่ในการศึกษาระดับเดิมๆก็ต้องมานั่งลุ้นผลวีซ่าว่าจะผ่านกันไหม เวลาเข้าไปปรึกษากับที่อื่นเขาได้บอกข้อมูลแบบนี้บ้างหรือเปล่าคะ แล้วพอเคสมีปัญหาบางที่ก็ใจร้ายตัดหางปล่อยวัดก็มี พอเป็นเช่นนี้ก็จะต้องไปขึ้นศาลอุทธรณ์ (AAT) เหมือนที่คุณหมอวีซ่าเพิ่งพาน้องคนนึงที่ถูกเอเจนท์ใจร้ายบอกให้ลงเรียนไปเรื่อยๆมาเมื่อเช้านี่เองค่ะ เพราะทางรัฐบาลได้มีการใช้นโยบายเกี่ยวกับวีซ่านักเรียนที่เรียกว่า Genuine Temporary Entry (GTE) ที่คุณหมอวีซ่าจะขออธิบายเป็นกรณีที่ 2 เป็นลำดับถัดไปนะคะ บางเอเจนท์ไม่มี Migration Agent (MA) หรือเรื่องมันเลยเถิดจนเกินความสามารถของ MA อย่างคุณหมอวีซ่าและจัสตินก็ต้องไปจ้างทนายความว่าความในศาล แล้วเงินที่หามาเลือดตาแทบกระเด็นก็ล่องลอยไปอย่างรวดเร็วค่ะ เพราะทนายความจะมีค่าบริการ ค่าดำเนินการว่าความ สูงกว่า MA จนที่พอทราบตัวเลขแล้วอาจจะน้ำตาคลอกันก็ได้เลยค่ะ

กรณีที่ 2: เปลี่ยนจากวีซ่านักเรียนเป็นวีซ่าติดตามนักเรียนแล้วก็เปลี่ยนกลับมาเป็นวีซ่านักเรียนอีก สลับกันไปมา กรณีนี้ก็จะเป็นอีกกรณีที่ทางเจ้าหน้าที่อิมมิเกรชั่นเริ่มจับตามองกันมานานซักพักแล้วค่ะ เพราะมีนักเรียนหลายชาติไม่ว่าจะเป็นนักเรียนไทยหรือชาติอื่นๆเริ่มนิยมทำกันมาก ซึ่งก็มาจากคำแนะนำจากเอเจนท์อีกเช่นเคยค่ะ รวมถึงการทำเอกสารปลอมให้เนื่องจากลูกค้าสองคนนั้นไม่ได้มีความสัมพันธ์กันจริงๆหรือว่าไม่มีเอกสารเพียงพอต่อการยื่น เอเจนท์ตัวแทนก็จัดแจงทำเอกสารปลอมให้เพราะกลัวว่าจะเสียลูกค้า พอคนนึงเรียนจบไม่อยากเรียนต่อก็จับมาสลับกันเรียนได้ทั้งค่าคอมฯ ได้ทั้งค่าบริการทั้งขึ้นทั้งล่องเลยค่ะ จนรัฐบาลออสเตรเลียต้องออกมาประกาศใช้ PIC 4020 เพื่อปราบปรามผู้ขอวีซ่าที่ให้ข้อมูลเท็จ ใช้เอกสารที่ไม่เป็นจริงเข้าไปทำวีซ่า โดยกฎหมายข้อนี้มีบททำโทษรุนแรงมากนะคะ โดยท่านผู้อ่านสามารถอ่านรายละเอียดของ PIC 4020 ตามรายละเอียดด้านล่างที่คุณหมอวีซ่าได้แนบมาให้ไว้ด้วยเลยค่ะ

Public Interest Criterion 4020: PIC 4020 enables refusal of a visa if an applicant provides a bogus document or information that is false or misleading in relation to their application, or if the Minister is not satisfied of an applicant’s identity. If PIC 4020 is part of the criteria for the particular visa you have applied for you must satisfy PIC 4020 in order to be granted your visa.

Visas affected by PIC 4020

If you have applied for any of the following visas, you must satisfy PIC 4020:
  • skilled migration visas
  • business visas
  • temporary visas
  • student visas
  • family visas.

Identity requirement

PIC 4020 requires that you satisfy us of your identity to be granted a visa (where that visa includes PIC 4020 as part of the criteria).
If we are not satisfied of your identity your visa may be refused.
This requirement applies to visa applications lodged on or after 22 March 2014 and all visa applications made, but not finally determined before 22 March 2014.

Non-grant period

If your visa is refused under PIC 4020 because you did not satisfy us of your identity, you may not be granted a visa for a period of ten years (where that visa includes PIC 4020 as part of the criteria).

Waiver

There is no waiver available for the identity requirement or the ten year non-grant period.

Members of your family unit

If your visa is refused because you did not satisfy us of your identity, anyone who has you listed as a member of their family unit will also be refused. These family members will also be prevented from being granted another visa (where that visa includes PIC 4020 as part of the criteria) for ten years.

