“คุณหมอวีซ่า”

รูปภาพของฉัน
โดย Pip Panasbodi (MARN 9896337) ผู้เชี่ยวชาญด้านวีซ่าประจำ CP International Education & Migration Centre www.cpinter.com.au

วันอังคารที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

SSVF – รูปแบบวีซ่านักเรียนใหม่ เริ่มใช้วันที่ 1 กรกฎาคม 2559 นี

สวัสดีค่ะ ท่านผู้อ่านที่รักทุกท่าน...เวลาผ่านไปเร็วมากนะคะ  ครึ่งปีแป๊บเดียวก็เกือบหมดไปแระ ใกล้ 1 กรกฎาคมของทุกปีเป็นที่รู้กันในวงการวีซ่าของออสเตรเลีย  จนกลายเป็นธรรมเนียมปฏิบัติของอิมมิเกรชั่นไปแล้วก็ว่าได้ ที่จะต้องมีการปรับเปลี่ยนกฎวีซ่าต่างๆ ตลอดจนค่าธรรมเนียมวีซ่าหลังสิ้นสุดปีภาษีในวันที่ 30 June ของทุกปี  ตามความเหมาะสมของวีซ่าแต่ละตัวไปค่ะ แต่เรื่องเปลี่ยนกฎนั้น  ก็ต้องรอประมาณเดือนหน้าหลังมีการประกาศใช้อย่างชัดเจนแล้วคุณหมอวีซ่าทราบข่าวเมื่อไรก็จะรีบนำมา  update บอกต่อกันอีกทีนะคะ

          ตอนนี้ข่าวฮ๊อตฮิตที่สุดในช่วงนี้ ก็คงหนีไม่พ้นวีซ่านักเรียนจะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในรูปแบบใหม่อีกแล้ว ซึ่งทางอิมมิเกรชั่นเพิ่งได้ออกประกาศไว้ว่าจะเริ่มใช้ในวันที่ 1 กรกฎาคมนี้ ทางสถาบันต่างๆ ตลอดจนหน่วยงาน MIA ที่ทางคุณหมอวีซ่าเป็นสมาชิกอยู่ก็มีการออกประกาศและอบรมเจ้าหน้าที่ต่างๆ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับวีซ่านักเรียนรูปแบบใหม่ที่จะมาถึง หลังจากการเปลี่ยนแปลงครั้งแล้วครั้งเล่า จนถึงรุ่นอนุมัติให้ใช้ eVisa ที่นักเรียนจากทั่วโลกทะลักกันเข้าออสเตรเลียด้วยวีซ่านักเรียน แต่ส่วนใหญ่ก็มาเน้นทำงาน  colleges ระดับล่างก็ผุดแตกกันเป็นดอกเห็ดมากมายในรุ่นนั้น เรียนน้อย จนสร้างปัญหาใหญ่มีการออกเอกสารปลอมกันมากจนรัฐบาลต้องขึ้นมาควบคุมอีกครั้งในรุ่นที่มีนายกหญิงภายใต้พรรคแรงงานเป็นผู้นำประเทศ โดยการนำนโยบาย  Genuine Temporay Entry (GTE) และวิธีการสัมภาษณ์มาใช้อย่างเข้มงวด เปลี่ยนวีซ่าเป็นหลาย subclasses ตั้งแต่ 570-575 ต่อด้วยนโยบายรุ่น SVP มาใช้ แล้วพอตอนนี้ พรรค Liberal ภายใต้ผู้นำใหม่ ก็เปลี่ยนอีกแล้ว จามแทบไม่ทันนะคะ

          วีซ่านักเรียนรูปแบบใหม่ หรือที่ชื่อภาษาอังกฤษว่า “Simplified Student Visa Framework” หรือที่ชื่อย่อว่า “SSVF” ถ้าเป็นภาษาไทยตรงตัวก็คงแปลได้ว่า โครงสร้างวีซ่านักเรียนรูปแบบใหม่ที่ง่ายขึ้น” จุดประสงค์ของ SSVF ก็เพื่อให้การสมัครวีซ่านักเรียนนั้นง่ายขึ้นตามชื่อ โดยเฉพาะสำหรับนักเรียนที่มีจุดประสงค์จะมาเรียนต่อในออสเตรเลียอย่างแท้จริง

การเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดอย่างแรกก็คือการยกเลิกประเภท subclasses ของวีซ่านักเรียนต่างๆ  จากปกติที่อย่างเช่น เด็กมาเรียนในระดับภาษาจะถือเป็น subclass 570 ระดับ diploma จะถือ 572 หรือในระดับมหาวิทยาลัยจะถือ subclass 573, 574 เป็นต้น  ต่อไปนี้จะมีเพียงแค่ subclass เดียวก็คือ subclass500 เท่านั้นไม่ว่าจะเลือกเรียนในคอร์สระดับใดๆ ก็ตาม   และสำหรับผู้ปกครองที่ต้องการจะมาอยู่ดูแลบุตรหลานในออสเตรเลีย จากที่เมื่อก่อนต้องสมัครมาเป็น Guardian Visa (subclass 580) ก็จะเปลี่ยนเป็น subclass590 แทนค่ะ จากหลากหลายประเภทวีซ่าก็ลดลงเหลือเพียง 2 subclass เท่านั้น อ่านดูแล้ว ง่ายดี ใช่ไหมคะ ลองอ่านต่อนะคะว่าง่ายลงจริงไหม?

แล้วทางอิมมิเกรชั่นจะใช้กฎไหนในการพิจารณาให้วีซ่ากับเด็กนักเรียน?

ตามที่อิมฯบอกคือ ง่ายมากค่ะ ขอยกในกรณีที่เป็นเด็กไทยนะคะ จากเมื่อก่อนที่เด็กมาเรียนมหาวิทยาลัย และ/หรือสถาบันที่เป็น SVP น้องๆ เด็กนักเรียนจะถือว่าอยู่ใน Assessment Level 1 ซึ่งต่อไปนี้ Assessment Level จะไม่มีอีกต่อไปค่ะ ต่อไปนี้การจะพิจารณาให้วีซ่าเด็กนักเรียนจะขึ้นอยู่กับ 2 ปัจจัยหลักก็คือ
  1. ประเทศของ passport ที่เราถือ
  2. สถาบันที่เราเลือกเรียนเป็นคอร์สหลัก