Bogus documents or information that is false or misleading

Visa applicants must not provide bogus documents or information that is false or misleading in a material particular with their visa application.
Your visa application might be refused, if you or any of the members of your family unit:
  • provide a bogus document or information that is false or misleading as part of your current visa application
    or
  • previously provided a bogus document or information that is false or misleading in relation to a visa that you held in the 12 months before making your current application.

Non-grant period

If your visa application is refused because you or any of the members of your family unit provide bogus documents or information that is false or misleading in a material particular, you might be prevented from being granted a visa for three years.

Waiver

If we are considering refusing your visa because we believe you have provided bogus documents or false or misleading information or (where that visa includes PIC 4020 as part of the criteria), you must provide reasons why the visa should be granted. These reasons must be either:
  • compelling circumstances affecting Australia
    or
  • compelling or compassionate reasons affecting an Australian citizen, permanent resident or eligible New Zealand citizen.
This also applies if you have been refused a visa for providing a bogus document or information that is false or misleading in the last three years and you apply for a new visa.

Members of your family unit

If your visa is refused because you provided a bogus document or information that is false or misleading, anyone in your application who has you as a member of their family unit might also be refused. These family members might also be prevented from being granted another visa for three years.

Chance to comment

If you are unable to satisfy us of your identity, or your application includes a bogus document or false or misleading information, we will notify you and ask you to provide comments within a specified time period.

Review rights

If your visa application is refused, you might have the right to have the decision reviewed by the Administrative Appeals Tribunal. We will advise you what review rights are available to you if your visa application is refused.

Future visa applications

If you are refused under PIC 4020, you can make a new visa application but the following conditions will apply:
  • if you have not left Australia since your application was refused and you do not hold a valid visa, you can only apply for certain specified visas listed in Form 1026i Limitations on applications in Australia (48KB PDF)
  • if you are in Australia or outside Australia and hold another visa (besides a Bridging visa) you can make a new visa application.
If you have been refused a visa for providing a bogus document or information that is false or misleading in the last three years and you apply for a new visa (where that visa includes PIC 4020 as part of the criteria), you must provide reasons why the visa should be granted. These reasons must be either:
  • compelling circumstances affecting Australia
    or
  • compelling or compassionate reasons affecting an Australian citizen, permanent resident or eligible New Zealand citizen
อ้างอิงจาก: http://www.border.gov.au/Trav/Life/Publ#

จะเห็นได้ว่าบทลงโทษเกี่ยวกับการใช้เอกสารปลอม หรือให้ข้อมูลเท็จเพื่อให้ได้มาซึ่งวีซ่านั้น จะมีบทลงโทษที่ร้ายแรงมากหากรัฐบาลจับได้ เพราะไม่ได้จะส่งผลกับตัวผู้ยื่นแต่เพียงผู้เดียวเท่านั้น หากแต่ยังส่งผลถึงสมาชิกในครอบครัวของผู้ยื่นวีซ่าอีกด้วย เรียกได้ว่าโดนกันอย่างทั่วถึงเลยค่ะ โดยไม่มีสิทธิ์ขอวีซ่ากลับเข้าออสเตรเลียอีกเป็นเวลา 3-10 ปีแล้วแต่กรณี ยกเว้นแต่ว่าจะสามารถพิสูจน์ได้ว่า มีเหตุผลที่จำเป็นและน่าเห็นใจที่ส่งผลกระทบถึงประเทศออสเตรเลีย หรือประชาชนพลเรือนที่เป็นผู้ถือถิ่นฐานถาวรที่นี่ไม่ว่าจะเป็น PR หรือ Citizen เท่านั้นค่ะ เพราะฉะนั้นทางที่ดี คุณหมอวีซ่าว่าอย่าไปหลอกเขาเลย ทำอะไรตรงไปตรงมาดีกว่าค่ะ กินได้นอนหลับสบายใจไม่ต้องมาห่วงหน้าพะวงหลังจะดีกว่าไหมคะ

สำหรับวันนี้คุณหมอวีซ่าขอพูดถึงเพียงแค่สองกรณีนี้ก่อนค่ะ เพราะเป็นตัวอย่างการถูกปฏิเสธวีซ่ามานักต่อนักที่ชัดเจนที่สุดแล้ว แต่หลายๆคนยังไม่เชื่อ ชอบคิดว่าเราพูดเกินความจริงขู่ให้กลัว คือคุณหมอวีซ่าหรือจัสตินก็ดีไม่อยากเห็นเคสแบบนี้ที่เราต้องมาแก้ไขให้แล้วอ่ะค่ะ ไม่ใช่ว่าไม่อยากช่วยหรืออะไรนะคะ แต่แค่ไม่อยากให้คนรุ่นหลังต้องตกเป็นเหยื่อโดนหลอกให้เสียอนาคตอีก เพราะถ้าโดนขึ้นมากับตัวจริงๆหล่ะก็ผลที่เสียมันมากกว่าผลที่ได้นะคะวังว่าบทความของคุณหมอวีซ่าในฉบับนี้จะสามารถช่วยเตือนสติ รวมถึงชุบอนาคตให้ท่านผู้อ่านได้บ้างไม่มากก็น้อยค่เพียงคนสองคน คุณหมอวีซ่าก็ดีใจมากแล้วค่ะ