จากตารางข้างบน ท่านผู้อ่านจะเห็นว่าสถาบันต่างๆก็มีการแบ่งออกเป็น 3 ระดับ ระดับที่หนึ่งคือถือว่ามีความเสี่ยงต่ำ  ไปจนถึงระดับสอง และระดับสามก็คือเสี่ยงสูงสุด โดยที่อิมมิเกรชั่นมีการจัดแบ่งระดับสถาบันจากจำนวนวีซ่าที่โดนปฏิเสธหรือโดนยกเลิก เช่น ในกรณีสถาบันที่มีเด็กหลบหนีเป็นต้น โดยพิจารณาจากจำนวนเด็กต่างชาติที่ลงเรียนในสถาบันนั้นๆ ภายในระยะเวลา 12 เดือน และแน่นอนค่ะเราจะยังไม่ทราบว่าสถาบันไหนอยู่ไหนลิสต์ความเสี่ยงระดับไหนจนกว่าเราจะยื่นใบสมัครวีซ่าเข้าไปแล้วจริงๆ ซึ่งตัวนักเรียนเองก็จะไม่มีใครทราบว่าโรงเรียนที่เราเลือกนั้นอยู่ในระดับไหน ข้อมูลเหล่านี้เก็บไว้ที่อิมมิเกรชั่นที่เดียว เอเย่นก็เข้าไม่ถึงข้อมูลความเสี่ยงเหล่านี้  แต่ทางอิมมิเกรชั่นอาจจะให้นักเรียนพิมพ์ข้อมูลสถาบันเข้าไป และจะทำการประเมินจำนวนเงินที่เหมาะสมและผลภาษาที่จะต้องแสดงต่อเจ้าหน้าที่เป็นกรณีไป การพิจารณาคอร์สเรียนนั้นจะดูที่หลักสูตร
main course เป็นหลั เช่น ถ้าหากมีการลงเรียนหลักสูตรภาษาและมหาวิทยาลัย ทางอิมมิเกรชั่นจะพิจารณาจากคอร์สมหาวิทยาลัยเป็นหลัก และเช่นเดียวกับสัญชาติของ passport ที่ถืออยู่ ก็มีส่วนเกี่ยวข้องเช่นเดียวกัน ทางอิมมิเกรชั่นจะมีการแบ่งเป็นระดับความเสี่ยงของแต่ละประเทศตั้งแต่ระดับ 1 – 3 (ระดับหนึ่งคือความเสี่ยงน้อยที่สุด และระดับสามคือความเสี่ยงสูงที่สุด) ซึ่งสองปัจจัยนี้จะนำมาพิจารณาประกอบกันในการพิจารณาให้วีซ่านักเรียนผ่านหรือไม่ผ่าน  “streamlined evidentiary requirements” ก็คือ ดูว่าหากเป็นนักเรียนจริงมีเจตนามาเรียนที่ออสเตรเลียจริง ก็อาจ ไม่จำเป็นจะต้องแสดงหลักฐานการเงินหรือผลสอบภาษา เป็นต้น เพราะฉะนั้นถ้านักเรียนลงเรียนในสถาบันระดับ 3 และสมมุติว่า passport ประเทศไทยอยู่ในระดับ 2 นักเรียนก็อาจจะต้องแสดงผลระดับภาษาและหลักฐานทางการเงินค่ะ ซึ่งกลุ่มนักเรียนนี้จะต้องผ่านการพิจารณาวีซ่าผ่าน “regular evidentiary requirements” ก็คือถือเป็นการพิจารณาวีซ่านักเรียนแบบทั่วไป ที่จะต้องแสดงหลักฐานการเงินและผลภาษาตามที่กล่าวไปข้างต้น

          จะว่าไปแล้วระบบ streamlined รูปแบบใหม่ก็คล้ายเคียงกับรูปแบบ SVP ที่ใช้กันอยู่ทุกวันนี้ ที่ได้ผ่านการจัดระดับสถาบันและเซ็นสัญญาไว้กับทางอิมมิเกรชั่น  การพิจารณาวีซ่านักเรียนก็จะง่ายขึ้น แต่ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. นี้ ระบบ SSVF จะเข้ามาแทนที่ระบบ SVP เก่า เจ้าหน้าที่อิมมิเกรชั่นมีสิทธิขอข้อมูลทางการเงินและผลภาษาได้ ถึงแม้ว่าจะลงทะเบียนเรียนในสถาบันที่เป็นระดับ 1 ก็ตาม อย่างไรก็ตามนักเรียนต่างชาติที่เข้ามาเรียนในประเทศออสเตรเลียก็ยังจำเป็นจะต้องผ่านการตรวจร่างกาย มีบัตรประกันสุขภาพ และอื่นๆ ตามกฎวีซ่านักเรียนเดิมอยู่ดีค่ะ

          กรณีนักเรียนที่อยู่ในลิสต์ความเสี่ยงสูง จะต้องมีการแสดงหลักฐานการเงินตามที่กล่าวไว้ นักเรียนจะต้องมีการโชว์หลักฐานการเงินอย่างใดอย่างหนึ่งจากสองอันนี้

  1. เงินครอบคลุมค่ากินอยู่ตลอด 12 เดือน  ค่าเรียน และอื่นๆ  - ซึ่งหลักฐานตัวแรกก็จะคล้ายๆ กับหลักฐานทางการเงินที่นักเรียนจะต้องโชว์อยู่แล้ว
  2. หรืออาจจะแสดงหลักฐานรายได้ทั้งปีของผู้ปกครอง หรือสามี/ภรรยา  ในกรณีมาเรียนคนเดียวจะต้องแสดงว่ามีรายได้มากกว่า $60,000 ต่อปี หรือถ้ามาเป็นคู่ ก็ต้องแสดงว่ามีรายได้มากกว่า $70,000 ต่อปี           
และในกรณีที่ต้องแสดงผลภาษาอังกฤษ  น้องๆจะต้องมีสอบภาษาเทียบเท่าระดับ IELTS 5.5 (ทุกแบนด์) หรือจะต้องได้เทียบเท่าระดับ IELTS 5 บวกกับการลงทะเบียนเรียนภาษาด้วยอย่างน้อย 10 อาทิตย์ หรือต้องได้ IELTS 4.5 กรณีเรียนภาษาเป็นจำนวนขั้นต่ำ 20 อาทิตย์ โดยนอกจาก IELTS แล้วน้องๆก็ยังมีสิทธิ์สามารถเลือกสอบการวัดระดับภาษาแบบอื่นได้เช่นกันไม่ว่าจะเป็น TOEFL, PTE, Advanced Cambridge หรือ OET ก็สามารถใช้ได้หมดค่ะ อย่างไรก็ตามอิมมิเกรชั่นเองก็มีข้อยกเว้นสำหรับผู้ที่ไม่ต้องแสดงผลระดับภาษา อาทิเช่นนักเรียนที่เรียนในสถาบันหนึ่งในออสเตรเลียมาเป็นเวลา 2 ปีแล้ว และกำลังจะสมัครคอร์สต่อไป หรือในกรณีที่เรียนในมหาวิทยาลัยที่สอนภาษาอังกฤษเป็นต้น ซึ่งอันที่จริงแล้วกฎในเรื่องของภาษาอังกฤษก็ไม่ได้ต่างไปจากวีซ่านักเรียนในปัจจุบันนะคะ แต่น้องๆผู้อ่านจะต้องไม่ลืมว่าถ้าหากไม่สามารถแสดงหลักฐานทั้งสองอย่างนี้ก่อนยื่นวีซ่า วีซ่าก็มีสิทธิ์โดนปฏิเสธทันทีค่ะ เพราะฉะนั้นก่อนจะสมัครวีซ่าขอให้เตรียมเอกสารตรงนี้ให้เรียบร้อยซะก่อนนะคะ

          จริงๆ แล้วในเรื่องของระบบวีซ่านักเรียนก็อาจจะไม่ได้ยากอย่างที่คิดหรอกคะ จะว่าไปแล้วก็มีความคล้ายคลึงกับวีซ่านักเรียนรูปแบบเก่าอยู่มาก ถ้าหากเป็นนักเรียนที่เลือกมาเรียนจริงๆก็คงจะไม่มีปัญหาในการสมัครวีซ่าอยู่ดีค่ะ ซึ่งทาง CP Inter ที่กรุงเทพฯก็กำลังจะมีงานสัมนนาชี้แจงเกี่ยวกับวีซ่านักเรียนที่กำลังจะมีการเปลี่ยนแปลง โดยเชื่อมเกี่ยวโยงไปถึงหัวข้อการยื่นขอ PR ผ่านทางสายอาชีพวิศวกรที่กำลังมาแรงด้วยนะคะ โดยงานนิทรรศการการศึกษาประจำปีที่ CP Bangkok ครั้งนี้ จะจัดขึ้นใน วันเสาร์ที่ 2 กรกฎาคมที่จะถึงนี้ ที่โรงแรมปทุมวันปริ๊นเซส ติดกับห้างมาบุญครองเลยค่ะ ถ้าใครไม่อยากพลาดงานสัมมนาดีๆ ก็มาร่วมงานกันที่กรุงเทพฯ หรือฝากบอกต่อญาติพี่น้องได้เลยนะ งานสนุก มีเซเล๊ปมาร่วมงานถึง 3 คน (รายละเอียดตามใบ  advert ที่แนบมาค่ะ)