อย่างไรก็ดี คุณหมอวีซ่าก็ต้องขอแสดงความยินดีกับลูกค้าที่ชนะเคสผ่านการขึ้นศาลตุลาการ (AAT) จากการถูกปฏิเสธวีซ่าคู่ครองเนื่องจากอิมฯแจ้งมาว่าวีซ่าของผู้ยื่นได้ขาดไปแล้ว หากแต่ผู้ยื่นมีความสัมพันธ์กับคนที่นี่มานานกว่าสองปีตามกฎหมายที่มีการเปลี่ยนแปลง ตามที่ได้เคยเขียนถึงกรณีในฉบับที่แล้ว จนตอนนี้ทำให้ลูกค้าของเราหลายๆท่านก็ได้วีซ่าคืนกันมาเป็นแถวเลยค่ะ คุณหมอวีซ่าขอแสดงความยินดีด้วยนะคะ พรุ่งนี้คุณหมอวีซ่าจะได้เดินทางไปสักการะท่านเจ้าแม่หินก้อนยักษ์ Ayers Rock ที่ชาวพื้นเมืองถือว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ดูแลประเทศออสเตรเลียและประชาชนให้อยู่ดีมีสุขในดินแดนอันอุดมสมบูรณ์แห่งนี้ศักดิ์สิทธิ์ที่คุ้มครองดูแลประเทศออสเตรเลียและประชาชนที่นี่ให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี มีความสุขในดินแดนที่อุดมสมบูรณ์เป็นอย่างยิ่ง ยังไงก็จะเอาบุญและพรมาฝากแก่ท่านผู้อ่านทุกท่านนะคะ

ด้วยความปราถนาดี...จากคุณหมอวีซ่า


. ขอประชาสัมพันธ์งานสัมมนาดีที่จะจัดขึ้นในเร็วๆนี้ถึงสองงานด้วยกัน ได้แก่ งานแรก “CP Sydney เรียนอะไรดีให้ได้ PR???” โดยงานนี้จะจัดขึ้นที่ CP Sydney Office ในวันพุธที่ 18 พฤษภาคมนี้นะคะ หากใครสนใจก็สามารถโทรเข้ามาสอบถามหรือสำรองที่นั่งได้ที่ +61 2 9267 8522 งานสัมมนาดีๆที่เป็นประโยชน์แบบนี้ทางเราจัดให้เป็นข้อมูลแก่เพื่อนๆโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น ฟรี ตลอดงานค่ะ




งานที่สอง บอกต่อให้เตรียมตัวกันแต่เนิ่นๆกับงาน "CP Study in Australia 2016 Fair" จัดโดย CP International สาขา Bangkok โดยปีนี้จะตรงกับ วันเสาร์ที่ 2 กรกฎาคม 2559” ที่โรงแรมปทุมวันพริ้นเซส มาบุญครอง รับประกันว่าปีนี้สนุกมากกว่าทุกปีที่ already คนแน่นมากอยู่แล้ว เนื่องจากเราได้เชิญ เซเล๊ปคนดังมาร่วมงานกับเราถึงสามท่าน แถม คุณ Andrew Biggs ก็จะมาร่วมบรรยายให้ความรู้ความสนุกกับทุกท่านด้วย รวมถึงตัวคุณหมอวีซ่าเองก็จะบรรยายถึงกฎหมายที่มีการเปลี่ยนแปลงไปสำหรับผู้ที่อยากจะขอวีซ่ามาตั้งหลักแหล่งอยู่อย่างถาวรในประเทศออสเตรเลียโดยอาศัยทักษะและความสามารถของตนเองผ่านทางวิชาชีพต่างๆ โดยเฉพาะวิชาชีพด้านวิศวกรรมศาสตร์ที่กำลังรุ่งและมาแรง รับรองไม่ผิดหวังแน่นอน ช่วยๆกันประชาสัมพันธ์บอกต่อเพื่อนๆลูกๆหลานๆ มีนัดกันวันที่ 2 กรกฎาคม 2016 นี้ เจอกับคุณหมอวีซ่าพร้อมมาเฮฮากับเซเล๊ปของเรา รับของกำนัล ฟังข้อมูลเพียบ จัดเพียงปีละครั้งเท่านั้นที่โรงแรมปทุมวันพริ้นเซส มาบุญครอง อย่าพลาดนะคะ

****************************************************************************************************************************************************************




 ควันหลงจากฉลองสงกรานต์ ที่ CP Sydney



คุณปิ๊ปกับน้องเกตุจาก CP Sydney ไปเป็นแขกที่ The Hotel School ของโรงแรมหรู Intercontinental เมื่อ 12 April ที่ผ่านมา โรงเรียนดี น่าเรียนมากๆๆ