สำหรับผู้ที่ตกเทรนต์พลาดงานสัมมนาที่ทาง CP Sydney ได้จัดขึ้นในหัวข้อ “CP Sydney เรียนอะไรให้ได้ PR???” ไปแล้วนั้น ก็ไม่ต้องเสียใจไปค่ะ เพราะเดี๋ยวทาง CP Sydney จะมีจัดงานสัมมนา Skilled Migration Seminar ขึ้นอีกครั้งใน วันศุกร์ที่ 8 กรกฎาคมที่จะถึงนี้ อีกครั้งค่ะ ซึ่งจะมีการพูดถึงเกี่ยวกับวีซ่านักเรียนตัวใหม่ตัวนี้ด้วยเช่นกัน รวมถึงการอัพเดทสายอาชีพต่างๆที่สามารถสมัครเป็น PR ได้สำหรับปี 2016-2017 เนื่องจากเพิ่งมีการเพิกถอนและเพิ่มสายชีพเข้าไปทั้งใน SOL กับ CSOL Lists ..เมื่อแจ้งให้ทราบกันล่วงหน้ากันถึงขนาดนี้แล้ว ก็ลงหมุดในปฏิทินกันได้เลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นงานที่กรุงเทพฯหรือที่ซิดนีย์ เพราะงานสัมมนาดีๆแบบนี้ที่จัดขึ้นให้เป็นความรู้แก่ท่านผู้อ่านที่น่ารักทุกท่านโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ สอบถาม จองที่ได้เลยนะคะที่ CP Bangkok ที่ marketing.bkk@cpinter.co.th สำหรับงานที่กรุงเทพฯ หรือ info@cpinter.com.au สำหรับงานที่ซิดนีย์

นอกจากนี้ถ้าใครที่วีซ่านักเรียนกำลังจะหมดและวางแผนจะต่อวีซ่า ก็ควรรีบจัดการก่อนวันที่ 30 มิ.ย. นี้นะคะ จะได้ไม่ต้องเจอการใช้กฎใหม่ของวีซ่านักเรียนที่กำลังจะประกาศบังคับใช้ในวันที่ 1 กรกฎาคมนี้ค่ะ น้องๆสามารถเข้ามาติดต่อทีมงาน ซีพี อินเตอร์ฯ สาขาใกล้เคียงได้ทุกสาขาเลยนะคะ ไม่ว่าจะเป็นกรุงเทพฯ เชียงใหม่ เมลเบิร์น หรือซิดนีย์...การได้รับคำแนะนำที่ดีก็ทำให้มีชัยไปกว่าครึ่งแล้วค่ะ สำหรับใครที่อยากอ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวีซ่านักเรียนรูปแบบใหม่ (SSVF) ก็สามารถเข้าไปอ่านได้ที่ http://www.border.gov.au/Trav/Stud/ssvf-students ได้เลยนะคะ

          สุดท้ายนี้ขอฝากโปรโมชั่นไฟไหม้กันสักหน่อยสำหรับท่านผู้อ่านที่กำลังมองหาคอร์สเรียนในระดับปริญญาตรีขึ้นไปในออสเตรเลีย...ง่ายๆเลยค่ะ แค่สมัครเรียนผ่าน CP Sydney ในคอร์สเรียนระดับปริญญาตรีขึ้นกับทางมหาวิทยาลัยชั้นนำก็ได้รับทุนการศึกษามูลค่าสูงสุดถึง $1,500 จากทาง CP Sydney แล้วค่ะ นอกจากนี้ยังมีสิทธิ์ลุ้นรับตั๋วเครื่องบินไปกลับ ซิดนีย์-กรุงเทพฯ โดยจะประกาศชื่อผู้ได้รางวัลในช่วงสิ้นปีนี้ด้วยนะคะ หมดเขตสมัคร 30 มิถุนายนนี้เท่านั้นค่ะ